จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ อภิปรายร่าง พ.ร.บ. ยาเสพติดเกี่ยวกับการผลักดันให้กระท่อมพ้นจากสถานะยาเสพติดและผลักดันให้มีกฎหมายควบคุมรองรับเพื่อส่งเสริมประโยชน์ทางการแพทย์ เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตอย่างถูกกฎหมาย
ขอบพระคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตอภิปราย อาจจะเกินเวลาไปสักเล็กน้อย กราบเรียนท่านประธานครับ วันนี้เราได้มีโอกาสอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติยาเสพติด ซึ่งท่านคณะรัฐมนตรีเสนอเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม แล้วก็มีอีก ๒ ฉบับ เรื่องของการแก้ไขปัญหาเรื่องกระท่อม ผมต้องเรียนว่ากระท่อมนั้น ชื่อจริง ๆ เต็ม ๆ คือ ไมทราจีนา สเปซิโอซา (Mitragyna speciosa) ซึ่งเป็นสารที่เราใช้กันมาตั้งแต่ปี ๒๔๘๖ ซึ่ง พ.ร.บ. กระท่อมเกิดครั้งแรกเมื่อปี ๒๔๘๖ กระท่อมนั้นเป็นวิถีชีวิตที่ใช้ เพราะสารตัวนี้มีสารที่เป็นประโยชน์ท่านประธานก็คือ สารอัลคาลอยด์ (Alkaloid) และสารไมทราไจนีน (Mitragynine) ซึ่งจะมีฤทธิ์ในเรื่องของ การแก้ปวด ในเรื่องของท้องร่วง ในเรื่องของทำให้มีพลัง กระท่อมนั้นต้องถือว่าถูกให้มาเป็น ยาเสพติดมาประมาณเกือบ ๘๐ ปี ใน พ.ร.บ. ๒๕๒๒ แล้วก็ ๒๕๖๒ ในมาตรา ๕ ทำให้ คนที่ใช้อยู่ในวิถีชีวิตนั้นถูกหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่กล้า วันนี้ต้องขอบคุณทางท่านรัฐมนตรี ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน และพวกเราทุกคนที่ได้นำตรงนี้เอามาเปิดให้อยู่บนโต๊ะ เดี๋ยวผม จะอภิปรายต่อว่าหลังจากที่เรายกเลิกกฎหมายตัวนี้ จะต้องมีกฎหมายรองรับอีกฉบับหนึ่ง ไม่อย่างนั้นทุกคนที่กังวลอยู่ก็จะได้คลายกังวลได้ ก็ต้องเรียนว่าจากที่กระท่อมในต่างประเทศ มีกฎหมายอนุสัญญาถึง ๔ ฉบับ เรื่องของอนุสัญญาเดี่ยว สนธิสัญญาแก้ไขต่าง ๆ ๔ ฉบับ เขาก็ไม่ได้บอก ตั้งแต่ปี ๑๙๖๑ ปี ๑๙๖๒ ปี ๑๙๗๑ ปี ๑๙๗๒ เขาก็ไม่ได้บอกเรื่องของ กระท่อมเป็นยาเสพติด นี่คือข้อที่ ๑ ผมต้องเรียนว่าสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ในการที่เราจะแก้ไข ในเรื่องของ พ.ร.บ. ยาเสพติด เอากระท่อมออก หลังจากวันที่ ๑๓ สิงหาคม ส่งเข้ามาสภา แล้วพวกเราก็ต้องมีความกังวลละครับว่าถ้าเกิดออกแล้วมีความกังวลว่าสี่คูณร้อย เอาน้ำกระท่อมต้มไปผสมกับโค้ก ผสมยาแก้ไข ผสมสารอื่นแล้วจะคุมอย่างไร แล้วเขาจะขาย กันอย่างไร อะไรต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้ทุกคนก็มีความกังวลนะครับ ผมต้องเรียนว่าดังนั้นจึงมีมติ ที่ผมเห็นจากที่ดูข่าว มติ ครม. รับร่างหลักการในวันที่ ๑๒ ตุลาคม ที่จะต้องมีกฎหมายควบคุม ถ้าเราผ่านกฎหมายนี้ออกจาก ๑ ใน ๔ ประเทศ เราก็จะไปอยู่กฎหมายควบคุมที่ไม่ใช่ยาเสพติด อยู่ใน ๓๗ และเป็นประเทศที่ ๓๘ มติที่ต้องออกนี่ผมก็เป็นห่วงนะครับ ทุกคนเป็นห่วงก็คือ เรื่องอันดับแรก ก็คือลงโทษสำหรับผู้ซึ่งผลิต นำเข้า ส่งออก ทำเพื่อขาย จำคุกไม่เกิน ๖ เดือน ปรับไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ เป็นต้น อายุ ๑๘ ปีขึ้นไป เสพในลักษณะสี่คูณร้อยไม่ได้ อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี เสพพืชกระท่อม ยุยงส่งเสริม ต่ำกว่า ๑๘ ปีก็ถูกปรับ หรือห้ามขาย หรือทำการโพรโมชัน (Promotion) หรือขายในที่สาธารณะต่าง ๆ ตรงนี้จะครอบคลุม แต่ถ้าจะให้ครอบคลุม มากกว่านี้เราคงจะต้องมาดูกันต่อ เพราะฉะนั้นกระท่อมก็กลายเป็นว่าถ้าเอาขึ้นมานี่มันก็จะ เป็นประโยชน์ในเรื่องของคนที่ไม่ต้องถูกเจ้าหน้าที่มาใช้วิจารณญาณคนเสพมาก เสพน้อย ถ้าเราเอาขึ้นมาบนดินจริง ๆ แล้ว แล้วเราก็มีกฎหมายควบคุมชัดเจน แล้วพืชกระท่อมก็จะเป็น พืชเศรษฐกิจที่เขาบอกว่ากิโลกรัมละเกือบ ๑,๐๐๐ บาท ถ้าเราควบคุมดี ๆ เราไม่ใช่ไปขาย แต่ว่าเราทำในส่วนนั้น เมื่อก่อนเฉพาะการแพทย์กับวิจัยซึ่งไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิต วันนี้เรา มาทำเรื่องอะไรครับ แต่ยกเว้นในเรื่องหนึ่งที่ พ.ร.บ. นี้กำหนดก็คือเรื่องของอาหาร สมุนไพร ยา เครื่องสำอาง ๔ ประเภทมี พ.ร.บ. ของแต่ละประเภท ก็ต้องแก้ พ.ร.บ. ตามกันไปอีก เพราะฉะนั้นเมื่อเราสามารถปรับเอา พ.ร.บ. นี้เสร็จ ถ้าเราแก้อันนี้ก็จะมีเรื่องของกฎหมายอื่น ที่คุมเรื่องกระท่อมอีกชนิดหนึ่งซึ่งรับหลักการไป กฤษฎีกาก็ไปดูก็มาปรับกัน ก็จะเป็นมาตรฐาน ให้คนไทยที่มีความกังวลว่าจะใช้กระท่อมเกินเหตุ หรือใช้ในการซื้อขายก็มีการควบคุม เพราะฉะนั้นต้องเรียนว่าเราจะต้องปลดในสิ่งที่เป็นโทษให้เขาเห็นว่าเป็นประโยชน์ออกมา แล้วก็ปลดพันธนาการตรงนี้มา แล้วทำให้อยู่ในส่วนที่เป็นประโยชน์ ทีนี้ผมจะเรียนว่า กระท่อมนั้นอาการที่บอกว่าประโยชน์ของเขาก็คือ ๑. ไม่กดระบบหายใจ ไม่ทำให้เกิดอาการ คลื่นไส้ อาเจียน พัฒนาการในการติดยาเกิดช้ากว่ามอร์ฟีน (Morphine) และมีฤทธิ์ต่ำกว่า มอร์ฟีน (Morphine) ช่วยรักษาคนติดมอร์ฟีน (Morphine) ได้ ต่ำกว่ามอร์ฟีน (Morphine) ๑-๑๐ และไม่มีปัญหาเรื่องการอยากได้ยา จึงไม่มีกรณีผู้ติดกระท่อมก่อเหตุร้าย อาชญากรรม นี่ก็จะเป็นประโยชน์ ซึ่งผมคิดว่าเราเอาประโยชน์ทางการแพทย์มาใช้ได้เยอะมาก นอกจากนั้น จะเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ และจะทำให้สังคมวิถีชีวิตนั้นดีขึ้นได้ และในต่างประเทศ เขาก็ไม่ควบคุม โดยเฉพาะกฎหมายที่เขาควบคุมกระท่อมตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ ต่าง ๆ เราก็ยกเลิก มาได้นะครับ เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าวันนี้ก็เป็นมิติใหม่ที่พวกเราจะได้ร่วมกันรับหลักการ แล้วเราก็ค่อย ปรับแก้ จะมีบทเฉพาะกาลหลังจากที่พูดถึงใช้เสพกระท่อมก็ว่ากันไป จะมีกฎหมายมารองรับ ก็ให้สอดคล้องในห้วงเวลาที่จะเป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้นต้องขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๓ ฉบับนี้เพื่อจะได้เป็นประโยชน์ แล้วก็เป็นการให้พี่น้องที่มีความกังวลอยู่ ๘๐ กว่าปี บัดนี้ถ้าเขาทราบ เขาก็จะได้รู้ว่าทางเราได้มีปรับเฉพาะสถานการณ์ เมื่อก่อนไม่เหมือนกับ ปัจจุบันนี้ ตอนนี้มันเปลี่ยนแปลงไป เราทำในเรื่องของทางการแพทย์ ทางเรื่องเศรษฐกิจ ทางเรื่องการวิจัยได้นะครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณมากครับ