ทวี สอดส่อง ชื่นชม ป.ป.ช. ที่ดำเนินการส่งรายงานและผลักดันยุทธศาสตร์ต่อต้านการทุจริตอย่างรอบด้าน ทั้งการป้องกัน ปราบปราม และเสริมสร้างเจตจำนงทางการเมือง โดยหารือถึงปัญหาการทุจริตที่เชื่อมโยงกับความยากจนและยาเสพติด พร้อมเสนอให้ตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงินภาครัฐตามมาตรฐานบัญชีเพื่อคุ้มครองภาษีของประชาชน และเรียกร้องให้ตรวจสอบการบริหารราชการอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะกรณีการผูกขาดธุรกิจพลังงานที่เอื้อประโยชน์กลุ่มนายทุน จนส่งผลให้ค่าครองชีพประชาชนสูงขึ้นและลดความเชื่อมั่นในการบริหารประเทศ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน แล้วก็ขอชื่นชมกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ได้ส่งรายงานมา ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันต้องยอมรับว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจและหน้าที่ ผมจะถนัดใช้คำว่าอำนาจและหน้าที่ แต่กฎหมายใหม่พยายามจะเรียกว่า หน้าที่และอำนาจ มีอำนาจและหน้าที่ค่อนข้างที่จะครอบคลุมในเรื่องการป้องกันและปราบปราม การทุจริตรวมทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระ ศาล หรือหน่วยงานของรัฐ รวมทั้ง รัฐสภาด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมขอชื่นชมผมไปดูในยุทธศาสตร์ เอาง่าย ๆ ก่อนนะครับ ยุทธศาสตร์ของท่านที่เขียนไว้ ๖ ด้าน เช่น สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริต การสกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย การพัฒนาระบบการป้องกันการทุจริตเชิงรุก การปฏิรูปกลไกและกระบวนการในการปราบปราม การทุจริตและยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต
ท่านประธานที่เคารพครับ ก็อยากจะกราบเรียนทาง ป.ป.ช. วันนี้ปัญหา การทุจริตของไทยอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง อาจจะเป็นปัญหาแทรกกันระหว่างระดับ ๑ กับระดับ ๒ ระหว่างปัญหายาเสพติด ปัญหาความยากจน และปัญหาการทุจริต ประเทศไทย เราได้สร้างโครงสร้างเพื่อให้ไปอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. ผมยังอยากจะฝากขอคำแนะสั้น ๆ เพราะเวลามันจะน้อยนะครับ คืออยากจะฝากท่านประธาน ป.ป.ช. กับคณะที่มาชี้แจง ผมเองก็เชื่อมั่นในตัวบุคคล และโดยเฉพาะท่านประธานก็จบทางอาชญาวิทยา และจบทางการบริหารด้านนี้มาโดยตรง เป็นปริญญาเอกทางด้านนี้โดยตรงจึงมีความเหมาะสม การกันไว้ดีกว่าแก้คือการป้องกัน อาชญากรรมดีกว่าการลงโทษอาชญากร อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ ก็อยากจะฝากเรียนลองดูว่า ทำอย่างไรที่จะให้เงินงบประมาณที่เป็นภาษีอากรของประชาชนที่ไปยังหน่วยรับงบประมาณ ไม่ให้มีการป้องกันการทุจริต สิ่งหนึ่งก็คือถ้าจะไปดูท่านลองไปดูในเรื่องงบประมาณ ของหน่วยที่รับงบประมาณที่มาขอกับหน่วยสำนักงบประมาณก็ดีแล้วส่งมาสภาก็ดี เรามีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๐ ว่าหน่วยรับงบประมาณที่มาขอรับงบประมาณจะต้องปฏิบัติ ตามวินัยการเงินการคลังก็คือมาตรฐานทางบัญชี ท่านประธานที่เคารพในครั้งนี้เราพบว่า มีจำนวน ๑๐๐ กว่าหน่วยงานซึ่งเป็นหน่วยงานใหญ่ ๆ ที่ สตง. ตรวจแล้วว่างบการเงิน ไม่ถูกต้อง งบการเงินไม่ถูกต้องถ้าเกิดเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์นี่หลักทรัพย์นั้นจะต้อง หยุดการซื้อขาย แต่พบว่างบการเงินไม่ถูกต้องหลายหน่วยงาน เช่น กองทัพบก สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี หรือต่าง ๆ มากมาย แต่ปรากฏว่าหน่วยพวกนี้กลับได้คะแนนจาก ป.ป.ช. ที่สูง งบการเงินท่านกรรมการ ป.ป.ช. ที่มาจากกระทรวงการคลังจะรู้ดีว่ามันคือหน้าต่างที่จะบอกร่องรอยของการเงินของหน่วยนี้ ไปใช้ เมื่อเงินภาษีอากรของประชาชนเอาไปใช้แล้วมันมีปัญหา ผมคิดว่าสิ่งต่าง ๆ พวกนี้ อยากจะฝาก ป.ป.ช. ลองเข้าไป เพราะทุกปีเราก็ถมทับ ๆ เข้าไป อย่างเช่นกรมการปกครอง ซ้ำแล้วซ้ำอีกก็ไม่สามารถจะตรวจสอบงบการเงินได้ แม้แต่กระทรวงการคลังเองนะครับ งบเกี่ยวกับเรื่องบัตรประชารัฐ ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็ไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างนี้เป็นต้น ถ้า ป.ป.ช. เริ่มการกันไว้ดีกว่าแก้ขอให้หน่วยต่าง ๆ ทำให้ถูกตามมาตรฐานทางบัญชี มาตรฐานทางบัญชีมันคือเป็นมาตรฐานเดียวที่ผู้สอบบัญชีถ้าเขารายงานไปช่วยเหลือ เขาก็มีความผิด
แล้วอีกประการหนึ่ง อย่างเช่นท่านสมาชิกได้พูดไปเมื่อสักครู่คือดรรชนีความเชื่อมั่น ของประเทศไทยวันนี้เรามาอยู่ที่ ๑๐๑ คะแนน คะแนน ๓๖ คะแนน จาก ๑๐๐ คะแนน ผมคิดว่าทำอย่างไร ป.ป.ช. ก็ไปมียุทธศาสตร์เยอะ แต่ยุทธศาสตร์หนึ่งมันอาจจะยิ่งรายงาน มาทุกปีก็จะตกทุกปี ๆ จากปีที่แล้วลำดับที่ ๙๙ ของโลก วันนี้ก็มา ๑๐๑ จาก ๑๘๐ ประเทศ ดังนั้นผมจึงอยากจะลองดูว่าการวัดความเชื่อมั่นของประเทศมันก็คือวัดจากการทุจริตคอร์รัปชัน ของประเทศอยู่ในระดับไหน ผมยังอยากจะกราบเรียนคณะกรรมการ ป.ป.ช. การจะดู มาตรฐานสิ่งหนึ่งก็คือเราต้องเดินไปยังคณะรัฐมนตรีก่อน คณะรัฐมนตรีที่มีอยู่รวมถึง ส.ส. ส.ว. อะไรก็ตามต้องดูว่าต้องเริ่มต้นที่ตัวคนดังกล่าวก่อนว่าอยู่ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นโดย ระบบคุณธรรมหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่จะเห็นได้ชัดเลยยุทธศาสตร์ท่านก็คือยุทธศาสตร์การทุจริต เชิงนโยบาย ขนาดประเทศไทยเรามีกฎหมายรัฐธรรมนูญระบุว่าสาธารณูปโภครัฐจะต้องทำ อย่าให้เอกชนทำเกินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านทราบหรือไม่ว่าวันนี้ไฟฟ้าที่เราใช้อยู่ประชาชน ใช้ไฟฟ้าแพงมาก มันน่าจะลดจาก ๔ บาทมาเหลือ ๒ บาท เพราะว่ารัฐบาลไปให้เอกชนขายไฟ รวม ๆ แล้วถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วรัฐบาลก็ไปซื้อไฟในราคาแพง พอซื้อแพงแล้วก็เอาไปผลักภาระให้ประชาชนในราคาแพง เอาไฟฟ้าที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต มาผสมให้ราคาถูก แม้แต่ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาชี้ว่าอันนี้ไม่ถูกต้องก็ยังปล่อยปละละเลย มาวันนี้ มันทำให้เหมือนว่ารัฐบาลอยู่ข้างกับนายทุน ผมอยากจะฝากความหวังกับ ป.ป.ช. ถ้าท่านทำเรื่องนี้ได้ท่านช่วยคนไทยทั้ง ๖๕ ล้านคนนะครับ ผมก็ขอให้กำลังใจคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทุกท่านครับ ขอบพระคุณมากครับ