โกวิทย์ พวงงาม แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำท่วมในนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะพื้นที่บ้านเกิดของตนเอง พร้อมเสนอให้รัฐบาลเร่งเยียวยาความเสียหาย โดยเฉพาะในโรงเรียนที่ต้องปิดการเรียนการสอน และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและยั่งยืนในระยะยาว ด้วยการบูรณาการกฎหมาย ผังเมือง และการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้ ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่ได้เสนอญัตติด่วนเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ถูกน้ำท่วม ในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และผมเรียนท่านประธานว่าผมโต และเกิดที่จังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ที่อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแหล่ง ต้นน้ำเทือกเขาหลวง นี่คือถิ่นฐานบ้านเกิดผม แล้วผมเองก็มีความห่วงใยเพื่อนพี่น้องชาวใต้ โดยเฉพาะพี่น้องที่อำเภอพรหมคีรี อำเภอลานสกา ซึ่งเป็นดินแดนที่ผมสัญจรไปมาอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งมาเรียนหนังสือที่อำเภอเมือง แล้วก็เกิดน้ำท่วม สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เป็นความห่วงใย และส่งกำลังใจไปให้พี่น้องชาวใต้ ชาวนครศรีธรรมราชทุกท่าน ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอ ในการเยียวยา ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอจากเพื่อนสมาชิกที่ให้เยียวยาครัวเรือน เยียวยา ซ่อมแซมบ้าน เยียวยาเรื่องความเสียหายเรือกสวนไร่นาของรัฐบาล และเยียวยาเรื่องโรคภัย ไข้เจ็บที่จะเกิดขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่ผมว่าวันนี้เพื่อนสมาชิกยังไม่ได้พูดก็คือการเยียวยาโรงเรียน ขณะนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชผมทราบข่าวว่าได้ปิดโรงเรียนทั้งหมดแล้ว สิ่งเหล่านี้คือ ต้องเห็นใจโรงเรียนที่ถูกกระทบจากน้ำท่วม เพราะฉะนั้นข้อเสนอของผมก็คือว่าอยากให้ กระทรวงศึกษาธิการลองสำรวจความเสียหายโดยเร่งด่วน โดยเฉพาะอุปกรณ์การเรียน การสอนที่ต้องเสียหายไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคอมพิวเตอร์ประกอบการเรียนการสอน หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในโรงเรียน การซ่อมแซมโรงเรียนเป็นการด่วนหลังจากนี้ไป เพื่อให้นักเรียนได้เรียนได้ โรคภัยไข้เจ็บที่จะเกิดขึ้นกับนักเรียน เรื่องน้ำที่ทำให้เป็นโรคได้ รวมทั้งน้ำดื่มสำหรับเด็กที่จะไปโรงเรียนในอนาคต นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น ผมเองโตที่นี่และเห็น ความสูญเสียมาตลอด ตั้งแต่เกิดวาตภัยที่แหลมตะลุมพุก ปี ๒๕๐๕ และมาจนกระทั่ง ที่กะทูน ปี ๒๕๓๑ บ้านผมเรือกสวนไร่นาพังหมด แม่น้ำพรหมโลก น้ำตกพรหมโลกที่เคย สวยงาม ก็กลับกลายเป็นแม่น้ำที่แห้งเหือดไปแล้วกลับมาท่วมตลอดเวลา เป็นความซ้ำซาก ที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของนครศรีธรรมราชและภาคใต้ ฝนตกทีไรก็จะเกิดสิ่งที่ ผมพูดถึง อย่างไรก็ตามผมไม่อยากเห็นการเยียวยาแก้ปัญหาชั่วครั้งชั่วคราว แต่ผมคิดว่า รัฐบาลต้องมีแนวทาง ถึงเวลาหรือไม่ที่จะต้องทำให้การจัดการน้ำเป็นการจัดการในเชิงระบบ มากกว่าแก้ปัญหาไปในชั่วระยะเวลาที่มีปัญหาหนึ่ง แต่การแก้ปัญหาที่เป็นระบบ ผมเรียน ท่านประธานว่าเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องใช้ความคิด ต้องระดมผู้มีปัญญาทั้งหลาย ร่วมแก้ปัญหาเพื่อวันข้างหน้า เราไม่ได้คิดเพื่อวันนี้ แต่ผมไม่แน่ใจว่าถ้าเยียวยากันไป ปีหน้า ก็เยียวยากันอีก ผมคิดว่าต้องคาดการณ์เป็นเวลา ๑๐ ปี ๑๕ ปี เพื่อทำให้การจัดการน้ำ เป็นเชิงยุทธศาสตร์ ระดมผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจเรื่องธรรมชาติของน้ำ ผมคิดว่าสำคัญ ธรรมชาติ ของน้ำและการอนุรักษ์น้ำอย่างเป็นระบบ น้ำต้องการที่อยู่ น้ำต้องการทางเดิน น้ำต้องการ ทางไหลของน้ำ สิ่งเหล่านี้เป็นการจัดการที่จะต้องบูรณาการ ผมเรียนท่านประธานว่า ผมอยากเห็นการจัดการของรัฐบาลอย่างจริงจังและเป็นระบบ ที่จะต้องทำให้ทุกภาคส่วน ระดมสรรพกำลัง เพื่อทำให้การจัดการนั้นมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นสิ่งที่มันเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบผังเมืองก็ดี ที่ทำลายทางเดินของน้ำก็ดี จะต้องมีประสิทธิภาพในเชิง กฎหมาย ผมเคยไปดูงานที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่เขามีน้ำท่วมใหญ่เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว ขณะนี้ เขาแก้ได้ เขาปรับปรุงได้ แล้วก็มีมหาวิทยาลัยเอรัสมุส ยูนิเวอร์ซิไตท์ รอตเทอร์ดาม (Erasmus Universiteit Rotterdam) ได้วิพากษ์วิจารณ์ประเทศไทยเรื่องการจัดการน้ำ อยู่บ้าง ซึ่งผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาของประเทศก็คือว่า เราไม่สามารถบูรณาการน้ำได้อย่างเป็นระบบ นี่คือสิ่งที่เขาบอก อยากให้การใช้กฎหมาย ในเรื่องผังเมืองก็ดี การใช้กฎหมายในเรื่องการบุกรุกทำลายป่าก็ดี จะต้องมีความศักดิ์สิทธิ์ และเด็ดขาด แล้วก็ให้มีการจัดการรวมสรรพกำลังของหน่วยงานในอนาคต นี่คือสิ่งที่ อยากเรียนท่านประธานด้วยความห่วงใยว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง ถ้าคิดเป็นเงิน เป็นชีวิตผู้คน ชีวิตผู้คนที่ต้องสูญเสียและทรัพย์สิน ก็เรียกได้ว่าแต่ละปี มีมหาศาล ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับพี่น้องชาวใต้และประเทศไทยด้วยซ้ำไปที่เราพูดกันวันนี้ ในเรื่องการจัดการน้ำทั้งระบบ อย่างไรก็ตามผมยังคิดในเชิงบวกว่าเราคงไม่จนปัญญาที่จะ จัดการน้ำ เพราะว่าคนในประเทศของเราก็มีปัญญา มีความคิด เพราะฉะนั้นขอฝากรัฐบาลว่า การเยียวยาเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญ การช่วยเหลือทุกกลุ่มเป้าหมายเป็นส่วนหนึ่ง และขอฝากว่าที่ผมพูดถึงว่าคนที่ติดอยู่ตามเชิงเขาก็ดี ครัวเรือนที่อยู่ตามชายเขา เชิงเขา ที่เป็นต้นน้ำนั้น ก็ต้องดูแลให้เกิดความเป็นธรรมและทั่วถึง และสิ่งที่ผมเสนอว่าเรายังมี ปัญญาในการจัดการน้ำ แต่ขอให้คิดให้เป็นระบบและจัดการวางแผนอย่างคิดในระยะยาว มากกว่าระยะสั้น นี่คือสิ่งที่ผมเสนอต่อท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการเยียวยาและการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบครับท่านประธาน ขอขอบคุณครับ สวัสดีครับ