นิติพล ผิวเหมาะ หารือเรื่องรายงานเกี่ยวกับชาติพันธุ์ และเสนอแนะการเสริมบุคลากรที่มีความรู้และความเข้าใจเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตในวัฒนธรรมที่มีความผสมผสาน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องปัญหาฝุ่นควันและไฟป่า และเรียกร้องการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้กับพี่น้องชาติพันธุ์ที่ยังมีความจำเป็นและยังไม่มีความพร้อมในการเข้ามาใช้ชีวิตในเมือง
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ สิ่งแวดล้อม และสิทธิสัตว์ จากพรรคก้าวไกลนะครับ ก่อนจะเริ่มในการอภิปรายเพื่อนำเสนอ ความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวรายงานที่มีคุณค่าฉบับนี้นะครับ ผมต้องขออนุญาตขอบคุณบุคคล ๓ ท่านนะครับ
ท่านแรกคือท่านประธานชวน หลีกภัย ที่อนุญาตให้เพิ่มเติมรายชื่อผมเข้าไป เพราะว่าเรามีกรรมาธิการที่เป็นชาติพันธุ์แท้ ๆ แล้วนะครับ แต่ว่าสิ่งที่อยากจะเพิ่มเติม แล้วมีความจำเป็นที่ผมต้องลุกขึ้นยืนก็คือ ผมเป็นตัวแทนของลูกครึ่งชาติพันธุ์นะครับ โดยอยากจะนำเสนอมุมมอง
บุคคลที่สองก็คือท่านกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการทุกท่านที่ได้โปรด กรุณาทำรายงานฉบับนี้ขึ้นมา โดยเฉพาะ ส.ส. ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ซึ่งเป็นชาติพันธุ์แท้ ได้ทำรายงานเล่มนี้ออกมาได้สมบูรณ์เป็นอย่างยิ่งนะครับ
แล้วบุคคลที่ ๓ บุคคลที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผมก็คือคุณแม่ของผมครับ ผมต้องขอขอบพระคุณคุณแม่ของผมที่ย้อนกลับไปเมื่อ ๓๐ กว่าปีที่แล้วที่ตัดสินใจลงจาก พื้นที่สูงลงมานะครับ เพื่อมาเลี้ยงให้ผมได้เติบโตในสังคมเมือง ได้รับการศึกษาที่ดี และได้มี โอกาสเป็นผู้แทนราษฎรได้มาพูดถึงปัญหาของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์แทนกับพี่น้องทุกท่าน
สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอกับทางท่านกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการนะครับ ผมได้เปิดอ่านตัวรายงานฉบับนี้ในทุกหน้า แล้วก็เห็นเป็นอย่างยิ่งว่ามีประโยชน์เป็น อย่างยิ่งนะครับ แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะขอเพิ่มเติมไปมีอยู่ ๒ ประเด็น
ในประเด็นแรกก็คือในฐานะที่ผมเป็นลูกครึ่งชาติพันธุ์ ทางคุณแม่ เป็นชาติพันธุ์แท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ คุณพ่อเป็นคนปักษ์ใต้ ความยากลำบากแรกตั้งแต่เกิดมา ก็คือว่าผมไม่ได้ภาษาที่เป็นภาษาท้องถิ่นทางแม่ ไม่ได้ภาษาที่เป็นภาษาท้องถิ่นของทางพ่อ จะพูดใต้ก็พูดไม่ค่อยชัด จะฟังภาษาเมี่ยนที่เป็นภาษาของทางแม่ก็ฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง นี่คือความยากลำบากแรกครับ
ความยากลำบากถัดมาในเวลาตั้งแต่เข้าเรียน ด้วยความที่ว่าเราจะเป็น ชาติพันธุ์ก็ไม่เชิง จะเป็นคนในเมืองก็ยังรู้สึกไม่มั่นใจ เราน่าจะมีผู้ที่มีความชำนาญหรือว่า มีความเชี่ยวชาญ มีความเข้าใจในการแนะแนว ในการแนะนำการใช้ชีวิตอะไรต่าง ๆ ก็ตามที ในโรงเรียน หรือว่าในสถานพยาบาลหรือสถานอะไรก็แล้วแต่ที่เราจะต้องใช้ดำเนินดำรงชีวิต ในชีวิตประจำวัน ถ้าเราสามารถเสริมเติมบุคลากรที่มีความรู้ ความเข้าใจให้กับคนที่ต้อง เกิดมาและต้องใช้ชีวิตในวัฒนธรรมที่มีความผสมผสานกันแบบนี้นะครับ ก็จะเกิดประโยชน์ เป็นอย่างยิ่ง นั่นเป็นประเด็นที่ ๑
ส่วนประเด็นที่ ๒ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ อีกเช่นกัน ยิ่งในภาวะช่วงนี้ คือช่วงปัญหาฝุ่นควัน ผมเองในฐานะที่เป็นประธานอนุกรรมาธิการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง และมลพิษทางอากาศ ในกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตอนที่ เราพิจารณาในรายงานเล่มนี้ แล้วก็ได้นำเสนอให้กับทางสภาและส่งไปทาง ท่านนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว หนึ่งในปัญหาที่ผมฟังแล้วผมรู้สึกอึดอัดใจและต้องลุกขึ้น พูดในวันนี้ ก็คือปัญหาเรื่องการเผานะครับ ในช่วงเวลานี้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าถัดไป ปัญหาภาคเหนือก็คือจะมีปัญหาเรื่องการเผา ไฟป่ามันจะเกิดจากป่าหรือจะเกิดจากคนเผาก็ไปหาข้อเท็จจริงกัน แต่สิ่งที่ได้รับผลกระทบ มากที่สุดก็คือพี่น้องชาติพันธุ์ของผมครับ ตกเป็นจำเลยของสังคม ถูกคนในเมือง ถูกสังคม ต่อว่า ว่าไฟป่าเกิดจากการเผาของคนชาติพันธุ์ นี่คือสิ่งที่ผมปวดใจมากที่สุด แต่ถ้าเรา ย้อนกลับไปดูจริง ๆ โลกหมุนเวียนไปข้างหน้า ไม่ใช่มีผมเพียงคนเดียวนะครับ ที่มาเติบโต และใช้ชีวิตในเมือง พี่น้องชาติพันธุ์ของผมอีกหลายคนเข้ามาอยู่ในเมือง เข้ามามีชีวิต เข้ามา มีการศึกษา มีการพัฒนาอะไรต่าง ๆ ที่ดี แต่ว่าพี่น้องบางคนหลาย ๆ คนที่ยังอยู่ในพื้นที่ บนที่ราบสูงยังตกเป็นจำเลยของสังคมอยู่ว่าไฟป่าเกิดจากชาติพันธุ์เป็นคนเผา สิ่งที่อยากจะ นำเรียนกับทางคณะกรรมาธิการก็คือว่าเราน่าจะสนับสนุนเรื่องการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ก็ตามที ช่องทางอาชีพอื่น ๆ ก็ตามที เพื่อเป็นทางเลือกให้กับพี่น้องของเราที่ยังมี ความจำเป็นและยังไม่มีความพร้อมในหลาย ๆ ด้านที่จะเข้ามาใช้ชีวิตที่ในเมืองหลวงอะไร ก็ตามทีนะครับ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ก็เป็นหนึ่งในทางเลือก เรามีวัฒนธรรมดี ๆ ที่สวยงาม ที่สามารถขายได้ ที่สามารถสร้างเม็ดเงินให้กับเศรษฐกิจในประเทศไทยได้ ก็มีอยู่ ๒ ประเด็น ขอบคุณท่านประธานครับ