ศักดา คงเพชร หารือปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งในภาคอีสาน พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขโดยการผันน้ำจากแม่น้ำโขงผ่านเขื่อนธรรมชาติที่แก่งคุดคู้ โดยเน้นความจำเป็นเร่งด่วนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัญหาความเหลื่อมล้ำของเกษตรกรที่มีพื้นที่เกษตรกว่าร้อยละ 44 ของประเทศแต่รายได้ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของค่าเฉลี่ยทั้งประเทศ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ผม ศักดา คงเพชร ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาบริหารจัดการเรื่องน้ำทั้งระบบ เนื่องจากว่าสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรานั้น ซึ่งเป็น ฝ่ายนิติบัญญัติ ก็มีความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชนทุกภูมิภาคนะครับ ที่สภาเรามีมติ เป็นเอกฉันท์ในการตั้งคณะกรรมาธิการไปศึกษา ตัวผมนั้นได้รับมอบหมายในการศึกษา เรื่องน้ำทั้งระบบของภาคอีสาน ทั้งน้ำภายในประเทศ น้ำในแผ่นดิน และน้ำนอกแผ่นดิน เนื่องจากว่าภาคอีสานนั้นเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องภัยแล้งและน้ำท่วมอย่างมาก ภาคอีสาน มีพื้นที่ทำการเกษตร ๕๗.๗๕ ล้านไร่นะครับ คิดเป็น ๔๔ เปอร์เซ็นต์ของประเทศไทย ทั้งประเทศนะครับ คนอีสานเป็นคนที่มีจำนวนมาก แต่ว่าเกษตรกรในภาคอีสานนั้นมีรายได้ จากการศึกษานะครับ จากที่เชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาศึกษาแล้วก็ลงดูพื้นที่ทั้ง ๒๐ จังหวัด ปรากฏว่าพี่น้องคนอีสานนั้นมีรายได้ต่อครัวเรือนทางการเกษตรไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเกษตรกร ทั้งประเทศ ทั้ง ๆ ที่มีพื้นที่ ๔๔ เปอร์เซ็นต์ของทั้งประเทศในการที่ทำการเกษตร เนื่องจากว่า ในดินแดนของภาคอีสานนั้น ที่ท่านทั้งหลายได้รับฟังนะครับว่าเป็นดินแดนที่ราบสูงที่มี ความแห้งแล้งและกันดาร ซึ่งมีเรื่องต่าง ๆ ที่แตกต่างกันมากในการที่จะแก้ไขปัญหา ทั้งแล้ง และท่วม ซึ่งมี ๒ แม่น้ำหลัก ในขณะเดียวกัน ยกตัวอย่าง เช่น ท่านทั้งหลายครับ อย่างปีที่แล้ว ลุ่มแม่น้ำชีก็ท่วมสาหัสมาก แต่ปีนี้แม่น้ำชีไม่มาก แม่น้ำมูลมาก ซึ่งการศึกษา ในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำทั้งระบบในภาคอีสานนั้นนะครับ นอกจากน้ำทำการเกษตรแล้ว ทางคณะกรรมาธิการก็ศึกษาเรื่องน้ำอุปโภคบริโภคโดยเฉพาะน้ำประปาด้วย ซึ่งภาคอีสาน ก็จะมีความโชคดีกว่าทุกภูมิภาค เนื่องจากว่าวันนี้ประเทศไทย เกษตรกรทุกภาคล้วนแต่ อาศัยน้ำฝนที่ตกในแผ่นดินทั้งสิ้น แต่ภาคอีสานก็ยังมีความโชคดีที่มีน้ำนอกแผ่นดิน คือมี แม่น้ำโขง แม่น้ำโขงซึ่งเป็นแม่น้ำนานาชาติ ปรากฏว่าจากสถิติ จากการศึกษาย้อนหลังไป หลายสิบปี ที่มีข้อมูลเรื่องจีนสร้างเขื่อน ๑๐ กว่าตัว ลาวสร้างเสร็จแล้ว เขื่อนไซยะบุรี แล้วจะสร้างเขื่อนอีก ๒-๓ ตัว ซึ่งการสร้างเขื่อนของประเทศจีนและประเทศลาวนั้น ประเทศไทยเราไม่สามารถที่จะไปยับยั้งหรือไปทำเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้อง เพราะเป็นสิทธิ เหนือดินแดน เนื่องจากว่าแม่น้ำโขงในประเทศจีนเขาก็มีทั้ง ๒ ฝั่ง แผ่นดินทั้ง ๒ ฝั่ง ของแม่น้ำโขง ประเทศลาวเหมือนกัน แต่ประเทศไทยเรานะครับ เราอยู่ฝั่งเดียวของ แม่น้ำโขง เราจึงไม่สามารถที่จะตัดสินใจในการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงได้ แต่เราก็ยังมีความโชคดีนะครับ ภาคอีสานก็ยังมีความโชคดี เรามีเขื่อนธรรมชาติ เรามี แก่งคุดคู้ ซึ่งเป็นเขื่อนธรรมชาติในการที่จะผันน้ำ บริบทเดิมเมื่อปี ๒๕๓๕ นั้นก็คือโครงการ โขง ชี มูล โขง ชี มูล ต้องขออนุญาตพูดถึงท่านประจวบ ไชยสาส์น ท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว โขง ชี มูล มันจะต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในการสูบน้ำโขงขึ้นมาเติมในแม่น้ำหลัก ไม่ว่าแม่น้ำมูล หรือแม่น้ำชี แล้วจะต้องสูบทดต่อไปอีก ๒-๓ ครั้ง เกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน จะต้อง จ่ายค่ากระแสไฟฟ้า ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลยนะครับ เพราะว่าขณะนี้เกษตรกรของภาคอีสานนั้น ล้วนแต่มีหนี้สินครัวเรือนที่สูงขึ้นมาก เป็นหนี้ ธ.ก.ส. สารพัดอย่างนะครับ เนื่องจากว่าราคา พืชผลนั้นก็ไม่แน่ไม่นอน อีกทั้งธรรมชาติครับ อย่างปีนี้ฝนทิ้งช่วงยาวนานมาก ในขณะเดียวกัน ฝนมาช่วงหลังก็มาท่วม ข้าวก็ยังไม่โต ท่านทั้งหลายครับ โขง ชี มูล ก็ได้เดินมาระดับหนึ่ง และการที่เราไปสูบน้ำโขงนั้น ต้องขออนุญาตนะครับ คณะกรรมการลุ่มน้ำโขงที่มีไทย ลาว เขมร เวียดนาม ซึ่งถ้าเขาไม่อนุญาตเราก็ไม่สามารถที่จะสูบน้ำได้ แต่บริบทใหม่จาก การศึกษาร่วมกับหน่วยงาน ไม่ว่าทาง สทนช. หรือหน่วยงานของเราทั้งหมด กรมอุตุนิยมวิทยา จิสด้า (GISTDA) กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ทุกหน่วยงานครับ ท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ปภ. หลายหน่วยงานครับ มีข้อสรุปที่ค่อนข้างชัดเจนว่าการที่จะ แก้ไขปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมภาคอีสานนั้น เราจะต้องผันน้ำในจุดที่สูงที่สุดในดินแดนที่ราบสูง แห่งนี้ ที่ท่านทั้งหลายได้ทราบว่าภาคอีสานนั้นเรามีจุดที่มีน้ำที่สูงที่สุดอยู่ที่อำเภอเชียงคาน ในแม่น้ำโขง และเรามีเขื่อนธรรมชาติคือแก่งคุดคู้ ในภาวะช่วงฤดูแล้ง น้ำโขงที่แก่งคุดคู้นั้น มีค่าระดับความสูงของแม่น้ำโขง ๑๙๗ เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และช่วงฤดูฝน ภาคอีสาน ก็มีความโชคดีครับ ก็เหมือนช่วงนี้ที่ท่านได้สังเกตครับ ภาคเหนือ ภาคอีสานเข้าสู่ฤดูหนาว แต่ฤดูฝนน้ำกลับไปท่วมที่ภาคใต้ เนื่องจากว่าพื้นที่รับน้ำของแม่น้ำโขงนั้น ด้านบนของ ประเทศไทยขึ้นไปมีพื้นที่รับน้ำที่ไหลลงแม่น้ำโขงเป็นพื้นที่ ๒ เท่าของประเทศไทย มีปริมาณน้ำค่าเฉลี่ย ๕๐ ปีย้อนหลังตามมาตรวัดที่อยู่ในแม่น้ำโขงของกรมทรัพยากรน้ำ และกรมชลประทาน จากทางเชียงรายลงมาสุด ปรากฏว่าหลังจากที่จีนสร้างเขื่อนไปแล้ว ที่ผลิตกระแสไฟฟ้า ลาวสร้างเขื่อนไซยะบุรีเสร็จแล้ว และจะสร้างเขื่อนหลวงพระบาง และอีก ๒ ตัว ซึ่งอยู่ในดินแดนของประเทศลาวนั้น สถิติที่ออกมาในหน้าแล้งปรากฏว่า น้ำในแม่น้ำโขงมีปริมาณสูงเพิ่มขึ้น ๔ เปอร์เซ็นต์ และช่วงฤดูน้ำหลากปรากฏว่าทำให้ลด ผลกระทบเรื่องน้ำท่วมของจังหวัดที่อยู่ติดกับแม่น้ำโขง ฉะนั้นการศึกษาของคณะกรรมาธิการ มีความเป็นไปได้สูง แต่จะต้องดูเรื่องเกี่ยวกับเขื่อนที่ใกล้กับประเทศไทยที่สุดก็คือเขื่อนของ ประเทศลาว เพราะว่าเวลาเขาปล่อยน้ำออกมา ซึ่งเขื่อนทุกตัวของจีนและลาวสร้างมา เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า บางครั้งเกิดน้ำขึ้นลงรวดเร็วขึ้น ฉะนั้นเรื่องลดผลกระทบตัวนี้ ทางของประเทศไทยเราก็จะต้องศึกษาเพิ่มเติมว่าในการที่จะผันน้ำเข้ามาและช่วงน้ำ ฤดูกาลที่ต้องการน้ำว่ามันจะมีผลกระทบที่เราจะต้องศึกษาเพิ่มเติมอย่างไร ซึ่งการศึกษา ของคณะกรรมาธิการก็ได้มีข้อมูลที่ออกมาค่อนข้างชัดเจนว่าถ้าเราเจาะอุโมงค์ลอดภูเขา ที่จังหวัดเลย เจาะอุโมงค์ที่อำเภอเชียงคานมาทะลุที่บ้านดงมะไฟ ตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู ความยาวอุโมงค์ประมาณ ๖๖ กิโลเมตร โดยประมาณ ซึ่งจากการศึกษาเดิมของ สทนช. สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาตินั้น ได้ศึกษาไว้ว่าจะเจาะ ทั้งหมดประมาณ ๑๗ อุโมงค์ แต่ละอุโมงค์กว้างประมาณ ๑๐ เมตร ปากอุโมงค์ที่เจาะ ค่าระดับความสูงอยู่ประมาณ ๑๙๒-๑๙๕ เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ตัวปลายอุโมงค์ อยู่ค่าระดับความสูงประมาณ ๑๘๒-๑๘๕ เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งมีค่าความต่าง ในการที่เป็นท่อแรงดันประมาณ ๑๐ เมตร ก็คงจะต้องศึกษาเพิ่มเติมว่าหลังจากขณะนี้ ที่อีไอเอ (EIA) หัวงานอุโมงค์แรกได้ผ่านแล้วเมื่อเดือนกันยายน ถ้าเรามีงบประมาณที่ จะทำได้นั้น อีก ๒ ปีก็น่าจะเริ่มเจาะอุโมงค์ได้ จากที่ทาง สทนช. และหน่วยงาน ไม่ว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ เพราะว่าพื้นที่ที่จะเจาะอุโมงค์ ลอดภูเขาจังหวัดเลยนั้น เป็นพื้นที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้นะครับ แต่ก็อีไอเอ (EIA) ผ่านแล้ว แล้วทางกรมชลประทานเท่าที่ทราบ ก็เตรียมการได้พอสมควรระดับหนึ่งในการที่จะเปลี่ยนแปลงงบประมาณในปี ๒๕๖๔ เพื่อไป ทำอีไอเอ (EIA) ระบบส่งน้ำ คำว่า ระบบส่งน้ำ คือจะต้องมีคลองเกิดขึ้นใหม่ครับ เพราะว่า เจาะอุโมงค์จากอำเภอเชียงคาน เพราะว่าแม่น้ำเลยซึ่งเป็นแม่น้ำที่น้ำไหลเข้าไหลออก โดยธรรมชาติอยู่แล้ว การที่เราเจาะอุโมงค์แล้วปล่อยให้น้ำโขงไหลเข้าแม่น้ำเลยมาผ่าน อุโมงค์นั้น เราไม่ต้องขออนุญาตกลุ่มคณะกรรมการลุ่มน้ำโขงเอ็มอาร์ซี (MRC) เนื่องจาก ในข้อตกลงเป็นการแจ้งเพื่อทราบแค่นั้น นี่เป็นข้อดีจากบริบทเดิมที่เป็นโขง ชี มูล กับโขง เลย ชี มูล นะครับ โขง ชี มูล ถ้าเราจะสูบน้ำ เราต้องขออนุญาต แต่ถ้าเป็นโขง เลย ชี มูล เราไม่ต้องขออนุญาต เพียงแต่แจ้งให้คณะกรรมการทราบแค่นั้นนะครับ นี่คือเป็นผลดี ที่แตกต่างกันจากบริบทเดิมนะครับ ทีนี้ถ้าเจาะอุโมงค์มาที่บ้านดงมะไฟ ตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคูหา ทางคณะกรรมาธิการที่ผมเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการนั้นก็ได้ไป ประชุมร่วมกับทางนายก อบต. ท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้องตำบลดงมะไฟนะครับว่า เขาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แล้วก็ไปสอบถามใน ๒๐ จังหวัด ซึ่งใน ๒๐ จังหวัดนั้น พี่น้อง คนอีสานเกือบทั้งหมดโดยเฉพาะจังหวัดที่อยู่ตรงกลาง ๆ ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นทะเลทราย เช่นจังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา ขอนแก่น ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ ล้วนแต่มีความต้องการที่จะให้ โครงการนี้เกิดขึ้นนะครับ ถามว่ามีคนต่อต้านไหม ก็จะมีคนต่อต้าน เท่าที่ผมลงไปในรอบ ๑ ปี ก็ต้องขอกราบเรียนท่านประธานสภาให้ท่านได้รับทราบ พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ด้วยนะครับว่าบางครั้งท่านอาจจะมองว่า ส.ส. หรือว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ทำไมอยู่ในห้องประชุมไม่ครบ ๕๐๐ ท่าน เพราะว่า ส.ส. ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัตินะครับ ท่านทั้งหลาย ผู้ชมทางบ้าน ผู้ฟังทางบ้านนะครับ ก็จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ ๓๕ คณะ และคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้นก็ตามปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะเจาะจงลงไป ทำให้ภาพที่อยู่ในสภาท่านอาจจะมองภาพว่าผู้แทนราษฎรอยู่ไม่ครบ จริง ๆ ไม่ใช่ครับ เหมือนกันกับทางคณะกรรมาธิการที่ไปศึกษาเพื่อมารายงานต่อสภา เพื่อรายงานต่อ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศนะครับว่าอย่างที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทาง การบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบที่สภาผู้แทนราษฎร ที่มีความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศนั้น เราก็ได้ศึกษาแต่ละภาค ผมศึกษาของภาคอีสานในการที่จะผันน้ำ แล้วทีนี้ได้พูดถึงว่าคนอีสานทั้งหมดเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ก็ถือว่าตามที่ลงไปนะครับ คนที่ไม่เห็นด้วยผมก็คาดว่าขณะนี้ถ้ายกเว้นตรงหัวงาน หัวงานคือที่เจาะอุโมงค์ ที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลยนั้น ผมเห็นคนที่ไม่เห็นด้วยไปถือป้าย ยกป้ายคัดค้านอยู่ ทั้งหมด ๘ คน ก็รายงานต่อสภาด้วยนะครับว่ามีคนคัดค้าน ทางคณะกรรมาธิการที่เป็น ฝ่ายนิติบัญญัติที่ลงไป ก็มีคนคัดค้านไม่เห็นด้วยในการที่จะผันน้ำไหลอาบภาคอีสานมีอยู่ ๘ คนในขณะนี้ ฉะนั้นการที่จะผันน้ำเจาะอุโมงค์มาทะลุที่บ้านดงมะไฟนั้น ที่บ้านดงมะไฟ เป็นพื้นที่ ส.ป.ก. เกษตรกรที่ประกอบอาชีพมีเอกสาร ส.ป.ก. และมีเอกสารใบ ภ.บ.ท. ๕ แค่นั้นนะครับ ทั้งตำบลเขาเห็นด้วยนะครับ ทั้งตำบลเห็นด้วย แล้วเขาก็มีข้อกังวลเป็นห่วงว่าเจาะอุโมงค์ มาแล้ว ที่จังหวัดเลยและจังหวัดหนองบัวลำภูเขาจะได้ใช้น้ำไหมนะครับ ปรากฏว่าค่าระดับ ความสูงในช่วงฤดูน้ำหลาก ตรงปลายอุโมงค์มันอยู่ประมาณ ๑๘๒-๑๘๕ เมตร มีบางพื้นที่ หลายพื้นที่ของอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดเลยและจังหวัดหนองบัวลำภูที่อยู่สูงเกินกว่า ๒๐๐ เมตร ทางกรรมาธิการก็ได้มีการประชุม แล้วก็มีความคิดเห็นว่าในพื้นที่ที่ไม่สามารถ เป็นระบบกราวิตี (Gravity) ได้นั้น ก็ควรที่จะแบ่งเป็น ๒ ระดับ ระดับที่จะต้องสูบน้ำ ยกเฮด (Head) ขึ้นไปประมาณ ๔๐ เมตร และระดับพื้นที่ที่จะต้องสูบน้ำยกขึ้นไปอีก ๘๐ เมตร เป็น ๒ อย่างนะครับ แต่ว่าจากการศึกษานั้น ทางกรรมาธิการก็มีความคิดเห็นว่า ในเมื่อประเทศไทยเรานั้นก็มีโครงการเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ไม่ว่าเรื่องรถไฟ ความเร็วสูง เรื่องคมนาคม แต่เมกะโพรเจกต์ (Megaproject) เรื่องน้ำของภาคอีสานนั้น และภาคต่าง ๆ นั้น เท่าที่ผ่านมาแทบจะไม่มี ทางคณะกรรมาธิการก็มีความคิดเห็นว่า ในพื้นที่ที่สูงขึ้นไปประมาณ ๔๐ เมตร และ ๘๐ เมตร ก็ควรที่จะสูบน้ำส่งขึ้นไปให้พื้นที่ต่าง ๆ ให้ทั่วถึงทุกอำเภอนะครับ ทีนี้คลองหัวงานที่เจาะอุโมงค์มาทะลุที่บ้านดงมะไฟแล้วนั้น ก็จะต้องขุดคลองขึ้นมา คลองที่ขุดขึ้นมายาวทั้งหมด ๒,๒๑๒ กิโลเมตรนั้น ซึ่งเป็นคลองเมน (Main) หลักนะครับ บริเวณที่ขุดคลองบ้านดงมะไฟนั้นก็จะมีความกว้างของคลองประมาณ ๑๕๐ เมตรโดยประมาณ คลองยาวทั้งหมด คลองเมน (Main) นั้น ๒,๒๑๒ กิโลเมตร ก็จะแยกเป็น ๓ โซน (3 Zone) นะครับ โซน (Zone) ที่อยู่ติดกับทางแม่น้ำโขง โซน (Zone) แกนกลางของภาคอีสานและโซน (Zone) ทางบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ คลองที่ขุดมาใหม่ ยาว ๒,๒๑๒ กิโลเมตร จะขุดมาบริเวณสันปันน้ำ คำว่า สันปันน้ำ คือที่ดอนที่สูง ที่แบ่งน้ำ ระหว่าง เช่น แม่น้ำมูลและแม่น้ำชี จุดที่สูงที่สุดที่แบ่งน้ำเรียกว่าสันปันน้ำ จากการที่ศึกษา ก็คงจะพูดถึงน้ำนอกแผ่นดินก่อน แล้วจะพูดถึงเรื่องน้ำในแผ่นดิน ที่จะแก้ไขเป็นปัญหาน้ำ ในแผ่นดินของภาคอีสานนะครับ ของน้ำนอกแผ่นดิน คลองที่ขุดมาใหม่จะอยู่บริเวณ สันปันน้ำคือที่สูงในแผ่นดินของภาคอีสาน ๖ คลอง เมน (Main) หลักนะครับ ทำไมจะต้อง ขุดบริเวณในที่ดอน ที่สูง ทำไมไม่เอาลงสู่ลำน้ำหลัก เช่น แม่น้ำชี แม่น้ำมูล และแม่น้ำ สงคราม เนื่องจากว่าถ้าเราผันน้ำมาแล้วโดยระบบกราวิตี (Gravity) คือเราไม่ต้องใช้พลังงาน หรือไม่ต้องเสียค่าไฟ เราโชคดีกว่าจีนครับ จีนเขาได้สูบน้ำ ๗-๘ ทอด เพราะว่าฝนส่วนใหญ่ ตกอยู่ภาคใต้ เขาสูบขึ้นไปภาคกลาง ภาคเหนือ แต่ของภาคอีสานเรา เราไม่ต้องสูบครับ ถ้าเจาะอุโมงค์แล้วเป็นกราวิตี (Gravity) คลองนี่ เนื่องจากว่าภาคอีสานจุดต่ำที่สุดที่คลอง จะไปอยู่ที่อำเภอพิบูลมังสาหาร คลองที่จะไปนั้น จุดแม่น้ำโขงตรงนั้นก็มีค่าระดับความสูง ประมาณ ๑๐๑ เมตร ฉะนั้นค่าระดับความสูงจากที่สูงที่สุดของภาคอีสานสู่จุดต่ำที่สุด ของภาคอีสานนั้นก็จะมีค่าความต่างประมาณ ตัวเลขกลม ๆ ท่านทั้งหลายครับ ๑๐๐ เมตร ใน ๑๐๐ เมตร จะเป็นการเราปล่อยน้ำโดยระบบกราวิตี (Gravity) ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ ในพื้นที่ภาคอีสาน ๕๗.๗๕ ล้านไร่ ถ้าทำโครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูลเสร็จ ก็จะเพิ่มพื้นที่ชลประทานในภาคอีสานเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่ตัวเลขบอก ๘ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าฝนทิ้งช่วง ไม่มีน้ำเลย ก็จะมีน้ำไหลเกือบตลอดปี ที่ครอบคลุมเกือบตลอดปี เพิ่มขึ้นอย่างน้อยที่สุดประมาณ ๓๑ ล้านไร่ เรามีระบบ ชลประทานเดิมอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าไม่มีน้ำไปเติม ฉะนั้นความอุดมสมบูรณ์จะกลับคืนมาสู่ ภาคอีสานนะครับ ภาคอีสานถือว่ามีความโชคดีมากกว่าทุกภูมิภาค ทีนี้คลองส่งน้ำหลัก คลองเมน (Main) ๒,๒๑๒ กิโลเมตรนั้น ก็จะมีคลองแยกเมน (Main) คลองซอย และคลองไส้ไก่ อีกประมาณ ๘,๖๐๐ กิโลเมตร ตัวเลขกลม ๆ นะครับ เพื่อที่จะให้ ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทุกอำเภอ ส่วนพื้นที่ที่มีค่าระดับความสูงเกินกว่าที่จะเป็นระบบกราวิตี (Gravity) ได้นั้น ก็จะมีระบบสูบน้ำ หน่วยงานหลักที่จะดูแลก็คงจะเป็นกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังศึกษาลงไปว่าน้ำที่ไปสู่พื้นที่ ทำการเกษตรปัจจุบันนั้นภาคอีสาน ปรากฏว่ามีหลายพื้นที่ที่กันดารน้ำจนกระทั่งน้ำประปา ของโรงพยาบาลยังไม่มีใช้ อีกทั้งน้ำที่มาทำแหล่งน้ำดิบของการประปาก็เต็มไปด้วยสารพิษ เช่นโลหะหนัก เนื่องจากว่าประปาส่วนภูมิภาคจะแตกต่างจากประปานครหลวงอย่างมาก อย่างกรุงเทพมหานครใช้ของประปานครหลวง มีแหล่งน้ำดิบ แหล่งน้ำต้นทุนที่เพียงพอ และไม่ต้องสูบไกล ไม่ต้องส่งไกล แต่ว่าในส่วนภาคอีสานนั้นมีหลายอำเภอในรอบ ๑๐ ปี ก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นขนาดนั้น แต่เป็นตัวเลขที่หน่วยงานการประปาส่วนภูมิภาคได้ส่งมาให้ คณะกรรมาธิการนะครับว่ามีอยู่ ๒ อำเภอ ๒ แห่ง แล้วก็อีกหลายอำเภอที่มีตัวเลขที่ไม่มี แหล่งน้ำ และไม่มีน้ำประปาที่ไหลได้ตลอดปี อย่างเช่นมากที่สุดที่อำเภอเกษตรวิสัย ไม่มี น้ำประปาที่ไหลตลอดปีอยู่ ๖ ปี ในรอบ ๑๐ ปี รองลงมาก็จะเป็นอำเภอสุวรรณภูมิ และหลายอำเภอ มากหลายอำเภอเหมือนกันนะครับ ท่านทั้งหลายครับ และทีนี้ปัญหาหนึ่ง เนื่องจากว่ากรรมาธิการลงไปทุกจังหวัด ก็ได้ศึกษาและได้ข้อมูลว่าส่วนของประปาอย่างเช่น อำเภอพยัคฆภูมิพิสัยนั้น ต้องสูบน้ำดิบจากแม่น้ำมูลมาทำประปานะครับ