จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ หารือการปลดล็อกกัญชา กัญชง และกระท่อมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และเศรษฐกิจ พร้อมเรียกร้องการพัฒนาสายพันธุ์และการควบคุมตามกฎหมายอย่างเปิดเผยและส่งเสริมการวิจัยและใช้ประโยชน์ในทางที่ถูกต้อง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เมื่อวันพุธที่ ๒๕ และ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ พวกเรา เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอญัตติ ช่วยกันศึกษาแก้ไขปัญหาเรื่องกัญชา กัญชง วันนั้นเราอภิปรายกันถึง ๒ วัน ผู้เสนอญัตติ อย่างน้อย ๖ ท่าน รวมทั้งตัวกระผมด้วย แล้วก็ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ วันนั้นเรามี ความหวังแล้วก็อยากเห็น ขณะนั้นมีปัญหาอยู่ ๒ เรื่อง คือเรื่องของกฎหมาย กฎหมายที่มี ปัญหาก็คือกฎหมายเรื่องของกัญชา กัญชง และกระท่อมนั้นอยู่ในพระราชบัญญัติที่เป็น ยาเสพติดที่ให้โทษในปี ๒๕๒๒ แล้วก็ปี ๒๕๖๒ แล้วก็ยังมีปัญหาในเรื่องของกฎหมายที่เป็น กฎหมายระหว่างประเทศอีก ๔ ฉบับ ก็คืออนุสัญญาที่เกี่ยวกับยาเสพติด ปี ๑๙๖๑ เรื่องของ พิธีสารแก้ไข ค.ศ. ๑๙๗๒ อนุสัญญาว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ค.ศ. ๑๙๗๑ และอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการลักลอบการค้ายาเสพติดและวัตถุ ที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ค.ศ. ๑๙๘๘ ซึ่งไทยเป็นภาคีอยู่ พวกเรา ผมเองก็อยากจะเห็น ทางออกเพราะว่าผมเองเป็นแพทย์ ในเรื่องของกัญชานั้นผมเรียนโดยตรงเลยครับว่ากัญชา นั้น ซึ่งมีฤทธิ์มีสารอยู่ในกลุ่มจริง ๆ มีสายพันธุ์อยู่เกือบ ๑๐,๐๐๐ ชนิด มีสารอยู่ในนั้น ประมาณ ๕๐๐ ชนิดแต่เรารู้จักกันดีจริง ๆ ก็คือกลุ่มของสารที่เรียกว่าแคนนาบินอยด์ (Cannabinoid) ซึ่งมีซีบีดี (CBD) แคนนาบิไดออล (Cannabidiol) และทีเอชซี (THC) ๒ ตัว ที่เรารู้จักกันดี ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในเรื่องของผ่อนคลาย แล้วก็ถ้าซีบีดี (CBD) ซึมเศร้าก็แก้ได้ และที่สำคัญคือมะเร็ง ส่วนทีเอชซี (THC) นั้นจะเป็นสารที่ทำให้นอนไม่หลับแก้ได้ ปากแห้ง คอแห้ง เราก็อยากเห็นว่ากัญชามันรักษาทางการแพทย์ และจากวันนั้นถึงวันนี้ ก็ได้มีการปลดล็อกไปตามลำดับ ซึ่งขณะนี้อย่างที่พวกเราได้อภิปรายนะครับว่าได้มีประกาศ ปลดล็อกในส่วนของกัญชา ต้นกัญชาทั้งหมด ยกเว้นช่อดอกที่มีปัญหาในเรื่องของยาเสพติด นี่คือเป็นก้าวหนึ่ง อีกก้าวต่อ ๆ ไปนี่เราจะทำอย่างไรในเรื่องของเกี่ยวกับสนธิสัญญา ๔ ฉบับ ที่เราจะมีทางออกอย่างไร ในตัวกัญชานั้นผมก็ต้องเรียนว่ามีคนหลายคนบอกว่าจริง ๆ ทั้ง กัญชา กัญชง มันมีหลายสายพันธุ์ แต่เรามี พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๔๒ เราน่าจะ เอาประโยชน์ตรงนี้ในการคัดสายพันธุ์ที่ดี ๆ เพราะแต่ละสายพันธุ์ก็มีสารซีบีดี (CBD) ทีเอชซี (THC) ไม่เท่ากัน ถ้าเราเอาประโยชน์ตรงนี้มาสกัดมาเป็นประโยชน์จะเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะฉะนั้นในส่วนของการคุ้มครองพันธุ์พืชเราต้องสนับสนุน โดยเฉพาะการนำเมล็ดพันธุ์ มานี่ยากมาก ถ้าเรามีโอกาสปลดล็อกทำให้นักพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมา มาทำตรงนี้ได้ก็จะเป็น ประโยชน์สำหรับประเทศไทยส่วนกัญชงนั้นต้องเรียนว่ามันมีสารซีบีดี (CBD) ที่เยอะ ทีเอชซี (THC) น้อย เพราะฉะนั้นก็จะไม่เสพติด แล้วก็จะเป็นประโยชน์ในเรื่องที่บอกว่าใช้ได้ทั้ง ทั้งเมล็ด เมล็ดนี่สำคัญเพราะมันมีสารที่เป็นประโยชน์ในเรื่องของสารที่หัวใจก็ดี หรือเรื่อง ของเครื่องสำอางก็ดี ตลอดทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้นในกัญชงนี่ผมคิดว่าจะ เป็นประโยชน์แล้วเราก็อยากเห็นการปลดล็อก และในวันนี้ก็มีการปลดล็อกทั้งกัญชงและ กระท่อม เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคมนี้เรื่องกระท่อม กัญชงก็มีการปลดล็อกและก็ทำเป็นพืช เศรษฐกิจ สิ่งที่พวกเรากังวลนิดหนึ่งก็คิดว่าคือเรื่องของการที่จะไปใช้กัญชงเกินขอบเขต กัญชา กัญชง กระท่อมเกินขอบเขต ซึ่งทางกฎหมายก็ตระหนัก เพราะว่าถ้าเราปลดล็อก ของกระท่อมได้จะเป็น ๑ ใน ๓๗ ประเทศที่ไม่ได้ควบคุมด้วยกฎหมายยาเสพติด เป็นกฎหมายฉบับอื่น ซึ่งเราก็ปลดล็อกไปรับหลักการเอามาควบคุม ๑. ในเรื่องความกังวล เรื่องของการค้าขาย นำเข้า ส่งออก ผลิตในทางธุรกิจอย่างนี้ไม่ได้ ในเรื่องของการทำเป็น การค้าไปขายตรงอื่นไม่ได้แต่ในเรื่องของการใช้เสพเพื่อสันทนาการ รักษาโรคภัย โดยเฉพาะ ยาสมุนไพรนี่กระท่อมก็ใช้มาตลอดก็จะเป็นประโยชน์อย่างนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะฉะนั้น ผมเรียนเลยครับว่าวันนี้ในส่วนของการปรับเป็นวิถีชีวิต เป็นการพัฒนาการของกัญชา กัญชง กระท่อม ซึ่งจะได้เปิดกว้างขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำตอนนี้ก็คือเรื่องของแพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยมีคนหลายคน แพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือกเขาได้ทำเรื่องกัญชาก็ต้องเปิด ให้เขาได้ปลูกเองอะไรเอง ควบคุม เปิดโอกาสให้เขาได้มากขึ้น แล้วก็ทราบตอนนี้งานวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเองก็ดี อบจ. ก็ดี ได้ทำเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกัน ในส่วนของวิสาหกิจชุมชน ๗ คนก็ทำ ก็จะเป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้นโอกาสนี้ก็เป็น จุดที่เริ่มต้น ต่อไปในอนาคตก็จะมีการเปิดกว้างขึ้น แต่เราก็ควบคุม ดูแล และส่งเสริมให้เป็น พืชเศรษฐกิจตัวใหม่ เราได้เห็นจากที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการได้นำ สไลด์ (Slide) มาดูนะครับว่าเราจะมีโอกาสอย่างยิ่งจากที่รายได้นิดเดียว การส่งออก โดยเฉพาะเส้นใย ผมเรียนนิดหนึ่งว่ากัญชง พันธุ์ดั้งเดิมเส้นใยเขาดี แต่ถ้าพันธุ์ใหม่ที่ทำเส้นใย ที่ไปทำต่าง ๆ ไม่ดีเท่า เพราะว่าเราไปกังวลเรื่องสารทีเอชซี (THC) ซึ่งมีมากน้อยกว่ากัน นิดเดียว เพราะฉะนั้นตรงนี้เลยอยากจะให้คัดพันธุ์ เอาพันธุ์ดั้งเดิมมาคัดพันธุ์ จะเป็น ประโยชน์ ซึ่งตรงนี้ผมเรียนว่าได้ศึกษาจากหลายฝ่ายแล้วว่าการพัฒนาสิ่งที่ดี แล้วบางคนก็ไป อ้างสถิติว่าเสพกัญชาแล้วเมื่อก่อนมีอุบัติเหตุมากขึ้นอะไรขึ้น แต่พอมาตอนหลังมีงานวิจัย ใหม่ ๆ ก็บอกว่าเพิ่มแค่ ๑ ในล้าน ตัวสารเสพติดเพิ่มขึ้น พอสักระยะหนึ่งเขาก็ลดลงอะไร ต่าง ๆ ซึ่งตอนนี้เราอยากให้เปิดกว้าง มองทางด้านวิชาการ ติดตามผลงาน แล้วก็ให้มี การพัฒนา และที่สำคัญก็คือเรื่องกระทรวงสาธารณสุข ที่ทางท่านประธานคณะอนุ กรรมาธิการเรื่องกัญชาบอกนะครับว่าในเรื่องของกระทรวงสาธารณสุขเราก็ต้องมีแพทย์ที่มี ความเชี่ยวชาญเพื่อจะอบรมแพทย์ส่วนต่าง ๆ ให้มากขึ้น และการบรรจุคน พนักงาน เจ้าหน้าที่ให้พร้อม เพราะขณะนี้เราขาด โดยเฉพาะแพทย์แผนไทยก็ดี เขาไม่ได้บรรจุ เราก็ต้องมีส่วนตรงนี้ไป หรือแม้กระทั่งการมอบอำนาจ เป็นการกระจายอำนาจให้กับ ผู้ว่าราชการจังหวัด มอบอำนาจให้กับคณะกรรมการ ก็จะเป็นประโยชน์ และที่สำคัญ เราต้องคำนึงถึงวิถีชีวิต เราต้องคำนึงถึงความร่วมมือของพี่น้องชาวบ้าน เพราะฉะนั้นผมก็ให้ การสนับสนุนการรายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ครับ ขอบคุณมากครับ