ญาณธิชา บัวเผื่อน อภิปรายข้อสังเกตต่อรายงานการศึกษาการบริหารจัดการลุ่มน้ำภาคตะวันออก โดยชี้ว่ารายงานเน้นอุตสาหกรรมและละเลยการเกษตรซึ่งเป็นหัวใจเศรษฐกิจจังหวัดจันทบุรี พร้อมเสนอให้เร่งศึกษาโครงการอ่างเก็บน้ำเพิ่มเติมในอำเภอที่ขาดแคลน และสนับสนุนนโยบายนำน้ำบาดาลมาใช้เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งทั้งการอุปโภคบริโภคและการเกษตร ญาณธิชา บัวเผื่อน เน้นย้ำความสำคัญของการจัดการน้ำที่ต้องอาศัยการบูรณาการจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และหวังว่ารายงานฉบับนี้จะสร้างประโยชน์ต่อประชาชน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกลค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันได้อ่านรายงานของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ เนื่องจากดิฉันเป็น ส.ส. ของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งอยู่ใน ภาคตะวันออก ดิฉันก็จะขออภิปรายในส่วนของกลุ่มลุ่มน้ำในภาคตะวันออก ดิฉันได้อ่าน รายงานของกลุ่มลุ่มน้ำภาคตะวันออกแล้ว พบว่าในรายงานนั้นเป็นลักษณะของการที่ทำ รายงานมาแบบเขียนในรูปแบบกว้าง ๆ นะคะ ยังไม่ได้เจาะลึกลงรายละเอียดเท่าไร แล้วข้อมูลก็อาจจะยังไม่ครบถ้วน เนื่องจากเวลาในการศึกษาอาจจะไม่ได้มีเวลาในการศึกษา มากเพียงพอ แล้วก็รายละเอียดบางอย่างอาจจะไม่สามารถบรรจุลงในเอกสารรายงาน ฉบับนี้ได้นะคะ ดังนั้นดิฉันจึงมีข้อสังเกตและอยากจะเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมค่ะ ดิฉันพบว่าในรายงานเล่มนี้จะเน้นไปในส่วนของการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่ออุตสาหกรรม หรือว่าอีอีซี (EEC) นั่นเอง แต่ว่าพูดถึงในเรื่องของภาคการเกษตรน้อยมากค่ะ ในส่วนของ การเกษตรนั้นทุกท่านน่าจะทราบดีอยู่แล้วว่าในภาคตะวันออกมีการทำการเกษตร เป็นส่วนใหญ่ แล้วก็เราทำผลไม้ส่งออกมูลค่าจำนวนมหาศาล ทุเรียน ลำไย มังคุด ส่งออก มูลค่าเป็นแสนล้าน แต่ว่าในรายงานฉบับนี้กลับให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรน้อยมากค่ะ เศรษฐกิจจันทบุรีนะคะ ดิฉันอยู่จังหวัดจันทบุรี อยากจะเล่าให้ฟังว่าตอนนี้พ่อค้า แม่ค้า ตลาดนัดบ่นว่าเงียบมาก เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนจังหวัดเราได้ก็คือในเรื่องของการทำผลไม้ขาย ก็คือทุเรียนนั่นเอง ถ้าเกิดว่าเราไม่มีน้ำในการทำการเกษตร อยากจะบอกเลยค่ะว่าไม่มีน้ำ ไม่มีชีวิต ไม่มีเงิน แล้วก็ตายแน่นอนนะคะ ตัวอย่างโครงการที่ในรายงานฉบับนี้ได้กล่าวมา ของจังหวัดจันทบุรี ดิฉันพบว่ามี ๓ โครงการ ก็คือ อ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่ อ่างเก็บน้ำ บ้านเนินสมบูรณ์ อ่างเก็บน้ำหนองประแกด แต่ดิฉันอยากจะให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า จริง ๆ แล้วที่กรรมาธิการเสนอตัวอย่างโครงการมามันยังไม่ได้ครอบคลุม ในอำเภอ โป่งน้ำร้อน อำเภอสอยดาว ทุกท่านทราบดีอยู่แล้วว่าประสบกับปัญหาภัยแล้งซ้ำซากทุกปี ปีที่แล้วลำไยตายไปหลายพันไร่ แต่เราก็พบว่าอำเภอสอยดาวและอำเภอโป่งน้ำร้อน แทบจะไม่มีอ่างเก็บน้ำเลย มีแค่อ่างเก็บน้ำอ่างเดียวก็คืออ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ ซึ่งมันไม่เพียงพออยู่แล้ว อำเภอสอยดาวไม่มีเลยสักอ่างเก็บน้ำเดียว ดิฉันก็อยากที่จะเสนอว่า โครงการต่าง ๆ ที่ทางหน่วยงานของรัฐได้ริเริ่มทำไว้ ควรที่จะนำกลับมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง อย่างเช่น อ่างเก็บน้ำคลองตาพลายที่อยู่อำเภอสอยดาว อ่างเก็บน้ำคลองกันทึม อ่างเก็บน้ำ คลองตาดำ ที่อยู่ในอำเภอโป่งน้ำร้อน และอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ ที่อยู่ในอำเภอขลุง ซึ่งเชื่อมต่อกับทางเขตของท่าน ส.ส. ศักดินัย ของพรรคก้าวไกล ในจังหวัดตราด โครงการ เหล่านี้ควรที่จะได้นำมาศึกษาแล้วก็รีบทำ แต่ดิฉันก็เข้าใจว่าอ่างเก็บน้ำพวกนี้ส่วนใหญ่ เวลาที่จะสร้างมันก็จะติดพื้นที่ป่าบ้าง เป็นพื้นที่อุทยานบ้าง ทำให้สามารถทำได้ อย่างยากลำบากนะคะ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งประเด็นที่สำคัญมาก ๆ เลยก็คือว่าตอนนี้เกษตรกรมีจำนวนความต้องการ ที่จะใช้น้ำเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากว่าสมัยก่อนเราปลูกยางพาราใช่ไหมคะ แล้วยางพาราก็ราคา ตกต่ำมาหลายปีแล้ว ดังนั้นเกษตรกรก็โค่นยางพาราแล้วก็ย้ายไปปลูกทุเรียนแทน ซึ่งทุเรียน ก็เป็นพืชที่ต้องใช้น้ำเป็นจำนวนมากกว่า ดังนั้นก็คิดได้เลยว่าในระยะยาวต่อไปเราขาดแคลนน้ำ แน่นอน นอกจากน้ำในส่วนของภาคการเกษตรจะขาดแคลนแล้ว น้ำในส่วนของภาค การอุปโภคบริโภค ในจังหวัดจันทบุรีเราก็ยังมีพื้นที่ที่หาน้ำยากด้วย ก็คือเรามีชายทะเล พื้นที่ที่ติดอยู่กับชายทะเล อย่างเช่น ท่าใหม่ หรือว่านายายอาม ก็เป็นพื้นที่ที่หาน้ำจืดยาก หรือแม้แต่กระทั่งพื้นที่อำเภอขลุง บางชัน ก็เป็นพื้นที่ที่เราเรียกว่าหมู่บ้านไร้แผ่นดิน พี่น้อง ประชาชนไม่มีน้ำจืดใช้เลยค่ะ ในส่วนของหน้าแล้งต้องซื้อน้ำจืดจากบนพื้นดิน เสียค่าใช้จ่าย ประมาณเดือนหนึ่ง ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาทเลยทีเดียว ท่านประธานคะ ดิฉันเคยไปดูโครงการ เกี่ยวกับน้ำบาดาลเพื่ออุปโภคบริโภคที่ตำบลสนามชัย อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี แล้วก็โครงการน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร ที่ตำบลทุ่งมหาเจริญ อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ท่านประธานคะ ทั้ง ๒ โครงการนี้ดิฉันได้ลงไปคุยกับชาวบ้าน แล้วชาวบ้านก็บอกว่า เขาดีใจมากที่รัฐมาทำระบบน้ำบาดาลให้ เขาบอกว่าดีใจยิ่งกว่าถูกหวย ยิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่ รางวัลที่ ๑ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วทั้ง ๒ โครงการนี้แต่ละโครงการใช้งบประมาณไม่ได้เยอะเลย ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาทต่อโครงการ ดังนั้นดิฉันจึงอยากที่จะเสนอว่ามันเป็นไปได้ไหมคะ เพราะว่าในรายงานฉบับนี้ท่านก็เขียนว่าแหล่งน้ำใต้ดินมีศักยภาพมาก แล้วก็สามารถ นำขึ้นมาใช้โดยที่ไม่มีผลกระทบด้วย เป็นไปได้ไหมคะว่าถ้าทาง สทนช. จะปรับนโยบาย ให้สามารถเพิ่มการนำน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้ให้มากขึ้น ควรที่จะปรับงบประมาณของ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เพิ่มงบประมาณให้เขาเพื่อที่จะให้เขามาช่วยเหลือ มาทำโครงการ แบบนี้ให้กับชาวบ้าน ดิฉันมีข้อสังเกตอีก ๒ อย่าง เวลาจะหมดแล้ว แต่ขออีกนิดเดียวนะคะ ก็คือในเรื่องของการแก้ปัญหาการจัดการเรื่องน้ำ อยากให้มีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนด้วย เนื่องจากว่าโครงการต่าง ๆ ต้องพัฒนามาจากฐานราก ถึงจะสามารถแก้ปัญหาความต้องการ แก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง แล้วก็ทางหน่วยงานของรัฐ ไม่เสียเงินฟรี
แล้วอีกประเด็นหนึ่ง การจัดการแก้ไขเรื่องน้ำต้องบูรณาการทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ว่ากระทรวงเดียวจะทำได้ ดิฉันอยากให้เป็นการบูรณาการกันอย่างแท้จริง ค่ะท่านประธาน แล้วก็หวังว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์กับประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน