ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ หารือปัญหาอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ประกอบการฉ้อโกงผู้บริโภคผ่านสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และเรียกร้องให้ตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมทั้งชี้แจงถึงปัญหาการทุจริตและการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคในโครงการห้องชุดจากการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้มแข็ง โดยขอถามนายกรัฐมนตรีถึงแผนกำกับควบคุมผู้ประกอบการให้มีประสิทธิภาพ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประเด็นที่ผมจะขอสอบถามท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ส่งท่านรัฐมนตรีอนุชา มาตอบแทนในวันนี้เป็นปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ต้องดิ้นรนหาเงิน ทำงานเพื่อมาผ่อนชำระค่าที่อยู่อาศัยเพื่อใช้ชีวิตพักผ่อนหลับนอน เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ ที่ต้องใช้ในการดำรงชีวิต ซึ่งค่าผ่อนชำระแต่ละเดือนก็ได้กินเงินเดือนที่เขาตรากตรำทำงาน ไปแทบจนหมดสิ้น เพื่อแลกกับที่อยู่อาศัยที่เขาต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไปในอนาคตเป็นหลายสิบปี บรรดาผู้ประกอบการคอนโดมิเนียมหรือดีเวลอปเพอร์ (Developer) ก็ได้โฆษณาวาดฝัน โครงการต่าง ๆ เอาไว้ เพื่อเชิญชวนให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนไปซื้อ ไปผ่อน ไปจับจองกัน แล้วพ่อแม่พี่น้องประชาชน จำนวนมากเมื่อซื้อหรือจับจองไปแล้วก็ฝันสลายพร้อมกับเป็นหนี้อีกก้อนโตที่ต้องตรากตรำ ทำงานชดใช้หนี้ก้อนนี้ไปอีกเป็นสิบปีเมื่อถูกบรรดาผู้ประกอบการได้ฉ้อโกง หลอกลวง โดยอาศัยความเป็นบริษัทที่ดูน่าเชื่อถือ มีโฆษณาตามสื่อต่าง ๆ ทั้งอินเทอร์เน็ต (Internet) ทีวี (TV) บนรถไฟฟ้า หลายบริษัทก็อยู่ในตลาดหลักทรัพย์มีชื่อเสียงโด่งดัง ไม่แปลก หรอกครับที่จะมีพ่อแม่พี่น้องประชาชนถูกบริษัทอสังหาริมทรัพย์หรือดีเวลอปเพอร์ (Developer) เหล่านี้หลอกให้เซ็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรมได้ง่ายด้วยความที่เขาดูน่าเชื่อถือนะครับ อำนาจต่อรองของประชาชนผู้บริโภคก็สู้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ใหญ่ ๆ ไม่ได้หรอกครับ เพราะสัญญาต่าง ๆ ก็ถูกจัดทำโดยผู้ประกอบการบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่ประชาชน ผู้บริโภคคนธรรมดา จริง ๆ สภาของเราก็เคยออกกฎหมาย พ.ร.บ. อาคารชุดและ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภคขึ้นมาเพื่อปกป้องประชาชนแล้วนะครับ ก็จะมีแบบฟอร์ม (Form) สัญญา จะซื้อจะขาย สัญญาซื้อขาย ที่รัฐบังคับให้ผู้ประกอบการต้องมีข้อความตามแบบฟอร์ม (Form) ที่กำหนด เพื่อไม่ให้เอาเปรียบผู้บริโภคก็ออกมาแล้ว คุ้มครองถึงขนาดที่ว่าถ้า ผู้ประกอบการบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทำสัญญาขึ้นมาแล้วมีข้อความที่ไม่เหมือนกับแบบฟอร์ม (Form) ที่รัฐกำหนด ข้อความส่วนที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคก็ถือว่าเป็นโมฆะไม่มีผล บังคับใช้ และที่สำคัญก็คือมีโทษทางอาญา ปรับกรณีละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทด้วย ท่านคิดว่า มีประชาชนรับรู้กันกี่คนครับ แม้แต่ทนายความ นักกฎหมายจะมีกี่คนที่รู้ถึงสิทธิของ ประชาชนตรงนี้ ตำรวจ พนักงานสอบสวนตามโรงพักต่าง ๆ ซึ่งมีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน มีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย ลงโทษผู้ประกอบการเหล่านี้ท่านคิดว่ามีคนที่รู้เรื่องนี้กี่คน ผมอยากจะชวนพ่อแม่พี่น้องที่ฟังอยู่ที่บ้าน ณ ตอนนี้ลองดาวน์โหลด (Download) แบบฟอร์ม (Form) สัญญาที่กฎหมายกำหนดแล้วหยิบเอกสารสัญญาที่ท่านจองหรือซื้อบ้าน หรือซื้อคอนโดมิเนียมมาเทียบข้อความดูได้นะครับ ท่านอาจจะเพิ่งมารู้ว่าตัวเองโดนเอารัด เอาเปรียบเหมือนกับที่ประชาชนจำนวนมากประสบพบเจอแล้วร้องเรียนปัญหาต่าง ๆ ผ่านมาทางผม ที่ผมจะไล่เลียงต่อไปนี้ก็เป็นได้ เรื่องที่พ่อแม่พี่น้องเดือดร้อนกันมากที่สุด เกี่ยวกับประเด็นนี้ก็จะเป็นเรื่องการก่อสร้างที่มีความชำรุดบกพร่อง แต่ไม่มีการรับผิดชอบ แก้ไข โครงสร้างผนังต่าง ๆ วัสดุต่าง ๆ ที่ใช้ไปไม่นานก็พัง ชำรุด เสื่อมสภาพ ในแบบฟอร์ม (Form) สัญญาที่กฎหมายกำหนดไว้เขาให้ผู้ประกอบการต้องรับประกันทุกอย่าง ๕ ปีนะครับ แต่ท่านทราบไหมครับ ผู้ประกอบการมักจะปฏิเสธไม่ซ่อมให้ ผ่านไปปีสองปีก็อ้างว่า หมดประกันแล้ว เพราะสัญญาเขียนใช้ข้อความผิดไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้ ให้เวลา รับประกันน้อยลงมา อย่างลิฟต์โดยสารนี่จริง ๆ ผู้ประกอบการต้องรับประกันอย่างน้อย ๕ ปี แต่อย่างที่เราเห็น ๆ กันก็คือยังไม่ถึง ๕ ปีผู้ประกอบการก็มักจะปฏิเสธความรับผิดชอบ เวลาเสีย เวลามีปัญหา นิติบุคคลก็ต้องใช้เงินส่วนกลางของประชาชนผู้บริโภคเอามา ซ่อมแซม มีทั้งการก่อสร้างที่มีการเปลี่ยนวัสดุเป็นคุณภาพต่ำกว่าแบบก่อสร้างในสัญญา ให้พังง่ายกว่า ราคาถูกกว่า เพื่อฟันกำไรได้มากกว่า แบบนี้ประชาชนเดือดร้อนนะครับ นอกจากนี้ยังมีการก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามที่โฆษณาไว้ โฆษณาว่าจะมีพื้นที่ส่วนกลาง อย่างนั้นอย่างนี้ ทำภาพมาอย่างดีเลยเพื่อให้คนมาซื้อ มาจับจอง แต่พอสร้างเสร็จก็ไม่ได้มี อย่างที่โฆษณาไว้ หรือการเอาเปรียบโดยการเอาพื้นที่ที่ควรจะเป็นทรัพย์ส่วนกลาง เช่น ร้านค้าไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ประกอบการเอง ไปปล่อยเช่าหาผลกำไรแทนที่เงินจะเข้าไปใน นิติบุคคล แทนที่จะเป็นทรัพย์ส่วนกลางของผู้บริโภคที่เป็นเจ้าของร่วม ก็มีหลาย ๆ โครงการ ที่เอาเปรียบผู้บริโภคในลักษณะนี้ รวมไปถึงการก่อสร้างที่เลยกำหนดเวลาในสัญญาที่จะต้อง สร้างเสร็จแต่ก็ยังสร้างไม่เสร็จ แล้วผู้ประกอบการก็ไม่เสียค่าปรับตามสัญญาให้แก่ผู้บริโภค คล้าย ๆ กับสภาของเรานี่ละครับท่านประธาน หรือไม่ยอมคืนเงินพร้อมดอกเบี้ย เมื่อผู้บริโภคมีความประสงค์ที่จะบอกเลิกสัญญาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าประชาชน อยากได้เงินคืนก็ไปฟ้องร้องเอาเอง มีการเก็บค่าเปลี่ยนสัญญากรณีเปลี่ยนสิทธิในใบจอง หรือที่เรียกกันว่าการซื้อขายใบจองนั่นเอง ผู้ประกอบการก็ทำผิดกันเยอะมากนะครับ โดยที่ ประชาชนไม่รู้ว่าผู้ประกอบการทำเช่นนี้ไม่ได้ ค่าเปลี่ยนสัญญา ค่าซื้อขายใบจองที่ ผู้ประกอบการหลอกประชาชนเพื่อเอาเงินก้อนนี้ไปหลายหมื่นบาทเลยนะครับไม่ใช่ถูก ๆ มีทั้งการยึดเงินดาวน์ผู้บริโภคไปทั้งหมดโดยไม่คืนในกรณีที่ผู้บริโภคไม่ชำระเงินดาวน์ ตรงตามเวลาสัญญานะครับ ผู้ประกอบการทำเช่นนี้ไม่ได้นะครับ ก็คือการที่ยึดเงินลูกค้า ไปเลยบางทีก็หลายแสนบาทถ้าผู้บริโภคอยากได้เงินคืนก็ต้องไปฟ้องร้องเอาเอง ก็มีหลายบริษัทที่ทำผิดเช่นนี้กันเยอะนะครับ
และปัญหาสุดท้ายที่ผมจะยกตัวอย่างเนื่องจากเวลามีจำกัดนะครับ อย่างโครงการที่ผู้ประกอบการยังขายหรือโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดยังไม่หมดจึงมีการอ้างสิทธิ โหวต (Vote) ในการประชุมใหญ่เจ้าของร่วม จากห้องชุดที่ยังไม่ได้มีการโอนในการส่งคนจาก บริษัทผู้ประกอบการมานั่งเป็นคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด แล้วก็ทำการทุจริต เงินค่าส่วนกลางของผู้บริโภคที่เป็นเจ้าของร่วมเป็นต้น ยังมีกรณีที่เป็นการเอารัดเอาเปรียบ ผู้บริโภคอีกมากมายเลยนะครับที่เป็นความผิดกฎหมายชัดเจน มีหลักฐานเอาผิดได้ง่าย เช่นแค่เอาสัญญามานะครับ เอาเอกสารสัญญามา มาเทียบข้อความกันก็ชี้ความผิด ได้แล้วแต่ผู้ประกอบการก็ยังทำผิดกันมากมาย ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่กฎหมายไม่ดีนะครับ แต่คือการบังคับใช้กฎหมายต่างหากที่มันไม่ดี มีปัญหา ซึ่งนี่อยู่ในความรับผิดชอบ ของท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านเป็นผู้บังคับบัญชาที่กำกับดูแลหน่วยงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งควรจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ไม่ยาก แต่ก็มี การปล่อยปละละเลย ผมก็เลยจะขอเรียนถามว่า จากการที่มีการปล่อยปละละเลยไม่ทำ การป้องกันปราบปรามผู้ประกอบการที่กระทำการเอาเปรียบผู้บริโภคจนเกิดปัญหา การเอาเปรียบผู้บริโภคเป็นจำนวนมากในอนาคตท่านจะมีแผนการหรือวิธีการที่จะกำกับ ควบคุมผู้ประกอบการอย่างไรให้มีประสิทธิภาพจนผู้บริโภคไม่ถูกผู้ประกอบการเอาเปรียบ เช่นนี้อีก ขอบคุณครับ