สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

โกวิทย์ พวงงาม พูดถึงการยกเลิกการกำหนดกัญชา กัญชง และกระท่อมเป็นยาสเสพติด และเรียกร้องให้มีการศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการใช้กัญชา กัญชง และกระท่อมอย่างเป็นระบบ โดยเสนอว่าควรให้ความรู้และทัศนคตินี้แก่เด็กๆ ในระบบโรงเรียน และขอให้กรรมาธิการช่วยเพิ่มเติมและให้ความกระจ่างเกี่ยวกับการดำเนินการในเชิงธุรกิจ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปลูกกัญชง โดยเสนอให้มีการกำหนดอนุญาตให้ครอบครัวปลูกไม่เกิน 1 ต้น และต้องมีคิวอาร์โค้ด และขอความชัดเจนในการวิจัยและพัฒนาพืชกัญชง

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมขออภิปรายรายงาน ของกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการใช้กัญชา กัญชง และกระท่อม อย่างเป็นระบบ สภาผู้แทนราษฎร ก่อนอื่นก็ขอชมเชยท่านกรรมาธิการ ทุกท่านที่ได้ศึกษาให้ความรู้อย่างละเอียดในรายงาน แล้วก็มีวีซีดี (VCD) แจกให้พวกเรา ก็ถือเป็นความรู้ ก็ถือโอกาสชมเชยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ จริง ๆ แล้วผมอ่านรายงานนี่ ผมเห็นดีด้วยนะครับ ในการยกเลิกกัญชา กัญชง และกระท่อมออกจากยาเสพติด ในพระราชบัญญัติยาเสพติดอย่างที่รับทราบกันแล้วนะครับ อย่างไรก็ตามเมื่อมีการยกเลิกพืชเหล่านี้ทั้ง ๓ ประเภท ผมคิดว่าย่อมมีผลกระทบ ต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในกิจการพืชเหล่านี้ อย่างน้อยก็ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับ ความสะดวกในการใช้ประโยชน์ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทั้งทางการแพทย์ แพทย์แผนไทย และใช้ประโยชน์ในการบริโภคได้มากขึ้นเช่นกัน ในประเด็นที่ผมจะถามวันนี้ต่อท่าน กรรมาธิการศึกษา ซึ่งผมมีข้อข้องใจอยู่สัก ๓ ประเด็น หรือ ๔ ประเด็นนะครับ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าการรายงาน ส่วนหนึ่งเมื่อเรายกเลิกไปแล้ว ในรายงาน ก็บอกว่าจะต้องสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชน หรือสร้างทัศนคติที่ดีต่อพืช ทั้งกัญชา กระท่อม และกัญชง สร้างองค์ความรู้ในการผลิต แปรรูป รวมทั้งสนับสนุนให้จัดตั้ง สมาคมวิสาหกิจ ผมว่าหลายอย่างที่เกิดขึ้นที่เกี่ยวกับความรู้ ก็อยากถามนิดหนึ่งว่าในรายงาน ส่วนใหญ่ก็จะมอบให้กับ ป.ป.ส. บ้าง มอบให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บ้าง มอบให้กับ กระทรวงสาธารณสุขบ้าง ซึ่งผมก็เห็นด้วย แต่ผมคิดว่าอาจจะไม่เพียงพอในการทำ ในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้ที่ถูกต้อง สร้างทัศนคติที่ดีต่อพี่น้องประชาชน ในการดำเนินการในพืชทั้ง ๓ ชนิด ผมเสนอว่าส่วนหนึ่งการสร้างความรู้ความเข้าใจ และทัศนคติในพืช โดยเฉพาะพืชทั้ง ๓ นี้ อาจจะเป็นพืชที่ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ทางการสมุนไพร หรือแพทย์แผนไทย วิธีการผมอยากจะเสนอว่าในรายงานควรจะพูดถึง ความรู้ความเข้าใจที่จะสร้างขึ้นในระบบโรงเรียนตั้งแต่มัธยมก็ได้ หรือประถมก็ได้ ในหลักสูตรของโรงเรียนในการปกครองท้องถิ่นก็ได้ แล้วก็เพื่อทำให้หลักสูตรไปบรรจุ เรื่องเหล่านี้เพื่อเป็นประโยชน์กับเด็กรุ่นหลังจะได้ประโยชน์และได้ความรู้ นี่คือข้อที่ ๑ ที่อยากจะให้กรรมาธิการช่วยเพิ่มเติมให้ด้วย

ประเด็นที่ ๒ ในรายงานผมคิดว่า โดยเฉพาะพืชกระท่อมบอกว่าจะมาใช้ ประโยชน์ในเชิงธุรกิจ ซึ่งเขียนไว้ว่าต้องทำในลักษณะวิสาหกิจชุมชน จึงเป็นคำถาม ต่อกรรมาธิการเพื่อความกระจ่างสักนิดหนึ่งว่าจะให้กระท่อม ถ้าจะทำในเชิงธุรกิจนั้น เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกบอกว่าปล่อยให้เป็นของปัจเจกบุคคลก็ได้ที่จะดำเนินการได้ไหม หรือว่าต้องทำในรูปวิสาหกิจชุมชนเท่านั้น และวิสาหกิจชุมชนจะเป็นรูปแบบอย่างไร จึงขอความกระจ่างด้วยในประเด็นที่ ๒

ประเด็นที่ ๓ ก็คือว่าเสนอให้มีการกำหนดอนุญาตให้ครอบครัว โดยเฉพาะ กระท่อมที่จะครอบครองในครอบครัวได้ไม่เกิน ๑ ต้น และต้องกระทำให้มีคิวอาร์โค้ด (QR-Code) ด้วย ซึ่งปรากฏอยู่ในหน้า ๒๐ ภาคผนวก ค ที่เปิดดู กัญชงครัวเรือนละไม่เกิน ๒๐ ไร่ ซึ่งอยู่ในหน้า ๔๕ ก็เป็นคำถามว่าคนที่ปลูกอยู่แล้วนะครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร ขออนุญาตเอ่ยนาม ซึ่งอยู่ภาคใต้ที่นครศรีธรรมราช บอกว่าส่วนหนึ่งชาวบ้าน ที่บ้านผมก็ดี ที่นครศรีธรรมราช เขาก็ปลูกอยู่แล้วเพื่อใช้ในการบริโภคเพื่อประโยชน์ ทางร่างกาย ผมเข้าใจว่าเขาอาจจะปลูกมากกว่า ๑ ต้น ๒ ต้น ๓ ต้น หรือ ๕ ต้น ซึ่งสื่อ บางแขนงก็เผยแพร่อยู่ ถ้าเกินนี้จะทำอย่างไร ให้มีการกำหนดควบคุมอย่างไร ก็อยากขอ ความกระจ่างในการกำหนดตรงนี้ด้วยต่อกรรมาธิการ

สุดท้ายครับ เรื่องของการวิจัย ซึ่งผมเห็นด้วยนะครับว่าพืชเหล่านี้ควรจะวิจัย และควรที่จะเป็นการทำเรื่องของการวิจัยเพื่อหาข้อมูลที่เกิดประโยชน์กับประเทศของเรา แต่ว่าในหน้า แต่ว่าในภาคผนวก ข หน้า ๒๗ ข้อ ๕.๖ ดูเหมือนจะขาดความชัดเจนอยู่นิดหนึ่ง ในการวิจัย ก็อยากให้กรรมาธิการช่วยตอบให้กระจ่างด้วยว่ากระบวนการศึกษาวิจัยและ พัฒนาพืชโดยเฉพาะพืชกัญชงที่เขียนไว้เราจะมีกระบวนการอย่างไร แล้วจะระบุให้หน่วยไหนบ้าง เช่น ให้มหาวิทยาลัย หรือให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ ผมคิดว่าการสนับสนุนนักวิจัย เพื่อการนี้ถือว่ามีความสำคัญต่อประเทศของเรา แล้วก็ทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาตินะครับ ผมมีคำถามอยู่ ๔ คำถาม อยากให้กรรมาธิการช่วยให้ความกระจ่างกับกระผมด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ