ซูการ์โน มะทา ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สมดุลในการตรวจสอบของ ป.ป.ช. ที่มุ่งเน้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากเกินไป ขณะที่หน่วยงานรัฐระดับชาติและโครงการใหญ่กลับขาดการตรวจสอบอย่างโปร่งใส พร้อมเรียกร้องให้ดำเนินการตรวจสอบอย่างเป็นกลาง ครอบคลุมทุกภาคส่วน และผลักดันการจัดสรรงบประมาณเพื่อป้องกันการทุจริตให้ขยายไปยังทุกศาสนาอย่างเท่าเทียม เพื่อสร้างจิตสำนึกต่อต้านการทุจริตในทุกกลุ่มศาสนาและระดับสังคม
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ผมก็มีความเห็นอาจจะหลายมุมมองนะครับ เรื่องของรายงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ ดูเอกสารผมว่าดี แต่ประเด็นก็คือว่าเวลาที่ท่านมาตั้งตอนเช้าจะให้พวกเรา อ่านเอกสารทั้งหมดโดยที่ไม่มีข้อสรุปอะไรนี่เราก็ไม่สามารถจะได้รู้ว่ารายงานนี้ท่านทำได้ สมบูรณ์แบบจริงหรือไม่อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปราย สิ่งที่ผมได้ดูจากรายงาน ของคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ถ้ามาดูในปี๒๕๖๑ นะครับ ปี ๒๕๖๑ จำนวนคดีทั้งหมดมันมีถึง ๔,๖๒๒ เรื่อง เข้าสู่กระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริง จำนวน ๓,๐๐๐ กว่าเรื่อง คิดเป็นร้อยละก็อยู่ที่ ๘๑ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ นะครับ ซึ่งทั้งหมด มารวมคดีไม่ว่าเรื่องที่เราเห็นสังเกตจากข้อสรุปหน้าแรก ๆ ที่เราอ่านทันนะครับก็จะเป็นว่า เรื่องค้างดำเนินการสะสมมันจำนวนมากนะครับ มีค้างการดำเนินการ หมายความว่าปีต่อปี ๆ ถูกไหมครับ ตอนนี้ผมเห็นตัวเลขน่าจะรายงานของปี ๒๕๖๑ อยู่ที่๑๕,๓๖๒ เรื่อง แล้วก็ รับเรื่องที่รับใหม่ของการตรวจสอบเบื้องต้นนี่ก็ ๔,๐๐๐ เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ ๓,๐๐๐ เรื่อง คงเหลืออีก ปี ๒๕๕๘ เหลืออยู่ถึง๑๖,๓๐๐ กว่าเรื่อง ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนถึงท่านคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่า เห็นด้วย กับเพื่อนว่ารายงานนี้มีความสมบูรณ์ในเรื่องขององค์ประกอบ แต่ถามว่าจะให้พวกเรา ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจสอบว่ารายงานประจำปีของท่านนั้นมีความครอบคลุมหรือไม่ ก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ซึ่งผมก็ตั้งข้อสังเกต อย่างรายงานฉบับนี้ ทำไม ป.ป.ช. ชุดนี้ถึงตั้งเป้าที่จะไปตรวจสอบแต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง ๆ ที่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นมีงบประมาณในการดำเนินการก็ไม่มาก และผมก็ย้อนกลับ ไปที่รายงานผลการดำเนินการของ ป.ป.ช. ปี ๒๕๕๘ ที่รัฐเสียหาย ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็บอกชัดเจนว่าหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจกี่เปอร์เซ็นต์ องค์กรอิสระกี่เปอร์เซ็นต์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกี่เปอร์เซ็นต์ แต่รายงานทั้ง ๒ ฉบับนี้มันไม่ได้สรุปว่า ในปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ที่ท่านดำเนินการตรวจสอบการดำเนินการทุจริตของหน่วยงานของรัฐ อย่างที่เพื่อนสมาชิกสงสัยว่ารัฐบาลมีการทุจริตหรือไม่ ภาครัฐมีการทุจริตอย่างไร ระบบการบริหารราชการส่วนภูมิภาคมีการทุจริตขนาดไหน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีความทุจริตกี่เปอร์เซ็นต์ ความเสียหายมันเกิดขึ้นเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์สิครับ วันนี้ในเล่มนี้ ถ้ามาดูก็เห็นกับเพื่อนสมาชิกว่าท่านมีอคติหรือเปล่า มีแต่รายงานตรวจสอบแต่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น อบต. เทศบาล อบจ. ท่านยืนยันได้ไหมครับว่า ในเล่มนี้ถ้าไปตรวจสอบในปี ๒๕๖๑ หน่วยงานของรัฐไม่มีการทุจริต เพราะในรายงาน ของท่านก็ไม่เห็น ผมก็เลยสงสัยว่าวันนี้มาตรฐานจริยธรรมตรงนี้มันจะต้องมีความชัดเจน ผมเห็นด้วยนะครับว่าท่านเป็นองค์กรอิสระที่ตรวจสอบการทุจริต แต่มันต้องไม่เลือกปฏิบัติ อย่างเมื่อสักครู่นี้ท่านสุรทินก็บอกว่าโครงการใหญ่ ๆ ของรัฐบาลตรวจสอบไหมครับ งบ กอ.รมน. ที่ไปใช้งบบูรณาการใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปตรวจสอบการทุจริตไหมครับ ทหารเที่ยวไปวิ่งเต้นของบประมาณจากงบบูรณาการในจังหวัดต่าง ๆ ท่านไปตรวจสอบไหมครับ หรือว่าท่านไม่รู้ หรือว่าพวกผมต้องมาบอกในสภาแห่งนี้ พื้นที่ ๓ จังหวัดจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือพื้นที่บ่อเงินบ่อทองของหน่วยงานของรัฐที่ไปโกงกินงบประมาณที่เป็นเงินภาษี ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ แต่ในรายงานฉบับนี้ไม่มีครับ หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าท้องถิ่นคือเป้าหมายของ ป.ป.ช. หรือว่าท่านไม่กล้าแตะหน่วยงานที่เป็นกำลังหลัก เช่น กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ หรือตำรวจ สิ่งเหล่านี้มันไม่เห็นในรายงานนะครับ ผมอยากฝากเป็นข้อสังเกตถึงท่านคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าสิ่งที่ผมพูดทั้งหมดนี้มันสะท้อนว่า วันนี้ประชาชนหวังพึ่ง ป.ป.ช. ป.ป.ช. คือหน่วยตรวจสอบการทำงานทั้งรัฐบาล ข้าราชการ ส่วนภูมิภาค ข้าราชการที่ไปอยู่ในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ วันนี้รูปแบบวิธีการจัดทำ งบประมาณมันชัดเจนว่ามันไม่ใช่เริ่มต้นจากข้างล่าง มันเริ่มจากข้างบน ถ้ามันมีทุจริต มันก็ต้องทุจริตจากข้างบน แต่ในรายงานไม่มีรายงานบอกให้พวกเราทราบเลย อันนี้ ผมอยากจะฝากเป็นข้อสังเกตนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ผมไปเห็นโครงการอันหนึ่ง ผมก็ดูว่ามันก็เป็นโครงการ เรื่องโครงการป้องกันทุจริตตามแนวคิดทางคริสต์ศาสนา แต่ผมไม่เห็นโครงการป้องกัน การทุจริตตามแนวทางของพุทธศาสนา ตามแนวทางของศาสนาอิสลามเพื่อความร่วมมือ อันนี้เรื่องใหญ่นะครับ ถ้าท่านเอาโครงการ เอางบประมาณที่รัฐจัดให้กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้วไปดำเนินการเรื่องนี้ ไปปลูกฝังไว้ในระดับทุกศาสนา ทุกศาสนิกที่อยู่ในประเทศ มันก็จะเป็นการป้องกันไม่ให้มีการทุจริต ที่มันเกิดขึ้นท่านต้องไปปราบปราม แต่การป้องกัน ป้องปรามก็คือการสร้างจิตสำนึกให้คนไทยไม่ทุจริตคดโกง แต่ในนี้ท่านเลือกแค่ศาสนาคริสต์ ศาสนาเดียว และศาสนาพุทธเขาไม่ป้องกันทุจริตหรือครับ ศาสนาอิสลามเรื่องการทุจริต เป็นความผิดที่ใหญ่หลวงที่พระเจ้าไม่ให้อภัยแต่ท่านก็ไม่ศึกษา ไม่ให้การสนับสนุน อันนี้ เป็นประเด็นข้อสังเกตที่ผมอยากฝากท่านประธานถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าสิ่งดี ๆ หลายอย่างท่านก็ดำเนินการ แล้วรายงานถ้ามันจำเป็นจะให้พวกเราได้ศึกษาส่งพวกเรา ล่วงหน้านะครับ ถ้าให้เราอ่านวันนี้มันก็ไม่ครอบคลุมทั้งหมด ขอบคุณท่านประธานครับ สวัสดีครับ