ซูการ์โน จี้รัฐบาลเร่งแก้ภัยแล้งน้ำท่วมภาคใต้ 14 จังหวัด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๓ ธันวาคม ๒๕๖๓

ซูการ์โน มะทา หารือเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้ โดยเสนอให้บูรณาการการแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากให้เป็นรูปแบบที่ชัดเจน อภิปรายสนับสนุนญัตติภัยแล้งโดยชี้ว่าพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนมากกว่าที่ระบุ และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างจริงจังครอบคลุมทุกมิติ ทั้งยังหารือปัญหาน้ำป่าไหลหลากในอำเภอยะหาและอำเภอรามัน พร้อมเสนอแนะให้ปรับปรุงระบบการสื่อสารข้อมูลข่าวสารเพื่อเตือนภัยประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ก่อนอื่นต้องขอบคุณ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอบคุณเพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ทั้ง ๆ ที่ วันนี้ท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระการประชุมที่ชัดเจน แต่เราก็เอาข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) มาใช้ในการพิจารณาญัตติด่วน เรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๑๔ จังหวัดภาคใต้ ท่านประธานครับ ผมอยากนำเรียนให้เพื่อนสมาชิกได้เข้าใจว่าภาคใต้ ช่วงนี้ก็อยู่ในช่วงฤดูฝน ก็เป็นปกติอยู่แล้วที่เราจะเจอกับปัญหาของสภาพน้ำ หรือน้ำป่า ไหลหลาก แต่ปีนี้เหมือนที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าปัญหาของ สภาพภูมิอากาศของภาคใต้มันเปลี่ยนแปลง ก่อนหน้าแห้งแล้ง ก็มีจัดทำงบประมาณ ในการขุดบ่อ ขุดสระ ลอกคลอง แต่ตอนนี้น้ำท่วม ก็ไหลมาสู่พี่น้องประชาชนได้รับ ความเดือดร้อน ก็อยากฝากเรื่องแรก ก็คือเรื่องของการบูรณาการการแก้ปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในเรื่องของภัยแล้ง น้ำท่วม ที่เกิดซ้ำซาก ให้ได้รับการปฏิบัติที่เป็น รูปแบบที่ชัดเจนแล้วก็มีประโยชน์นะครับ

ส่วนปัญหาของภัยแล้งวันนี้ ถ้าเรามาดูจากข้อมูล ผมก็มีประเด็นที่จะอภิปราย เพื่อสนับสนุนญัตตินี้อยู่ ๓-๔ ประเด็น แต่เวลาที่ให้อาจจะไม่พอ ก็ต้องขออนุญาต ท่านประธานด้วยครับ ซึ่งต้องขอบคุณท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ นะครับ ที่ได้เสนอญัตตินี้ เท่าที่ผมได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดวันนี้ พื้นที่ที่เดือดร้อนมากที่สุดก็คือที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ขอเป็นกำลังใจกับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชาวจังหวัดชุมพร แม้กระทั่งชาวจังหวัดพัทลุง หรือไล่ลงไปที่ต้องเฝ้าระวังต่อไปก็คืออย่างที่ ท่าน ส.ส. บอกว่ากระบี่ พังงา ก็จะมีผล แต่ผมอยากเรียนท่านประธานถึงเพื่อนสมาชิกว่า วันนี้ถ้าเราดูจากจำนวนประชากรที่เดือดร้อนแล้วมันไม่ใช่ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน เท่านั้น มันกระจายไปเกือบครบ ๑๔ จังหวัดภาคใต้ ฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากตั้งข้อสังเกตก็คือวันนี้ หลายท่านพยายามจะให้รัฐบาลรีบเร่งดำเนินการลงพื้นที่ ผมว่าอันนั้นเป็นหน้าที่ ถ้าท่าน ชักช้าถือว่าท่านละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ผมว่าหน้าที่ในการเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นหน้าที่ของผู้บริหารทุกคน แต่สิ่งสำคัญวันนี้ก็คือเรื่องข้อกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติของราชการอย่างที่ท่านสาทิตย์ได้บอกว่าเรารวมศูนย์อยู่ที่ราชการ ผมว่าวันนี้ ถ้าเราเอามาตรการต่าง ๆ ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เรากระจายอำนาจ บทบาท หน้าที่ ให้ท้องถิ่นดีกว่า กระจายอำนาจหน้าที่ให้ท้องถิ่นให้มากขึ้น ท้องถิ่นรู้นะครับว่าในพื้นที่ของตนเองที่ไหนบ้างที่ได้รับผลกระทบ ได้รับความเดือดร้อน ฉะนั้นการเยียวยาต้องผ่านทางท้องถิ่น อย่าผ่านหน่วยงานของรัฐ ก็จะมีการเยียวยาผู้ที่ได้รับ ผลกระทบ อาจจะไม่ครอบคลุมที่ได้รับความเดือดร้อนจริง ท่านประธานครับ วันนี้ถ้ามาดู ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ก็เป็นพื้นที่หนึ่งที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะว่าร่องมรสุมก็เริ่มลงไปที่พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับในพื้นที่ของเขตเลือกตั้งของผมที่จังหวัดยะลา ก็ประสบ ปัญหาเช่นเดียวกัน แต่ผมอยากบอกว่ามันมี ๒ ลักษะด้วยกัน คือที่ต้นน้ำ ก็คือบริเวณที่อยู่ ตามเชิงเขาที่มีลำธารหลากหลายมากมายอยู่ในพื้นที่ ก็จะเป็นพื้นที่ความรุนแรงของปัญหา อุทกภัยที่ทำลายทั้งบ้านเรือน ทั้งชีวิต ทั้งทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน อันนี้เราจะต้องมี มาตรการในการแก้ปัญหาที่ให้มันครบถ้วน แล้วหลังจากนั้นกลางน้ำก็จะไหลมาอยู่ที่ ในหมู่บ้าน ในตำบลที่อยู่ระดับต่ำลงมา และที่สุดกว่าจะไปลงทะเลก็จะไปรอนานอยู่ก็คือ ช่วงที่ระบายจากแม่น้ำลำธารไปลงทะเลนั้นจะเป็นช่วงที่ยาวนาน อันนี้ต้องเรียนฝากถึง ฝ่ายรัฐบาลว่าต้องมีมาตรการในการช่วยเหลือที่ชัดเจนมากกว่านี้ว่าเราต้องแยกผู้ได้รับ ผลกระทบให้มันครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสียชีวิตของบางคนที่เราได้ทราบอยู่นะครับ แม้จะเสียชีวิตเพียง ๓ คนก็ตาม แต่ว่าชีวิตของพี่น้องประชาชนมีมูลค่าที่เราเปรียบเทียบ ไม่ได้สำหรับการเป็นผู้นำรัฐบาล เราจะต้องช่วยเหลืออย่างจริงจังและรวดเร็วนะครับ

สิ่งสำคัญที่สุดที่ผมอยากฝากเป็นคำถามสุดท้ายก็คือว่าวันนี้ที่พื้นที่อำเภอยะหา ตำบลละแอ ตำบลยะหา ตำบลบาโร๊ะ กำลังประสบปัญหาน้ำป่าไหลหลาก เดือดร้อน ก็อยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็เป็นกำลังใจให้กับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ที่เข้าไปช่วยเหลือเบื้องต้นนะครับ แล้วพื้นที่ของอำเภอรามันตอนนี้มีปัญหาก็คือที่พื้นที่ หมู่ที่ ๓ ตำบลจะกว๊ะ เจอน้ำป่าไหลหลากไปทำลายทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนรอบที่ ๒ แล้วครับ วันนี้ยังมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น ผมยังไม่เห็นภาพหน่วยงานของรัฐเข้าไปช่วยเหลือ เยียวยาเลย ก็อยากฝากประเด็นนี้เป็นประเด็นหนึ่ง

แล้วก็ข้อสุดท้าย สิ่งที่ต้องระวังที่สุด น้ำท่วมซ้ำซากของจังหวัดยะลา ก็คือ พื้นที่ที่อยู่ในเขตบริเวณของแม่น้ำสายบุรี ตั้งแต่ตำบลบาลอ ตะโล๊ะหะลอ ตำบลเกะรอ ตำบลอาซ่อง ตำบลท่าธง เหล่านี้เป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังมาก ถ้าเราไม่ไปเตือนชาวบ้าน เราขาดเรื่องการสื่อสารข้อมูลข่าวสาร อย่างที่เพื่อนสมาชิกบอกว่าสิ่งเหล่านี้มันต้องพร้อม วันนี้เรามีไฮเทค (Hi-tech) เราเข้าสู่ยุค ๔ จี (4G) ๕ จี (5G) ไปแล้ว แต่ว่าการส่งข้อมูลให้กับ พี่น้องประชาชนได้รับทราบยังล่าช้า ก็อยากฝากประเด็นหนึ่งที่เป็นข้อเสนอแนะให้กับรัฐบาล ก็ขอบคุณสภาผู้แทนราษฎร ขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่มีความห่วงใยต่อความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๑๔ จังหวัดภาคใต้ครับ ขอบคุณครับ