ขจิตร ชัยนิคม ชื่นชมรายงานคณะกรรมาธิการเรื่องพัฒนาลุ่มน้ำและเสนอให้ปรับปรุงแผนโดยเพิ่มโครงการเชื่อมต่อระบบโน้มถ่วงจากเลย-หนองบัวลำภู ผ่านอุโมงค์ไปเติมเขื่อนห้วยหลวง เพื่อส่งน้ำเข้าจังหวัดอุดรธานีและลงสู่แม่น้ำโขง ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย จากรายงานของคณะกรรมาธิการ ผมต้องขอชื่นชม อย่างน้อยรูปเล่มของท่านก็สวยงาม แล้วหลายท่านก็มีความพยายาม ไปพบพี่น้องประชาชนตามลุ่มน้ำต่าง ๆ อันนี้ต้องขอบคุณหลาย ๆ ท่านนะครับ ด้วยความตั้งใจและความมุ่งมั่นของท่าน ขอให้การพัฒนาลุ่มน้ำในประเทศไทยได้ประสบ ความสำเร็จและเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ แต่ท่านประธานครับ ผมดูรายงานโครงการ พัฒนาลุ่มน้ำโขง เลย ชี มูล สงคราม ก็คงเป็นการเอาสงครามมาติ่งไว้นะครับ มันไม่ได้ต่อกัน ผมนึกว่าท่านจะเอาสายน้ำอะไรต่อกันมา ขออนุญาตเพิ่มเติมจากรายงานของท่านนะครับ ถ้าหากรายงานของท่านได้พูดถึงจังหวัดอุดรธานีมากขึ้นกว่านี้ก็จะเป็นรายงานที่สมบูรณ์ ก็ฝากท่านด้วยนะครับ อย่างท่านพูดถึงแม่น้ำสงคราม ผมก็ฝากท่านคณะกรรมาธิการ ไปปรับปรุงรายงานของท่านก่อนจะส่งไปที่ไหนครับ ให้มันดูว่าพี่น้องบ้านเชียง อำเภอหนองหาน ซึ่งเริ่มแม่น้ำสงครามนี่นะ บ้านดงเย็น ตำบลอ้อมกอ อำเภอทุ่งฝน แถวบ้านกุดค้า บ้านท่าช่วงอะไรนี่ ให้ได้รับประโยชน์จากการศึกษาของท่านด้วย ใส่แผน ลงไปด้วยนะครับ
จากรายงานนี้เหมือนกันผมมีข้อเสนอให้ท่านไปเพิ่มว่ามันควรจะเป็น ถ้าจะมี ประโยชน์มากสำหรับจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดหนองบัวลำภู มันคงจะเป็นโครงการโขง แล้วเข้ามาทางเชียงคาน โดยใช้ระบบโน้มถ่วงของโลก แล้วก็จากเลยนี้น่าจะมาลำพะเนียง จังหวัดหนองบัวลำภูทั้งหมด จากลำพะเนียง จังหวัดหนองบัวลำภู มันควรจะมีอุโมงค์ขุดลอด ให้น้ำไปเติมที่เขื่อนห้วยหลวง เสร็จแล้วก็ผ่านจังหวัดอุดรธานีเข้าไปในเทศบาล ผ่านขึ้นไป อำเภอพิบูลย์รักษ์ อำเภอบ้านดุง เสร็จแล้วก็ไปอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เข้าไป จังหวัดบึงกาฬ แล้วลงแม่น้ำโขง หรือขึ้นจากแม่น้ำโขงไป ถ้าสิ่งที่ผมพูดนี้ได้รับการบรรจุ ลงในรายงานหรือในแผนท่าน ก็จะเป็นประโยชน์สำหรับชาวจังหวัดอุดรธานีเป็นอย่างยิ่ง ก็ขอขอบคุณท่านด้วย
ท่านประธานที่เคารพ และท่านกรรมาธิการซึ่งล้วนแต่เป็นพรรคพวก คุ้นเคยกัน และมีความตั้งใจดี มุ่งมั่นมาก แต่ผมขออนุญาตแลกเปลี่ยนความเห็นของท่าน สักเล็กน้อย ผมอยากจะติงท่านว่าวิธีการศึกษาของท่าน ท่านก็ไปศึกษาจากหน่วยราชการ ซึ่งทำแล้วมันไม่สำเร็จ มันทุ่มลงไปหลายแสน หลายแสน หลายแสนล้าน ถึงวันนี้ก็ยัง ไม่สำเร็จ แล้วอีก ๑๐ ปีก็ยังไม่สำเร็จหรอก เวลาน้ำเยอะมันก็จะท่วม เวลาน้ำน้อย มันจะแล้งอยู่อย่างนี้ละ เพราะหน่วยงานเดิม ๆ วิธีเดิม ๆ นี่แก้ปัญหาไม่ได้หรอกระบบน้ำ ในประเทศไทย ผมเคยถามกรมชลประทานบอกว่าไหนที่เขียนไว้อย่างโก้ ๆ มาชี้แจง งบประมาณ บอกว่าระบบบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการมีอยู่ที่ไหนบ้าง ตอบไม่ได้ครับ ไม่มี เพราะฉะนั้นผมขอเสนอความเห็นของผมฝากไปยังท่าน ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ เกี่ยวกับแม่น้ำโขง ท่านควรจะมีความคิดฝากไปยังส่วนราชการ บอกว่าใช้โซลาร์เซลล์ (Solar cell) ขนาดใหญ่มากขุดแม่น้ำโขงมาเลย จุ่มลงไปแม่น้ำโขง ตอนที่มันไม่เคยแล้ง มันจะใช้งบประมาณเป็นแสนล้านก็ทำ เสร็จแล้วพอดวงอาทิตย์ขึ้น น้ำมันจะสูบขึ้นมาเลย เสร็จแล้วก็ไปตามลำน้ำอย่างที่ผมว่า นี่อันที่ ๑ มันยังไม่มีคนเสนอ ความคิดนี้ ก็เสนอไว้
อันที่ ๒ ผมอยากจะฝากท่านว่าระบบบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ ที่เขา ประสบความสำเร็จอยู่ในอังกฤษ ในออสเตรเลีย ภาคตะวันตกที่เขาทำสำเร็จ มันต้องมีภาพ อย่างนี้ครับท่านกรรมาธิการและท่านประธานครับ มันต้องมีภาพว่าฝนตกลงกี่เม็ด กรมอุตุนิยมวิทยาวัดอยู่แล้ว ในพื้นที่ตรงนี้มันตกปีหนึ่งเท่านี้แล้วมันจะไหลไปไหนบ้าง ท่านต้องมีที่ให้มันไป ผ่านหมู่บ้านไหน หมู่บ้านนี้จะใช้ประปาสำหรับบริโภคเท่าไร ต้องมี ตลอดปี คำนวณได้ ท่านต้องมีวิธีไปเก็บระบบนี้ เสร็จแล้วเขาจะใช้สำหรับการเกษตรเท่าไร ปริมาณฝนที่ท่านเขียนอยู่ในนี้มันเพียงพอ มันผ่านไปตำบลไหน หมู่บ้านไหน ให้มีเลย น้ำบริโภค น้ำใช้จ่ายอุปโภค แล้วก็มีที่เก็บไว้ ถ้าเป็นอย่างนี้เขาเรียกว่าเป็นการบริหาร จัดการน้ำอย่างครบวงจร ตั้งแต่ตกลงมาเม็ดแรกแล้วไปเก็บไหน ผ่านไหน ระเหยไปเท่าไร อย่างไร กรมชลประทานหรือพวกข้าราชการเขารู้หมด แต่ว่าต้องปรับใหม่ ไม่ใช่แบบที่ เขาทำอยู่ เวลาที่ท่านไปดู ท่านไปดูที่เขาทำอยู่ไม่สำเร็จ ในความเห็นผม ไม่สำเร็จ แล้วอีกอย่างหนึ่งมันไม่มีแนวคิดที่จะเอาน้ำไปเก็บไว้ โดยใช้ยางพาราทำเป็นอ่างน้ำ ขนาดใหญ่เลย ถ้าเขาจะทำนาบ้านนี้ใช้กี่ล้านลูกบาศก์เมตร เอายางพาราที่มันราคาถูก อยู่แล้วไปทำเลย ไปทำเขื่อนยางพาราใต้ดิน น้ำไม่ต้องระเหย เสร็จแล้วก็ส่งน้ำไปสำหรับ การเพาะปลูก วิธีคิดใหม่ ๆ แบบนี้จะต้องไปผลักดันให้ราชการไทย หน่วยงานบริหาร จัดการน้ำ ซึ่งงบประมาณเป็นหลายแสนล้านบาทแต่ละปีรวมทุกแห่งแล้ว จึงจะเกิด ความสำเร็จได้ หลักการต้องเป็นแบบนี้ การบริหารจัดการน้ำต้องครบวงจร น้ำไหลลงไป ที่ไหน หมู่บ้านนั้นจะต้องมีน้ำบริโภค ไม่อดอยาก แล้วก็มีน้ำสำหรับการเพาะปลูก ทางการเกษตร ปริมาณน้ำฝนผมบอกแล้ว ย้ำอีกครั้งหนึ่ง มันบอกอยู่แล้วว่าเพียงพอ แต่ระบบการจัดการน้ำในประเทศเราไม่สามารถให้คำตอบและสร้างความอุดมสมบูรณ์ ให้แก่พี่น้องประชาชนได้ ผ่านมาแล้วกี่ปี แล้วก็จะผ่านไปอีก ๒๐ ปี ก็ยังไม่สำเร็จครับ เรายังไม่ได้ใช้บริหารจัดการน้ำแบบใหม่ที่ทันสมัยในประเทศที่เขาบริหารจัดการน้ำ ประสบความสำเร็จแล้วมาเป็นแบบอย่างได้ เรายังไม่สามารถรวมหน่วยงานทั้งหลายทั้งปวง ในเรื่องน้ำเป็นกระทรวงเดียวกันได้ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากฝากไว้เพื่อที่จะเป็นข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งแตกต่างจากรายงานของท่านครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ