พิจารณ์ ชี้น้ำท่วมใต้รุนแรง วอนงบป้องกันภัยแทนมั่นคง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๓ ธันวาคม ๒๕๖๓

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ชี้ปัญหาน้ำท่วมในภาคใต้ที่ก่อให้เกิดความเสียชีวิตและความเดือดร้อนอย่างรุนแรง ตั้งคำถามถึงความทันเวลาของการเตือนภัยและการจัดสรรงบประมาณที่เน้นด้านความมั่นคงมากกว่าการป้องกันภัยพิบัติ พร้อมเรียกร้องให้เร่งเยียวยา ป้องกันการปนเปื้อนจากบ่อขยะ และใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดความสูญเสียที่อาจป้องกันได้

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ผม นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ขณะที่ ผมกำลังอภิปรายอยู่นี้นะครับ ก็ต้องเรียนท่านประธานว่า ส.ส. ของพรรคก้าวไกลหลายท่าน ที่เป็นบัญชีรายชื่อทางภาคใต้ก็เดินทางไปถึงที่นครศรีธรรมราชแล้วนะครับ นำทีมโดย หัวหน้าพรรค คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แล้วก็เลขาธิการพรรคนะครับ ลงไปเพื่อติดตาม แล้วก็ดูว่าจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ทางไหน อย่างไร พวกเราทราบดีถึงความเดือดร้อน อุทกภัยครั้งนี้ใหญ่หลวงครับ เรียกว่าในรอบ ๕๐ ปี ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ล่าสุดที่ผม ติดตามข่าว ก็ต้องเรียนว่าน้ำท่วม ๒๓ อำเภอ โดยหนักที่สุดก็มีอำเภอเมือง อำเภอพระพรหม อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอลานสกา อำเภอนบพิตำ อำเภอท่าศาลา และอำเภอทุ่งสง แล้วล่าสุดก็มีผู้เสียชีวิตแล้ว ๘ ราย ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ๑๘๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน หรือประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คนครับท่านประธาน ความเสียหาย ครั้งนี้นับว่าใหญ่หลวงมากครับ ก็จะต้องเรียนต่อผู้ที่มีความสูญเสียทุกท่านว่าผมขอแสดง ความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียชีวิต ต่อครอบครัวที่สูญเสียทรัพย์สินต่าง ๆ รวมถึงขอเป็น กำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ในส่วนต่าง ๆ ที่กำลังระดมสรรพกำลัง เครื่องไม้เครื่องมือลงไปเพื่อช่วยเหลือนะครับ ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนต่อ ท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ต่อพี่น้องชาวใต้ด้วยความเคารพ ต่อเพื่อนสมาชิก ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ โดยเฉพาะทางภาคใต้นะครับ ด้วยความเคารพครับว่าความสูญเสียเหล่านี้ ไม่ควรจะเกิดขึ้นจนถึงกระทั่งมีความสูญเสียทางด้านชีวิตครับท่านประธาน ถ้าหากว่ารัฐบาล ได้คำนึงถึงการจัดสรรงบประมาณ โดยคำนึงถึงการป้องกันก่อนที่จะเกิดเหตุมากกว่ามาแก้ไข ภายหลัง เหตุการณ์เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น ผมเรียนอย่างนี้ท่านประธานครับ ตั้งแต่ประมาณ ๒๓-๒๔ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็ได้มีการประกาศ เตือนภัยให้ประชาชนเฝ้าระวังถึงอุทกภัยที่จะเกิดขึ้น แต่คำถามคือการประกาศของท่านทั่วถึงหรือไม่ ประชาชนที่อยู่ตามต่างอำเภอ ต่างตำบล เข้าถึงข้อมูลหรือเปล่า มิฉะนั้นแล้วเราจะไม่เจอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ที่เรายังพบว่า ยังมีพี่น้องประชาชนที่ยังไม่ได้อพยพออกจากพื้นที่ ยังมีเด็ก คนชรา หรือขนาดผู้ป่วยติดเตียง ที่ยังติดอยู่ในบ้านเรือนที่มีน้ำท่วมไปแล้วถึงชั้นสอง ปัญหาเหล่านี้คือปัญหาจากการจัดสรร งบประมาณครับท่านประธาน ถ้ารัฐบาลเล็งเห็นถึงการป้องกัน การจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้ ในการประชาสัมพันธ์ เพื่อใช้ในการสื่อสารต่อพี่น้องประชาชนในยามที่จะเกิดเหตุการณ์ภัย ธรรมชาติต่าง ๆ ประชาชนจะเตรียมพร้อมครับ จะเข้าใจถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น ผมกำลัง หมายถึงการเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือที่จะใช้เคลื่อนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่ด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจากปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ที่ผ่านสภาเราไปนะครับ กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลเรื่องนี้ ได้รับงบประมาณ ในการจัดซื้อสะพานถอดประกอบ ที่เมื่อสักครู่ ส.ส. ผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งได้กรุณาอภิปราย ว่าให้รีบไปติดตั้ง ผมก็ต้องเรียนว่าสะพานจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยใช้เวลา ติดตั้งถึง ๒ วันครับท่านประธาน สะพาน ๑ ชิ้น ๒๔ ล้านกว่าบาท แต่การจัดสรรงบประมาณ กลับไปให้กับกระทรวงกลาโหม ซึ่งใช้สะพานยุทธวิธี มูลค่า ๑๖๐ ล้านบาท ติดตั้งใช้เวลา เพียง ๑๐ กว่านาทีเท่านั้นเองครับท่านประธาน นี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งถึงการจัดสรร งบประมาณที่ไม่ได้เหมาะสมและไม่ได้ตอบโจทย์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุดครับท่านประธาน มีนักวิชาการได้โพสต์ (Post) ในโซเชียลมีเดีย (Social media) ถึงปัญหาต่อเนื่องจากอุทกภัยครั้งนี้ครับ คือในจังหวัดนครศรีธรรมราช เรียนท่านประธานว่าเรามีบ่อขยะที่ใหญ่เป็นอันดับ ๒ ของประเทศ กินพื้นที่ ๒๐๐ ไร่ มีขยะถึง ๒ ล้านตัน หรือเทียบกับตึก ๔ ชั้นครับท่านประธาน ใหญ่เป็นอันดับ ๒ ของประเทศ รองจากจังหวัดสมุทรปราการ แต่ทำไมครับ เรารู้ว่าจะมีเหตุการณ์อุทกภัย เช่นนี้ ทำไมถึงไม่มีการวางถุงทรายหรือวางแบร์ริเออร์ (Barrier) เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วม ทะลักเข้าไปบ่อขยะ เพราะขณะนี้น้ำไหลเข้าไปท่วมบ่อขยะหมดแล้วท่านประธานครับ ทำให้ชาวบ้านจะมีความเสี่ยงต่อการที่จะติดเชื้อสารพิษนะครับ ๖ พื้นที่ที่มีความเสี่ยง ได้แก่ บริเวณค่ายวชิราวุธ ตำบลนาเคียน ตำบลนาทราย ตำบลปากพูน เทศบาลตำบลท่าแพ และเขตเทศบาลนครศรีธรรมราชครับ พื้นที่เหล่านี้กำลังอยู่ในความเสี่ยงที่พี่น้องประชาชน จะติดเชื้อจากน้ำที่ท่วมเข้าไปในบ่อขยะแล้วทะลักออกมา นอกจากที่จะต้องเร่งแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าประเด็นนี้ก็อยากจะฝากท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีครับ ว่าการจัดสรรงบประมาณนั้นควรจะเป็นไปเพื่อการป้องกันมากกว่าจะมารอการแก้ไข และรอบนี้ท่านมีงบกลางอยู่แล้วนะครับ ขอให้ท่านรีบอนุมัติแล้วบริหารจัดการให้ดี หาระบบ ระเบียบในการที่จะให้เงินเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนให้รวดเร็ว อย่าให้พี่น้องประชาชน ชาวใต้ต้องมาต่อว่าท่าน เหมือนกับอย่างที่โครงการหลาย ๆ โครงการที่ผ่านมาครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ