ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ชี้แจงความเป็นมาของโครงการโขง ชี มูล และเรียกร้องให้เร่งดำเนินการเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำในพื้นที่อีสานเหนือ โดยอธิบายเหตุผลการปรับเส้นทางโครงการมาที่หนองบัวลำภูแทนจังหวัดเลยเพื่อลดต้นทุนและปัญหาภูมิศาสตร์ พร้อมเสนอให้เร่งสร้างเขื่อนหรือฝายกั้นน้ำในแม่น้ำสงครามเพื่อจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพทั้งด้านการเกษตรและการป้องกันน้ำท่วม
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จากจังหวัดนครพนมนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอตอบ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากสกลนครนะครับ ท่านอนุรักษ์ บุญศล ว่าไม่เห็นมีอุโมงค์ มาไม่ถึงสักที จะรออุโมงค์คงไม่ไหวแล้ว กระผมขอกราบเรียนท่านสมาชิกที่เคารพนะครับว่า เรื่องอุโมงค์นั้นมันคงไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับทางลุ่มน้ำทางอีสานเหนือนะครับ อุโมงค์นี้ตามเดิม ไม่มีนะครับ ไม่เคยเกิดอุโมงค์นี้ ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่าเรื่องของโครงการ โขง ชี มูล ความจริงแล้วก็เกิดตั้งแต่ ๒๓ ปีมาแล้วนะครับ ตั้งแต่สมัยที่ท่านนายกรัฐมนตรี ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี มีการประชุมที่ขอนแก่น โครงการนี้เป็นโครงการ ท่านประจวบ ไชยสาส์น ที่เสนอขึ้นมาคือโขง ชี มูล โดยแรกเริ่มนั้นที่จังหวัดหนองคาย ผันน้ำเข้าสู่แม่น้ำชี เพื่อทะลุทะลวงไปสู่จังหวัด ๖-๗ จังหวัดนะครับ ชี แปลว่า ทะลุทะลวง แม่น้ำชีก็ได้ประมาณ ๖ จังหวัด แล้วก็ไปรวมกับแม่น้ำมูล ซึ่งเกิดจากเทือกเขาพนมดงเร็ก ภูพาน ก็ได้แม่น้ำมูล รวมกันก็ไปออกที่อุบลราชธานี รวมกันแล้วได้ทั้งหมด ๑๔ จังหวัด ก็เหลือจังหวัดมุกดาหาร ก็ปรากฏว่ามีห้วยบางไทร แล้วก็เหลืออีก ๕ จังหวัด อันนี้ละ เป็นเรื่องสำคัญ ที่การประชุมคณะรัฐมนตรีขณะนั้นปรากฏว่าได้เสนอลุ่มน้ำสงครามเพื่อให้ อีสานเหนือ ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดอุดรธานี หนองคาย สกลนคร บึงกาฬ ให้มีน้ำใช้ ให้แก้ไขเรื่องน้ำให้ได้ ก็ปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านคณะรัฐมนตรีเห็นชอบด้วยนะครับ รุ่งเช้าท่านจะมาดูถิ่นนี้ แล้วก็ได้ตั้งงบประมาณ ตอนนั้นก็ได้ประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านบาท ท่านพิศาล มูลศาสตรสาทร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ ซึ่งดูแลเรื่องนี้ ก็ได้เริ่มทำ แต่น่าเสียดายครับ ทำไปได้สักหน่อยก็มีการปฏิวัติ รัฐประหาร น่าเสียดายจริง ๆ แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นเรื่องนี้ ผู้แทนราษฎรทุกคน ส.ส. ทุกคนในเขตอีสานเหนือ สมัยท่าน พลเอก ชวลิตมาเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ หรือท่านรองประธานสภาของเรา ท่านเป็นคนศรีสงคราม ท่านคิดเรื่องนี้เป็นอันมาก ผมบอกว่าเราไม่ได้คิดแค่นี้อย่างเดียว ต้อง ๕ จังหวัดด้วยนะ เราได้ต่อสู้เรื่องนี้มาตลอดเวลา ได้ติดตามมาตลอดเวลา เมื่อมีการศึกษาเกิดขึ้นก็เลยศึกษา ตลอดมา
ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ถามเรื่องอุโมงค์ อุโมงค์นี่เดิมไม่มีนะครับ เพราะว่า เกิดที่หนองคาย แต่ตอนหลังแก้ไขมาเปลี่ยนที่โขง เลย ชี มูล จึงมีเมืองเลยครับ เพราะจังหวัดเลย เป็นจังหวัดที่เป็นที่สูงที่สุด เป็นที่สูงที่สุดในภาคอีสานในเขตไทย กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพว่าประเทศไทยเรานี้มันมีเนื้อที่ เป็นลักษณะภูมิศาสตร์ที่เป็นประโยชน์ต่อเรื่องน้ำ จริง ๆ ประเทศไทยเหมือนด้ามขวานนะครับ คมขวาน ตัวขวาน แล้วก็สันขวาน ด้ามขวาน นี่ก็คือภาคใต้ขึ้นมา สันขวานก็เขตอีสาน สันขวานมันสูงเพราะมีภูเขา ๒ ชุด ภูเขาพนมดงเร็ก กับภูเขาภูพาน น้ำจะไหลจากที่สูงลงที่ต่ำนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อไหลที่สูงลงที่ต่ำเข้าแม่น้ำชี กับแม่น้ำมูลไปลงที่ต่ำหมด จึงเป็นประโยชน์ในการที่จะผันน้ำจากที่สูงลงที่ต่ำ เราจึงเอา เมืองเลยเพราะเมืองเลยสูงสุด ทีนี้พอเอาเมืองเลยผันน้ำเข้ามาไม่ได้ครับ เพราะว่ามันมี บางแห่งที่สูงกว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขง จึงมีการเจาะอุโมงค์ ซึ่งการเจาะอุโมงค์ในการศึกษา ก็เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมากเพราะว่าลงทุนสูงเหลือเกิน แต่เมื่อจำเป็นก็จำเป็น จึงมาลงที่ หนองบัวลำภู และจากหนองบัวลำภูจึงเข้าไปสู่แม่น้ำชี แม่น้ำมูลต่อไปนะครับ
ทีนี้เรามาพูดถึงแม่น้ำสงคราม ผมดีใจที่ท่านอนุรักษ์ บุญศล ได้ให้ความสนใจ อย่างนี้มาก และคงมีอีกหลาย ๆ ท่าน ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าพรรคใด พรรคใดที่อยู่ทางอีสานเหนือ อีสานกลางนั้น ได้ให้ความสนใจเรื่องนี้ เพราะมันเป็น เรื่องสำคัญ ถ้าไม่ได้โครงการนี้ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำใน ๒๐ จังหวัด ภาคอีสานได้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ พูดถึงแม่น้ำสงคราม แม่น้ำสงครามประมาณ ๔๐๐ กิโลเมตร เกิดที่จังหวัดอุดรธานี พูดถึงต้นน้ำนะครับ จากอุดรธานีมันก็ไหลขึ้นไป หน่อยหนึ่งเข้ามาสู่จังหวัดสกลนคร จากสกลนครก็ไปออกหนองคาย ออกบึงกาฬ แล้วออก นครพนมที่ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน ตำบลไชยบุรี ตำบลนี้ละที่เป็นปากน้ำ ก็มีกลางน้ำ และต้นน้ำ ประโยชน์ของแม่น้ำนี้เหลือหลายครับ เขตของแม่น้ำนี้เกษตรกรประมาณ ๕๗๐,๐๐๐ ไร่ ได้ประโยชน์ในเนื้อที่มากมายเหลือเกิน มีประโยชน์จริง ๆ ที่มีประโยชน์แท้ ๆ จากปากน้ำไปถึงกลางน้ำประมาณ ๒๐๐ กิโลเมตรนี้เป็นประโยชน์มาก พื้นดินแถวนี้จะเป็น ที่ชุ่มฉ่ำ ประโยชน์ต่อเกษตรกรถึง ๕๗๐,๐๐๐ ไร่ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ เราพูดถึงต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำแล้ว ทีนี้เรามาศึกษาปลายน้ำครับ ปลายน้ำของ แม่น้ำนี้อยู่ที่ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน น้ำจากแม่น้ำโขงเมื่อเวลาน้ำขึ้นหน้าน้ำของมัน แม่น้ำโขงจะล้นฝั่ง มันจะไหลเข้ามาในแม่น้ำศรีสงคราม ไหลเข้ามาถึง ๑๔๐ กิโลเมตร สูงสุดเลย ๑๔๐ กิโลเมตร แล้วน้ำจะดันขึ้นไปจนทำให้น้ำจากต้นน้ำมาสู่กลางน้ำ น้ำก็จะมีตลอดของแม่น้ำศรีสงครามทุกเส้นทุกสาย รวมทั้งคลองซอย ไม่ใช่แค่คลองซอย จะไปทางอำเภอนาทม หรือไปอำเภอสว่างแดนดิน หรือไปอำเภออากาศอำนวย มันมีน้ำ หมดครับ เพราะน้ำไหลจากแม่น้ำโขงขึ้นไปดัน และน้ำจากต้นน้ำไหลลงมา ๑๔๐ กิโลเมตร จากปากน้ำ ท่านประธานที่เคารพครับ พอน้ำแห้ง น้ำลด น้ำแม่น้ำโขงจะลดลง มันลด มันไหลขึ้นมาแค่ ๑๒๐ กิโลเมตรเท่านั้นนะครับ มาถึงศรีสงคราม ๑๒๐ กิโลเมตร ในระหว่าง ๑๔๐ กิโลเมตร ๑๒๐ กิโลเมตร แห้งมากนะครับ เวลาหน้าแล้งมันแห้งจริง ๆ กระผม อยากเรียนท่านที่เคารพว่าเดินกลับข้ามได้นะครับ ผมเคยไปอยู่ที่นั่น เป็นหมอที่นั่น ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ครั้งแรกประมาณสัก ๔๐ กว่าปี เดินข้ามได้ แต่พอเวลาหน้าน้ำแล้ว น้ำเต็มเลยครับ จึงเป็นดินแดนที่เป็นแหล่งที่ปลาชุมมากทีเดียว เป็นที่ทำมาหากินของพ่อแม่ พี่น้องในเขตอำเภอศรีสงครามนั่นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่าลืมครับ หน้าน้ำ น้ำไหล ๑๔๐ กิโลเมตร เขตชุ่มฉ่ำ ประชาชนพอใจ ใช้ได้ ส่วนเกินเหนือขึ้นไปนั่นก็ใช้น้ำจากต้นน้ำที่มาเป็นประโยชน์ แต่พอน้ำแล้งมันแค่ ๑๒๐ นะครับ มันจะมีช่องว่างระหว่าง ๑๒๐ กับ ๑๔๐ ประมาณ ๒๐ กิโลเมตร บ้านเมืองเดือดร้อนมาก น้ำไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นจากการศึกษาโครงการนี้จึงทำให้เป็นการศึกษาที่ตอนนี้รู้สึกว่า จะสมบูรณ์พอสมควร เรายังคงรอติดตาม เรียกว่าพอสมควรก็แล้วกันว่าแล้วเราจะทำอย่างไร ๑๒๐ นี่ มันมีคลองซอยอยู่แล้ว ขณะนี้ก็มีการสร้างประตูน้ำ เขาสร้างมาแล้วในตั้งแต่กลางน้ำ คือตั้งแต่ต้นน้ำ ก็ปรากฏว่าเป็นเขตของกรมชลประทาน ประตูน้ำที่ ๑ ก็มีทั้งหมด ๙ แห่ง มีจากประตูน้ำยาม ประตูน้ำอูน ประตูน้ำหนองบัว ประตูน้ำห้วย ประตูน้ำบ้านกอก ประตูน้ำ บ้านนาถ่อน ประตูบ้านซ่อมกอก ประตูน้ำอากาศอำนวย ประตูน้ำบ้านปากยาม แล้วก็ อาจจะไปสร้างเขื่อนที่ปากน้ำสงครามนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่เป็นสิ่งที่ทำ แล้วกำลังจะทำอยู่ครับ แต่ถ้าท่านผู้มีเกียรติที่ถามมานี่ ผมขอรับที่จะไปศึกษาติดตาม ดูอีกทีว่าสร้างเสร็จหรือยัง เพราะในนี้เขาบอกว่าเสร็จแล้ว ทีนี้เสร็จแล้วบางแห่งบางที มันไม่มีน้ำ เพราะน้ำมันไม่ถึง ผมเคยไปศึกษาเรื่องนี้ เรื่องลุ่มน้ำโขง ชี มูล ไปที่จังหวัดสุรินทร์ ผมจำได้ว่าที่แห่งนั้นเป็นที่ของท่านคุณพ่อชัย ท่านอดีตประธานสภานะครับ ท่านอยู่ก่อน ปรากฏว่ามีแหล่งน้ำ ขุดครับ เสียเงินไปเป็น ๑๐๐ ล้านบาทเลย แต่ไม่มีน้ำครับ ผมก็คิดถึง สิ่งที่จะเกิดขึ้นในแม่น้ำสงครามเหมือนกันครับว่าบางทีอาจจะมีเขื่อนที่ไม่มีน้ำเหมือนกัน เพราะว่าเราทำยังไม่เสร็จสมบูรณ์อยู่ เราจะทำเสร็จสมบูรณ์อย่างไร คือต้องมีเขื่อนกันน้ำ เขาเรียกว่าฝายระบายน้ำนะครับ ที่อำเภออากาศอำนวย ๑ ชุด แล้ว ๒. อาจจะต้องมีที่ ปากน้ำไชยบุรี ๑ ชุด ที่ปากน้ำไชยบุรีได้เคยคิดจะทำมาเมื่อสมัยท่านพิศาลเป็นรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ ปรากฏว่าตอนนั้นน้ำท่วม ผมจำได้เลย นายอำเภอชวลิต วิชยสุทธิ์ เป็นนายอำเภอท่าอุเทน ยังเอาเงินไปจ่าย ไปพบพี่น้องเขาเลย แต่ปรากฏว่าอย่างที่ กระผมกราบเรียนว่าเราถูกยึดอำนาจเสียก่อนนะครับ ก็ไม่เป็นไร เรื่องมันผ่านไปแล้ว ในตอนนี้มันก็มีปัญหาครับ ถ้าจะสร้างเขื่อนหรือเอาฝายน้ำล้นที่ปากแม่น้ำไชยบุรี มีปัญหา เพราะว่าตอนไปดูงานก็มีประชาชนมามากครับ ก็มีทั้งคัดค้านว่าเขากลัวน้ำท่วม แล้วก็ จะท่วมจริง ๆ เราตั้งคณะที่ปรึกษาไป เขาก็บอกว่าอาจจะท่วม จึงมีแนวคิดใหม่ ถ้าท่วม เราก็ไม่ทำ แล้วเราจะทำอย่างไรล่ะ ก็ปรากฏว่าเราดูตั้งแต่ปลายน้ำจากปากน้ำไชยบุรี ย้อนขึ้นไป ๑๒๐ กิโลเมตร น้ำมันถึง แต่พอถึง ๑๔๐ น้ำมันไม่ถึง เพราะพื้นดินใต้น้ำมันสูง กว่าเดิม ๑ เมตรครับ นั่นเขาแนะนำ ที่ปรึกษาเขาแนะนำของนายช่างทั้งหลายเขาบอกว่า เราน่าจะขุดลงไปสัก ๑ เมตร เมื่อขุดไป ๑ เมตร น้ำก็จะไหลเข้าไปได้ ก็จะดี ผมก็ถามว่า แล้วไม่ต้องขุดทุกปีหรือ เขาบอกว่าไม่เป็นไร เพราะว่า ๓-๔ ปีขุดที ก็คงจะถูกกว่าไปสร้างเขื่อน ผมกราบเรียนท่านประธาน ท่านที่เคารพทั้งหลายว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ขอกราบเรียน ผมก็กราบเรียนทางท่านประธานว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ เป็นเรื่องที่ ทำกันมายาวนานแล้ว ท่านประธานศุภชัยท่านก็ทราบอยู่ว่าต้องทำอย่างไร ถึงจะไปสู่พี่น้อง ประชาชนให้ได้ นั่นก็คือกราบเรียนไปยังรัฐบาลครับ คณะกรรมาธิการของเราพูดอยู่เสมอ เรากลัวครับ กลัวว่างบประมาณที่ตั้งไว้บางทีมันมาก อาจจะเลิกไปก็ได้ มีส่งรายการไปก็จบ ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน ท่านรู้ไหมว่างบประมาณ เราคำนวณแล้วครับ ลุ่มน้ำทั้งหมด ๒๒ โครงการ แต่ก่อน ๒๕ เหลือ ๒๒ แล้วครับ ๔ ล้านล้านบาทครับ อย่าตกใจนะครับ เพราะว่าเราทำ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ถ้าเริ่มต้นเดินก็ต้องเดิน สำหรับทางโครงการ ลุ่มน้ำโขง ชี มูล สงคราม ๑.๙ ล้านล้านบาท ก็ตีว่า ๒ ล้านล้านบาทแล้วกันนะครับ ก็เริ่ม เดินทางไป ก็ฝากท่านประธาน พวกเราต้องติดตามนะครับ ฝากท่านประธานสภานะครับว่า เรื่องนี้เราต้องเสนอรัฐบาลให้กระทำให้เดินให้ได้ ลงทุนสัก ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ก็ขอ ไม่ว่าไม่อะไร หรือ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท หรือ ๒-๓ ล้านบาท ก็ไม่ว่าอะไร ขอให้เกิด เดินทางเถอะครับ ไม่เดินทางก็ไม่เกิดสักทีหนึ่ง นี่เกือบครึ่งศตวรรษแล้ว ๔๐ กว่าปีแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีชาติชายท่านก็จากไปแล้ว ท่านประจวบท่านก็จากไปแล้ว กระผมคิดว่า ก็ขอฝากท่านประธานที่เคารพของผม อย่างไรเรื่องนี้ขอฝากไปยังรัฐบาลด้วยนะครับ ทุกลุ่มน้ำนะครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ