จาตุรงค์ แจงผลศึกษาการจัดการน้ำภาคใต้-อีสาน ชูแนวทางยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๓ ธันวาคม ๒๕๖๓

จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ รายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการลุ่มน้ำภาคใต้ โดยเน้นปัญหาการเข้าถึงน้ำประปาในพังงาและเกาะลันตา พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขอย่างเป็นธรรมและมีส่วนร่วม ทั้งยังหารือปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเค็มรุกล้ำในทะเลสาบสงขลา โดยเสนอขุดลอกตะกอน สร้างแก้มลิงและฝายพับได้ รวมถึงการจัดการน้ำแบบบูรณาการในพื้นที่ 3 จังหวัด และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามข้อเสนอจากผลการศึกษาอย่างเร่งด่วน พร้อมผลักดันโครงการบรรเทาอุทกภัยในภาคใต้และภาคอีสาน โดยเฉพาะในลุ่มน้ำโขง ชี มูล ผ่านการขยายพื้นที่ชลประทานและการออกแบบการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญ และรองประธานคณะอนุกรรมาธิการลุ่มน้ำ ภาคใต้ คนที่หนึ่ง กราบเรียนท่านประธานนะครับ ต้องขอขอบคุณและตอบความคิดเห็น แก่ท่านอนุรักษ์ บุญศล ท่านอรุณ สวัสดี ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ท่านนิยม เวชกามา ท่านเกษมสันต์ มีทิพย์ ท่านขจิตร ชัยนิคม และคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ได้ ร่วมอภิปรายแล้วก็ได้ให้กำลังใจ ผมต้องเรียนว่าคณะกรรมาธิการชุดเรานั้นได้ทำงานหนัก ตลอดระยะเวลา ๓๖๐ วัน เราได้มีการแบ่งคณะอนุกรรมาธิการออกมาทั้งหมด ๖ คณะอนุกรรมาธิการ ประธานแต่ละคณะอนุกรรมาธิการได้ลงพื้นที่เต็มที่ และได้รับ ความร่วมมือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านไปร่วมในการลงพื้นที่ ทุกท่านได้แสดง ความคิดเห็น ทำให้การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนนั้นเข้มแข็งขึ้น ผมยกตัวอย่างที่ ท่านประธานสาคร เกี่ยวข้อง ในคณะอนุกรรมาธิการลุ่มน้ำภาคใต้ และท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง เราได้ลงไปในพื้นที่ของจังหวัดพังงา เราได้พบกับท่าน ส.ส. ในพื้นที่ ท่านมารอ ต้อนรับ แล้วก็มาช่วยอภิปรายตลอดจนแนะนำปัญหาความมีส่วนร่วม เช่น ท่านกันตวรรณ ตันเถียร ท่านได้มีความเป็นห่วงในเรื่องของการต่อท่อน้ำประปาโดยใช้น้ำจากคลองงา ผ่านจากอำเภอเมืองไปตะกั่วทุ่ง ไปโคกกลอย แล้วก็ไปจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีพี่น้องประชาชน มาร่วมฟังในวันนั้นเยอะมาก ทุกคนต้องบอกว่ามีความกังวลว่าการที่น้ำประปาจากคลองงา ไปที่ภูเก็ตนั้นไม่ขัดข้อง แต่คนที่จังหวัดพังงานั้นควรจะได้รับน้ำในการทำท่อประปานี้ก่อน หรือว่าให้ครบ ไม่ใช่ผ่านไปเลย ซึ่งเขาไม่มีส่วนร่วม ไม่มีส่วนได้ประโยชน์ในการใช้น้ำตรงนั้น และแบบแผนการดำเนินงานประปาก็ยังไม่ชัดเจน ตรงนี้ก็ยังเป็นห่วง หรือเช่นที่เกาะลันตา ของท่าน ส.ส. พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ซึ่งท่านก็มีความเป็นห่วงในเรื่องของการใช้น้ำ อุปโภคบริโภคของเกาะลันตาซึ่งมีความขาดแคลน แต่ด้วยความระมัดระวัง ด้วยความรอบคอบ เราก็จะฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด

ท่านประธานครับ สำหรับวันนี้ต้องขอบคุณท่านอรุณ แล้วก็อีกหลายท่าน พูดถึงเรื่องทะเลสาบสงขลา ต้องเรียนว่าทะเลสาบสงขลาเป็นหัวใจจริง ๆ เพราะว่ามีเนื้อที่ จริง ๆ ๘,๔๘๔ ตารางกิโลเมตร และมีตัวทะเลสาบนั้น ๘๓๑ ตารางกิโลเมตร เนื้อที่ประมาณ ๕.๓๐ ล้านไร่ มีลุ่มน้ำปากพนังอยู่ในส่วนนี้ด้วย ๑.๙ ล้านไร่ ทะเลสาบสงขลานั้น เราครอบคลุมใน ๓ จังหวัด ก็คือ จังหวัดสงขลา ก็คือ อำเภอระโนด สทิงพระ กระแสสินธุ์ และสิงหนคร จังหวัดพัทลุงทั้งจังหวัด และจังหวัดนครศรีธรรมราช บางส่วนของ อำเภอชะอวด และอำเภอหัวไทร ต้องเรียนว่าลุ่มน้ำในจังหวัดสงขลานั้นมีอยู่ ๓ ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำทะเลหลวง ทะเลสาบสงขลา ทะเลน้อย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ แต่ด้วยธรรมชาติ ของทะเลสาบสงขลานั้น มีกลุ่มโซน (Zone) แบ่งกลุ่มของประชาชนที่อยู่ในทะเลสาบสงขลา นั้นถึง ๗ กลุ่ม ตอนเราลงพื้นที่นั้นเราได้รับความร่วมมือจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง ๓ จังหวัด จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและองค์กรทุกองค์กรที่เข้ามา โดยเฉพาะ ๗ โซน (7 Zone) ก็คือ ๑. พรุควนเคร็ง ๒. ป่าต้นน้ำ ๓. คาบสมุทรสทิงพระ ๔. ทะเลน้อย ๕. ทะเลสาบฝั่งตะวันตก ๖. ทะเลสาบตอนล่าง และ ๗. ชุมชนเมืองใหญ่อู่ตะเภา ซึ่งทั้งหมดนั้น มีความต้องการที่แตกต่างกันธรรมชาติ บางคนก็ต้องการน้ำจืดเพาะปลูก บางคนเขาต้องการ น้ำกร่อย เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เราได้ประชุมกันหลายรอบมาก ในเรื่องทะเลสาบสงขลา ดังนั้นจึงมีข้อเสนอแนะในส่วนของทะเลสาบสงขลา ซึ่งเสนอแนะ จากแนวคิดทั้งหมดอย่างน้อย ๆ ๔ แนวคิด แนวคิดแรก ก็คือเรื่องของว่าทะเลสาบสงขลานั้น ท่านประธานครับ ทุกปีทะเลสาบสงขลาจะมีตะกอนที่ฝังลงมาในตะกอนเยอะมากทุกปี จากประมาณ ๕.๙ มิลต่อปี เพราะฉะนั้นในเรื่องแรกก็คือเรื่องของการขุดลอกทะเลสาบ สงขลาซึ่งเป็นประโยชน์มาก แนวคิดของท่านอรุณนั้นซึ่งท่านได้พูดไว้ตั้งแต่ต้น ๆ แล้วว่า ท่านอยากให้มีการทำคันดิน ทำแก้มลิงสทิงพระ แล้วก็ให้ลึก ๒ เมตร สร้างคันกั้นน้ำ ๓ เมตร แล้วความจุได้ประมาณ ๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร มีประตูกั้นน้ำปิดเปิดน้ำ ตรงนี้ก็เป็น แนวคิดซึ่งเราได้ลงไว้ในเล่มใหญ่ แล้วก็เล่มของคณะอนุกรรมาธิการซึ่งมีทั้งหมดประมาณ ๕๓๗ หน้า ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าทั้งหมด ๖ คณะอนุกรรมาธิการ มีการทำชุดของคณะอนุกรรมาธิการไม่ต่ำกว่า ๓๐๐ ๔๐๐ ๕๐๐ หน้า ทุกคณะอนุกรรมาธิการ ซึ่งเราได้ลงในพื้นที่ในรายละเอียดทั้งหมด แต่เราได้มี คิวอาร์โค้ด (QR Code) ในด้านหลัง และในการส่งไปนั้นเราจะส่งทั้ง ๗ เล่ม เพื่อจะให้รัฐบาล ได้ดูแลทำตามต่อไปนะครับ

นอกจากนั้นก็ต้องเรียนว่าท่านอรุณนั้นได้บอกว่าให้ฝั่งตะวันออก ฝั่งตะวันตก มีการสัญจร มีทางเชื่อม ท่านพูดถึงต้นลำพู ท่านพากรรมาธิการไปดูต้นลำพูนะครับ ซึ่งขณะนั้นมีฝนตก ต้นลำพูเยอะมากในการที่จะทำให้มันขีดขวางทางน้ำและน้ำทะเลเข้ามา ก็ออกยาก นี่เป็นเรื่องที่สำคัญนะครับ และให้ขุดลอกชายฝั่งทะเลสาบสงขลายังตะวันออก ไปตะวันตกกว้าง ๑๐๐ เมตร

ส่วนอีกท่านหนึ่งเป็นแนวคิดของท่านอนุกรรมาธิการ ท่านดอกเตอร์ประยุทธ์ ไกรปราบ ซึ่งท่านมีความคิดในการให้มีกรอบแนวคิดคอนเซปชวล ดีไซน์ (Conceptual design) การใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ บำรุงรักษา ฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ท่านได้ทำแบบครบวงจรจริง ๆ จะมีมาตรการในการก่อสร้างพัฒนาอ่างเก็บน้ำจืดประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร พัฒนาส่งน้ำด้วยระบบท่อในพื้นที่เกษตรน้ำฝน ๓.๓ ล้านไร่ ระบบไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ (Solar cell) มีการสูบย้อนกลับ เป็นต้น

อีกแนวคิดหนึ่งเป็นเรื่องที่ขุดลอกของกรมเจ้าท่า ซึ่งมีร่องน้ำทั้งหมด ๓ ร่องน้ำ ซึ่งเราคิดว่าเป็นร่องน้ำที่จำเป็นที่สุดก็คือร่องน้ำที่ ๒ คือร่องน้ำตะกอนตอนล่าง ซึ่งขุดร่องน้ำ ที่ ๒ คือตรงกลาง ต้องเรียนว่าการฝังของตะกอนทุกปี ๆ ไม่ได้ลอกมาเป็นร้อยปีมันทำให้ ตื้นเขิน เพราะฉะนั้นตะกอนตอนบนมีอยู่ ๕.๔ มิลลิเมตรต่อปี ตอนกลางประมาณ ๔.๔ มิลลิเมตร ตอนล่าง ๕.๙ มิลลิเมตร เราต้องขุดลอกตามแนวของทางกรมเจ้าท่า

อีกแนวคิดหนึ่งคือของท่านรองประธาน ท่านวีระกร คำประกอบ ท่านบอกว่า เราจะก่อสร้างฝายพับได้เพื่อบริเวณสะพานของตำบลปากรอ ประมาณ ๕๐๐ เมตร เป็นจุดที่ สั้นที่สุด แคบที่สุด ไปยังสะพานของตำบลชะแล้ อำเภอสิงหนคร ซึ่งเป็นจุดที่แคบ ทำให้เรา สามารถปรับน้ำเวลาน้ำทะเลหนุนเวลากั้นน้ำต่าง ๆ นี่คือเรื่องของทะเลสาบสงขลานะครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่ทางทะเลสาบสงขลานั้นต้องเรียนว่าในการจะขุดลอกต้องมีฟัง ในหลาย ๆ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของปัญหาอุทกภัย โดยให้มีการขยายคลองให้กว้าง ตั้งแต่อำเภอระโนดไปถึงอำเภอสิงหนคร อันที่ ๒ ก็คือเรื่องของการขาดแคลนน้ำ เราจะดู หมดนะครับ น้ำท่วม น้ำแล้ง ในคาบสมุทรสทิงพระ อันที่ ๓ ด้านตะกอนทะเลสาบสงขลา และอันที่ ๔ ด้านการรุกตัวของน้ำเค็ม สุดท้ายในเรื่องของโครงการต่าง ๆ ที่ประชุมบอกว่า ต้องดูสัณฐานนะครับ ต้องดูสัณฐานเดิมของจังหวัดสงขลา เป็นต้น นี่คือเรื่องของทะเลสาบ สงขลา

ประเด็นที่ ๒ ท่านอนุรักษ์ได้มีความเป็นห่วงในเรื่องของน้ำท่วม ซึ่งขณะนี้ เป็นที่ทราบกันดี เราจะมีญัตติต่อจากนี้ก็คือเรื่องของมีร่องมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัด ปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศจากประเทศ มาเลเซีย ทำให้เกิดน้ำท่วม ๗ จังหวัด คือ จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล และนราธิวาส ตรงนี้ในความเป็นห่วง เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่านเป็นห่วง ต้องเรียนว่าขณะที่เราไปดู เราไปดูทั้งหมดนะครับ ความไม่สมดุลคือน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำทะเลรุกล้ำ ปัญหาเรื่องของน้ำอุปโภคบริโภคต่าง ๆ โดยเฉพาะต้องเรียนว่าเรื่องนี้ ทางคณะได้ไปดู แล้วก็ไปดูเรื่องของโครงการที่บรรเทาอุทกภัยของนครศรีธรรมราชซึ่งกำลัง ก่อสร้างอยู่ แล้วก็ยังจะมีในเรื่องของประตูน้ำชะอวด-แพรกเมือง และประตูน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ ซึ่งเราไปทุกจังหวัด เราจะไปดูพร้อมกันหมด น้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเค็ม น้ำอุปโภคบริโภค น้ำทะเลรุกล้ำ ตลอดทั้งหมดนะครับ

อีกประเด็นหนึ่งท่านประธานครับ ก็คือเรื่องของที่ภาคอีสาน ซึ่งผมเองก็เป็น คนเสนอญัตติทั้ง ๒ ญัตติในภาคอีสาน ก็คือเรื่องของที่โขง ชี มูล สงคราม ซึ่งตรงนี้ คณะกรรมาธิการ ท่านประธานศักดา คงเพชร และคณะอนุกรรมาธิการได้เดินทางไป แทบทุกจุด แล้วก็เดินทางไปค่ำดึกจนเรียกว่าทุ่มเททั้งหมด ต้องเรียนว่าในประเด็นนั้น คณะกรรมาธิการนั้นได้มีแนวคิดอย่างที่เรียนไว้นะครับว่าเราจะต้องพิจารณาเพิ่มพื้นที่ ชลประทานนะครับ โดยเฉพาะชลประทานที่มีแนวคลองหลักสายผ่าน แล้วยังไม่ได้จัดน้ำ เข้าไป รวมทั้งพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลที่กันดาร หรือทางไปอุโมงค์ ต้นอุโมงค์ ต้องพื้นที่ตรงนี้ แล้วก็ พิจารณาระบบสูบน้ำชลประทานจากเฮด (Head) สูงไป นี่คือเรื่องส่วนของทางภาคอีสาน และขณะเดียวกันคณะใหญ่เราได้มีการเดินทางไปที่ภาคอีสาน ๒ ครั้ง ที่สีคิ้ว กับที่ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นจุดปลายน้ำของโขง ชี มูล ซึ่งเราจะได้ดูถึงน้ำท่วม น้ำแล้งต่อไป

ก็ต้องเรียนว่าวันนี้ในส่วนของคณะกรรมาธิการทุกท่านเราได้พยายามทำงาน กันอย่างเต็มที่ในตลอดระยะเวลา ๓๖๐ วันนี้ แล้วก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะ คณะชุดนี้เรามีทั้งหมดชุดเล่มใหญ่ซึ่งถือว่าเป็นเล่มปกติที่เราถือไปได้ แต่ยังมีอีก ๖ ชุด ซึ่งท่านที่กังวลก็ส่งไปทั้งคิวอาร์โค้ด (QR Code) แล้วก็ที่จะทำเป็นเล่มส่งไปให้ทางรัฐบาล เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาต่อไป ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ