วิชัย แจงร่างกฎหมายกระท่อม-ชี้แจงการตรวจ-ควบคุมใช้สอดคล้องกฎหมาย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

วิชัย ไชยมงคล ชี้แจงความจำเป็นในการยกร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด พร้อมอธิบายบทบาทของกฎหมายที่เกี่ยวข้องและเหตุผลในการผลักดันให้ถอนพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด โดยอ้างอิงการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และการประชุมนานาชาติ รวมถึงชี้แจงกระบวนการตรวจวิเคราะห์สารเสพติดที่แม่นยำและแตกต่างกันตามชนิดของยา เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด โดยเฉพาะกรณีกระท่อมที่ไม่ทำให้ผลตรวจปัสสาวะขึ้นผิดกฎหมายหากใช้ชุดตรวจที่เหมาะสม ทั้งยังเน้นแนวทางการควบคุมการใช้กระท่อมภายหลังการปลดล็อก ทั้งการคุ้มครองเยาวชน การประสานกับร่างกฎหมายอื่น และการให้ประโยชน์แก่ผู้กระทำผิดในอดีตเฉพาะกรณีเสพกระท่อมล้วน โดยไม่ครอบคลุมกรณีที่มีการผสมสารอื่น เช่น ยาบ้า ที่ยังต้องดำเนินคดีต่อไป ภายใต้กรอบของ พ.ร.บ.ควบคุมพืชกระท่อม

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. ก่อนอื่นผมก็ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิก ที่ให้การสนับสนุนในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ยังมีท่านก็ยังห่วงใย แล้วก็มีข้อกังวล ถ้าหากว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกประกาศใช้แล้วนะครับ ผมก็ขออนุญาตชี้แจงสรุปเป็นประเด็นตามที่ท่านได้มีข้อห่วงใยแล้วก็คำถามมานะครับ

ในข้อแรก ในเหตุผลและความจำเป็นที่ใช้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ และที่ว่าทำไม ป.ป.ส. ต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมานะครับ ในส่วนหนึ่งท่านรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจงไปแล้ว ผมขออนุญาต เพิ่มเติมในส่วนนี้ก็คือ กฎหมายที่สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ยกร่างเสนอสภา แล้วก็ออกประกาศ ใช้แล้วนะครับ ที่ใช้อยู่ตอนนี้มีอยู่แค่ ๓ ฉบับ นั่นก็คือเรื่องของพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดถึงอำนาจของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. สรุปเป็นอย่างนี้นะครับ ฉบับที่ ๒ เป็นพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำ ความผิด พ.ศ. ๒๕๓๔ อันนี้เป็นเรื่องที่กล่าวถึง ๓ ประเด็นนะครับ

ประเด็นแรก ก็คือที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๕ คือการที่ผู้กระทำความผิด ไปกระทำผิดนอกราชอาณาจักร หรือว่าผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยแล้วไปกระทำความผิด นอกราชอาณาจักรและให้ผลเกิดในราชอาณาจักร ต้องรับโทษในราชอาณาจักรเป็นการขยาย เขตอำนาจศาล และอันที่ ๒ ที่ท่านจะคุ้นเคยก็คือเรื่องการสมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือ ผู้กระทำความผิด และอันที่ ๓ ก็คือเรื่องของการยึดทรัพย์ นี่คือกฎหมายของ ป.ป.ส. ฉบับนี้ ฉบับที่ ๓ คือพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ มีเพียง ๓ ฉบับเท่านั้น ที่เป็นของ ป.ป.ส. ยกร่าง และฉบับที่ ๔ ที่อยู่ในชั้นกรรมาธิการอยู่ก็คือร่างประมวลกฎหมาย ยาเสพติดดังที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวไว้เมื่อสักครู่นะครับ

ในส่วนของการกำหนดพืชกระท่อมเป็นยาเสพติด อันนี้อยู่ในพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งไม่ได้เป็นกฎหมายที่สำนักงาน ป.ป.ส. เป็นผู้ยกร่าง แต่เนื่องจาก สำนักงาน ป.ป.ส. เป็นหน่วยบังคับใช้กฎหมายยาเสพติด เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติ หรือกฎหมายที่ใครจะเสนอขึ้นก็ตาม เราก็ต้องบังคับใช้ทุกฉบับนะครับ เรียนให้ทราบดังนี้

ข้อที่ ๒ นะครับ เหตุที่จะต้องมีการถอนกระท่อมออกจากยาเสพติด ดังที่ท่านรัฐมนตรีได้เรียนถึงที่มาที่ไปแล้วนะครับ มันก็มีเหตุผลเพิ่มเติมจากการที่มีการประชุม สมัชชาสหประชาชาติหรือที่เราเรียกว่า อันกาส ๒๐๑๖ (UNGASS 2016) เมื่อปี ๒๕๕๙ ซึ่งเป็นการประชุมระหว่างประเทศในระดับสหประชาชาติ ได้กำหนดการแก้ไขปัญหายาเสพติด แนวใหม่ นั่นก็คือในเรื่องของเอาผู้เสพถือว่าเป็นผู้ป่วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องการที่จะนำเอาพืชเสพติดมาใช้ประโยชน์ในการแพทย์และ การศึกษาวิจัยทางการแพทย์ อันนี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่จะต้องถอดถอนพืชกระท่อม ซึ่งปัจจุบัน เป็นยาเสพติดประเภท ๕ อยู่นี่ออกจากยาเสพติด นี่ผมขอนำเรียนคร่าว ๆ อย่างนี้นะครับ

สำหรับข้อที่ ๒ ที่เป็นข้อห่วงใย แล้วก็มีข้อกังวลและข้อซักถามก็คือในเรื่องของ การตรวจสารเสพติดว่าถ้าหากว่าเสพพืชกระท่อมไปแล้วจะแยกแยะได้อย่างไรว่าไม่ได้ไปเสพ กลายเป็นเสพยาบ้าหรือยาเสพติดชนิดอื่น รวมถึงเมื่อสักครู่ได้มีการพูดถึงเรื่องการตรวจ เคตามีน (Ketamine) ผมขอนำเรียนอย่างนี้นะครับว่าในการตรวจสารเสพติด ๑. ตรวจหา ตัวยาเสพติดที่ยังไม่ได้อยู่ในร่างกาย เป็นตัวยาเสพติดไม่ว่าจะเป็นยาบ้า ยาไอซ์ (Ice) เฮโรอีน (Heroin) ฝิ่น หรือเคตามีน (Ketamine) หรืออะไรก็ตาม ที่เป็นตัวยาเสพติด ในหลักการของ การทำงานแล้วก็คือเมื่อพบสิ่งที่สงสัยว่าเป็นยาเสพติดประเภทไหน ก็จะต้องทดสอบด้วย น้ำยา เขาเรียกว่าเทสต์คิต (Test kit) ทดสอบเบื้องต้นก่อนทุกครั้งในภาคสนาม ซึ่งตัวน้ำยา ในการทดสอบนี้ไม่ใช่ว่าจะเป็นน้ำยาตัวเดียวแล้วก็ทดสอบยาเสพติดได้ทุกชนิด มันมีน้ำยา แต่ละตัวนะครับ ถ้าจะทดสอบยาบ้าหรือว่าไอซ์ (Ice) ซึ่งมีสารเมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) มันก็จะมียาทดสอบอยู่ต่างหาก เมื่อใส่สิ่งที่ต้องสงสัยว่าเป็นยาบ้าหรือไอซ์ลงไปมันก็จะขึ้น สีส้มนะครับ ส่วนการทดสอบเฮโรอีน (Heroin) มอร์ฟีน (Morphine) ก็มีอีกตัวยาหนึ่ง เมื่อเราสงสัยว่าตัวยานั้นเป็นเฮโรอีน (Heroin) หรือมอร์ฟีน (Morphine) เมื่อเอาสิ่งที่ ต้องสงสัยใส่เข้าไปมันจะขึ้นเป็นสีม่วงนะครับ และอีกประเภทหนึ่งถ้าหากสงสัยว่าเป็น เคตามีน (Ketamine) ก็จะมีน้ำยาอีกตัวหนึ่ง ถ้าเราสงสัยว่าสารที่เราพบนั้นเป็นเคตามีน (Ketamine) เราก็จะทดสอบด้วยน้ำยาทดสอบสำหรับทดสอบเคตามีน (Ketamine) โดยเฉพาะ มันก็จะขึ้นเป็นสีม่วง อย่างกรณีที่เกิดขึ้นที่เป็นความสับสนของพี่น้องประชาชนนะครับ เนื่องจากเราได้ทดสอบแล้วด้วยน้ำยาทดสอบเบื้องต้นมันขึ้นสีม่วง เพราะเราเอาตัวน้ำยา ทดสอบเคตามีน (Ketamine) ถ้าขึ้นสีม่วงก็แสดงว่าเป็นเคตามีน (Ketamine) ซึ่งที่ผ่านมามันก็ เป็นอย่างนี้ ถ้าหากเป็นสารตัวอื่นที่เราสงสัยว่าเป็นเคตามีน (Ketamine) เราเอาใส่เข้าไปใน ถุงทดสอบนี้มันก็ไม่ขึ้นสีม่วงนะครับ แต่อันนี้เมื่อขึ้นสีม่วงเราก็ต้องสงสัยไว้ก่อนว่าเป็น เคตามีน (Ketamine) ผมขออนุญาตแจ้งว่ายาทดสอบแต่ละตัวไม่เหมือนกัน จะเอายาทดสอบ ที่ทดสอบยาบ้าแล้วก็ไปทดสอบเคตามีน (Ketamine) มันก็ไม่ขึ้นเป็นสีส้ม หรือว่าเอายาทดสอบ เคตามีน (Ketamine) ไปทดสอบยาบ้า มันก็ไม่ขึ้นเป็นสีม่วงนะครับ อันนี้มันมีหลายอย่าง ไม่ใช่ว่าตัวเดียวแล้วทดสอบได้ทุกอย่าง อันนี้ขอแจ้งให้ทราบ

แต่สำหรับเมื่อทดสอบเบื้องต้นว่าใช่เพื่อที่จะดำเนินการบันทึก ถ้ามีผู้ต้องหา ก็บันทึกจับกุม ถ้าได้แต่ของกลางก็จะบันทึกตรวจยึดเพื่อจะดำเนินคดี ส่วนในขั้นตอนต่อไป ก็จะต้องเอายาเสพติดทั้งหมดส่งเข้าแล็บ (Lab) เพื่อตรวจวิเคราะห์อีกทีหนึ่ง แล้วพนักงานสอบสวน ถึงจะเอาผลวิเคราะห์จากแล็บ (Lab) ไปดำเนินคดีกับผู้ต้องหา อันนี้เป็นขั้นตอนอย่างนี้นะครับ ถ้าหากว่าผลการทดสอบมันไม่ใช่สารตัวนั้น หรือไม่ผิดกฎหมายก็ต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาไป อันนี้ผมขอนำเรียนอย่างนี้ก่อนนะครับ

แต่สำหรับข้อห่วงใยที่ว่าถ้าหากเสพกระท่อมไปแล้ว แล้วก็ไปทดสอบ ก็ต้องดูอีกนะครับว่าน้ำยาทดสอบมันจะทดสอบปัสสาวะ ถ้าท่านถามว่าการทดสอบปัสสาวะ หน้าตาเป็นอย่างไร ถ้าท่านเคยเห็นเครื่องทดสอบการตั้งครรภ์นี่เหมือนกันเป๊ะเลย เหมือนกับ ตัวทดสอบการตั้งครรภ์ที่จะมีขีด ๒ ขีด ก็จะเอาปัสสาวะเข้าไปตรวจ น้ำยาสำหรับตรวจ การตั้งครรภ์ ถ้าสมมุติว่าเอาปัสสาวะไปตรวจมันก็จะขึ้นใช่ไหมครับ มันเทียบสี ยาเสพติด ก็เหมือนกันนะครับ จะเอาที่ทดสอบตั้งครรภ์มาทดสอบว่าปัสสาวะนี้เป็นยาเสพติดมันก็ไม่ขึ้น เหมือนกัน เพราะฉะนั้นมันจะต้องมีตัวทดสอบสำหรับยาบ้าหรือไอซ์ (Ice) เป็นตัวทดสอบ อันหนึ่ง ถ้าจะทดสอบว่าเสพเคตามีน (Ketamine) หรือไม่ก็จะมีทดสอบอีกอันหนึ่ง ถ้าจะทดสอบว่าเสพเฮโรอีน (Heroin) หรือไม่ ก็จะมีตัวทดสอบอีกอันหนึ่ง แต่ตัวรูปแบบ การทดสอบคือเหมือนกับทดสอบการตั้งครรภ์ อันนี้ทำความเข้าใจว่ามันมีตัวยาไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าท่านเสพกระท่อมไป แล้วก็เอาแถบทดสอบที่ทดสอบยาบ้านี่เอาไป ทดสอบมันก็ไม่ขึ้นเหมือนกัน อันนี้ขอทำความเข้าใจว่าในเรื่องของการทดสอบมันมีหลาย ประเภทนะครับ เรื่องของแบบทดสอบก็คงจะทำให้ท่านคลายข้อกังวลไปบ้างนะครับ

สำหรับในเรื่องของข้อห่วงใย หลาย ๆ ท่านก็ห่วงใยเหมือนกับพี่น้องประชาชน ที่เราเคยทำแบบความคิดเห็นไปว่าเห็นด้วย ส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะให้ปลดล็อกกระท่อม ออกจากพืชเสพติด แต่ก็มีข้อห่วงใยว่าจะควบคุมอย่างไร โดยเฉพาะเยาวชนนี่เอาไปใช้ ในทางที่ผิดหรือว่าเอาไปใช้เป็น ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านบอกว่าเอาไปใช้ ในลักษณะสี่คูณร้อยนั้นนะครับ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติอีกฉบับหนึ่งนะครับ นั่นคือร่างพระราชบัญญัติ พืชกระท่อม พ.ศ. .... ซึ่งร่างพระราชบัญญัติตัวนี้ ผมขออนุญาตนะครับว่าที่เราเสนออยู่นี่ ห้ามเด็กอายุ ๑๘ ปี เสพโดยเด็ดขาด แล้วก็ห้ามจำหน่ายพืชกระท่อมที่เราจะปลดล็อก ในสถานที่สถานศึกษา หรือในแหล่งที่มันจะทำสุ่มเสี่ยงต่อเด็กจะเข้าไปซื้อไปอะไรนะครับ อันนี้ คือข้อห้ามในร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... ซึ่งร่างพระราชบัญญัติตัวนี้ขณะนี้ได้รับ ความเห็นชอบจาก ครม. และอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่นะครับ ซึ่งวันนี้ก็มีการประชุมกันอยู่ ซึ่งมันก็จะสอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติที่นำเสนอวันนี้ว่า ถ้าร่างพระราชบัญญัติวันนี้ผ่าน แล้วก็ออกเป็นประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก็ได้กำหนดตัวนี้ไว้ อีกนะครับ เพื่อที่จะให้ตัวที่อยู่ในร่างควบคุมพืชกระท่อมที่อยู่ในร่างพระราชบัญญัติ ที่อยู่ในชั้นกฤษฎีกานี่มาใช้ให้มันใกล้เคียงกัน ตัวนี้เราเลยกำหนดให้พ้นจาก ๑๘๐ วันไปก่อน หลังจากมีพระราชกิจจานุเบกษา พ้น ๑๘๐ วันถึงประกาศ นั่นก็คือหลังจากราชกิจจานุเบกษา ประกาศใช้ ๖ เดือน ก็จะสอดคล้องกับที่เราเสนอเข้ามาก็จะมีการควบคุม เพราะฉะนั้น ในข้อห่วงใยของท่านก็คิดว่าครอบคลุมหมดแล้วนะครับ คิดว่าที่เตรียมแก้ปัญหาไว้หมด อันนี้ก็ขอนำเรียนชี้แจงนะครับ

อีกข้อหนึ่งนะครับ ที่ท่านได้สอบถามว่าเมื่อกฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้แล้ว จะมีผลต่อผู้ที่กำลังรับโทษอยู่อย่างไรบ้าง อันนี้ก็ไปตามหลักสากลนะครับว่าตามภาษา กฎหมายละตินที่ว่า นุลลา โพนา ซีเน เลเก (Nulla poena sine lege) นั่นก็คือไม่มีบุคคล ไม่ต้องรับโทษ หากไม่มีกฎหมายกำหนดไว้ นั่นก็คือที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒ ของเราที่ว่ากฎหมายไม่มีผลย้อนหลังใช่ไหมครับ ยกเว้นว่าจะเป็นคุณกับผู้กระทำ ความผิด เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าผู้ที่กระทำความผิดเกี่ยวกับข้อหากระท่อม ตั้งแต่เสพจนถึง จำหน่าย ครอบครองเพื่อจำหน่าย เมื่อกฎหมายฉบับนี้ยกเลิกก็จะได้รับคุณจากประโยชน์นี้ ก็พ้นจากความผิดไป คนที่ถูกจำคุกอยู่ก็ต้องปล่อยตัวนะครับ แต่ถ้าหากว่าโดนข้อหาเสพ แต่ไม่ใช่เสพกระท่อมอย่างเดียว แต่เสพประเภทสี่คูณร้อยอย่างนี้นะครับ สี่คูณร้อยที่มันเป็น ตัวผิดก็จะมีอีกตัว นั่นคือส่วนมากก็จะใส่ยาบ้าเข้าไป อันนี้ก็ต้องดำเนินคดีข้อหายาบ้าอยู่นะครับ จะไม่สามารถที่จะพ้นโทษได้ เพราะไม่ได้เสพกระท่อมแบบเดียว เพราะเป็นสี่คูณร้อย ก็ยังดำเนินการอยู่นะครับ และใน พ.ร.บ. ควบคุมพืชกระท่อม ที่อยู่ในชั้นกฤษฎีกานี่ก็ห้ามใช้ ลักษณะแบบสี่คูณร้อย อันนี้ชัดเจนมากนะครับ

อันนี้ผมก็ขออนุญาตตอบคำถามโดยเป็นข้อสรุปที่ผมได้ฟังแล้วก็ได้จดก็มีอยู่ ๔ ประเด็นนี้นะครับ ก็คิดว่าคงจะทำความเข้าใจหรือว่าคลายความกังวลให้กับท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่เป็นห่วงในเรื่องของหากปลดล็อกพืชกระท่อมแล้วจะมีผลกับเด็กและเยาวชน หรือกลัวว่าเด็กและเยาวชนเอาไปใช้ในทางที่ผิด ก็มั่นใจได้ครับว่าสำนักงาน ป.ป.ส. ได้เตรียม วิธีการอะไรต่าง ๆ ที่จะรองรับไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าไปใช้พืชกระท่อมในทางที่ผิดครับ ขออนุญาต ขอบคุณครับ