ณัฐวุฒิ ห่วงเก็บข้อมูลบิกดาต้าทับซ้อน ชี้ขาดเชื่อมโยง-เสี่ยงละเมิดสิทธิ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ณัฐวุฒิ บัวประทุม ชื่นชมความพยายามของกรรมาธิการการปกครองในการพัฒนาระบบบัตรประชาชนแบบใบเดียว แต่ตั้งข้อสังเกตเรื่องการใช้ข้อมูลไบโอเมตริกซ์และความมั่นคงของข้อมูลประชาชน พร้อมเรียกร้องความชัดเจนในการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพและการใช้ข้อมูลในระบบบิกดาต้าเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างโปร่งใสและปลอดภัย โดยเสนอให้ส่งข้อสังเกตไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อและสนับสนุนการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมต้องขอบพระคุณทางคณะกรรมาธิการการปกครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านผู้ชี้แจงทั้ง ๕ ท่าน ก็คือท่านไพจิต ศรีวรขาน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ท่านอารี ไกรนรา ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ ท่านกิตติ์ธัญญา วาจาดี ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมาธิการ ท่านวุฒินันท์ บุญชู ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ และท่านชนสิษฎ์ ยอดฉิม ในฐานะคณะอนุกรรมาธิการครับ ท่านประธานครับ ผมได้อ่านรายงานทั้งหมด จำนวน ๑๕๖ หน้า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่ ๔ ซึ่งเป็นข้อสังเกตที่สำคัญทั้ง ๑๖ หน้า ก่อนอื่นผมเองต้องชื่นชมและเห็นถึงความพยายามของคณะกรรมาธิการการปกครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำให้บัตรประจำตัวประชาชน บัตรใบเดียวนั้นสามารถใช้ในกิจการงาน ที่เกี่ยวข้องกับส่วนราชการทุกอย่างได้ แต่ในความเป็นจริงรายงานฉบับนี้มีการพูดถึงอยู่ ๒ ส่วน ด้วยกันท่านประธานครับ

ส่วนที่ ๑ ก็คือการพูดถึงการปรับปรุงการให้บริการประชาชนด้านข้อมูล การทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชนจากภาครัฐ แต่ยังมีเนื้อหาอีกส่วนหนึ่ง ที่พูดถึงการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ฉะนั้นผมขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็น ทั้ง ๒ ส่วน ๕ ประการด้วยกันดังต่อไปนี้ครับ

ในประการที่ ๑ ในรายงานฉบับนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของบทสรุป ผู้บริหาร ท่านพูดถึงเรื่องของการจัดทำข้อมูลทะเบียนราษฎร ที่เรียกว่าอัตลักษณ์บุคคล อยู่หลายประการด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบที่เราเรียกกันว่า ไบโอเมตริกซ์ (Biometrics) รายงานฉบับนี้ที่น่าสนใจก็คือว่าคนที่ทำงานในประเด็นเรื่องการทะเบียนราษฎรอ่านแล้ว จะเข้าใจครับ แต่คนที่ไม่ได้ทำงานในรายงานด้านทะเบียนราษฎรมันมีศัพท์เทคนิคเยอะแยะ ไปหมดที่ยากต่อความเข้าใจนะครับ ผมเองก็โน้ตไว้เยอะแยะไปหมดครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะถาม ก็คือว่า วันนี้เรื่องของไบโอเมตริกซ์ (Biometrics) นั้นถูกเอาไปเทียบกับการใช้ในด้านของ ความมั่นคง ผมยกตัวอย่างเช่น ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ผมได้พูดมาโดยตลอดก็คือ เรื่องของการทำเรื่องซิม (Sim) ๒ แชะอัตลักษณ์ และมีการบันทึกข้อมูลหน้าของผู้ใช้ เบอร์โทรศัพท์ต่าง ๆ ไว้ ฉะนั้นสิ่งที่เราเห็นครับ คือการเข้าถึงข้อมูลรัฐ การที่บัตรใบเดียวนั้น ใช้ได้ทั้งหมด แต่อะไรจะเป็นหลักประกันเรื่องของความปลอดภัยของข้อมูลเหล่านี้ว่าจะไม่ถูก บิดเบือนใช้ไปในเรื่องของความมั่นคง ไปในเรื่องของอาชญากรรม ไปในเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน นั่นเป็นสิ่งที่ผมยังอ่านไม่เจอในรายงานฉบับนี้เป็นประการที่ ๑ ครับ

ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ในรายงานพูดถึงเรื่องของวัน สตอป เซอร์วิซ (One Stop Service) ก็คือบริการจุดเดียวแบบเบ็ดเสร็จหลายประการด้วยกัน มีการเพิ่ม สิ่งที่น่าสนใจอย่างน้อยที่สุด ๒ อย่างที่ผมได้อ่านเจอก็คือประเด็นเรื่องของประวัติ การรักษาพยาบาลกับประเด็นเรื่องของการศึกษา ความจริงผมยังคลางแคลงนะครับ ประเด็นเรื่องการศึกษานั้นท่านจะรู้ไปเพราะเหตุใด แต่ในเรื่องของประวัติ เรื่องของ การรักษาพยาบาลครับ ผมไม่ติดในประเด็นเรื่องของการเข้าถึงข้อมูลคนไข้ ถ้ามาจาก บุคลากรด้านสาธารณสุข ท่านประธานจะทราบดีว่าใน พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติมีมาตรา ๗ ที่พูดถึงเรื่องของความลับหรือสิทธิของผู้ป่วย สิ่งที่ผมอ่านไม่เจอในรายงานฉบับนี้ คือยังไม่เห็นข้อความครับว่าระบบจะถูกล็อกโดยอัตโนมัติว่าคนที่เข้าถึงข้อมูลประวัติ การรักษาต้องเป็นผู้ป่วย หรือญาติผู้ป่วยที่มีส่วนในการให้ความยินยอมในการรักษา หรือบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเท่านั้น ผมขออนุญาตขอความชัดเจน เป็นประการที่ ๒ ในรายงานฉบับนี้ครับ

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ในความเป็นจริงในวาระการประชุม ที่ท่านประธานบรรจุวาระอีกเรื่องหนึ่งของรายงานที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วนั้น อยู่ในรายงานของคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ถ้ามาเปรียบเทียบ ๒ ฉบับได้จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดครับ แต่รายงานฉบับนี้เน้นเรื่องของ การทำงานในส่วนภูมิภาค และพูดถึงบทบาท และอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด แน่นอนครับ ในปัจจุบันยังจำเป็นที่ต้องมีผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่ แต่ผมไม่เห็นว่าจะพูดเลยไปถึงเรื่องของ การกระจายอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอต่อการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากพี่น้องประชาชน ท่านอาจจะมองว่ายังไม่ถึงเวลา แต่ผมคิดว่าจำเป็นครับที่รายงานต้องปักธงทางความคิด ซึ่งท่านได้มีรายละเอียดอยู่พอสมควรถึงบทบาทของการทำงานส่วนภูมิภาค แต่ไม่ชัด ในประเด็นเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดครับ

ในประการที่ ๔ ท่านประธานครับ ก็คือการจัดทำฐานข้อมูลต่าง ๆ ที่เรียกว่า บิกดาต้า (Big Data) สิ่งที่ผมสนใจก็คือว่า ขณะนี้ทุกหน่วยราชการมีความพยายามจะทำ บิกดาต้า (Big Data) หรือฐานข้อมูลในหน่วยงานของตนเอง แต่ผมไม่เห็นความเชื่อมโยงของ การใช้ข้อมูลเดียวโดยการเก็บแบบเบ็ดเสร็จ ทุกวันนี้ข้าราชการในส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น จำนวนหนึ่งถูกใช้งานในการลงไปเก็บพื้นที่ต่าง ๆ ลงไปเก็บรายบ้าน ลงไปเก็บรายครอบครัว ลงแล้วลงอีก บางทีทั้งปีไม่ได้ทำอะไร วันนี้ผมก็ได้รับข้อมูลรายงานจากพี่น้องประชาชน จากเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อยู่ในราชการระดับภูมิภาคว่า มีเรื่อง เหล่านั้นอยู่ครับ แต่สิ่งที่ผมตั้งข้อสังเกตก็คือประเด็นที่อยู่ในคล้าย ๆ เป็นรายงานผล การศึกษาของคณะทำงานจัดทำตัวชี้วัดในการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นตัวชี้วัดด้านความยากจนในมิติของเด็กที่เรียกว่าเอ็มพีไอ (MPI) ความจริงในนี้ยังมี อีกตัวหนึ่งนะครับ เรียกว่าเอ็มไอซีเอส (MICS) ผมไม่ติดใจในประเด็นเรื่องการเก็บข้อมูล แต่จริง ๆ สิ่งที่หน่วยราชการควรจะต้องชี้แจงกับท่านเพิ่มเติมก็คือว่าเมื่อได้ข้อมูลเหล่านี้ มันนำไปสู่การจัดบริการที่ทำให้เด็กเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการพื้นฐานต่าง ๆ ตามที่เขาควรจะ ได้รับได้อย่างไร นั่นคือสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในรายงาน อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ท่านต้องทำทั้งหมด แต่คิดว่า เป็นสิ่งที่น่าเสียดายว่าถ้าได้ถูกเขียนไว้จะเป็นสิ่งที่ดีครับ

ประการสุดท้ายเป็นประการที่ ๕ ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนว่า ๑๕ หน้า ของข้อสังเกตเป็นสิ่งที่ควรอ่านอย่างยิ่งครับ แล้วผมคิดว่าหลังจากวันนี้แล้วในฐานะของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้อสังเกตทั้งหมดนั้นควรถูกส่งไปยังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปผลักดันทั้งหมดต่อไป ก็ต้องขอบพระคุณทางคณะกรรมาธิการที่ได้มีโอกาสให้ผม ได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน