สมศักดิ์ เทพสุทิน ชี้แจงมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล โดยเน้นความร่วมมือระหว่างประเทศในกรอบแผนปฏิบัติการร่วมสามเหลี่ยมทองคำ พร้อมผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดและการยึดทรัพย์ที่เพิ่มสูงขึ้น ย้ำการบูรณาการกฎหมายร่วม 26 หน่วยงานเพื่อตัดวงจรขบวนการค้ายา เร่งรัดการดำเนินคดีและยึดทรัพย์อย่างจริงจัง พร้อมประกาศจุดเริ่มต้นปฏิบัติการร่วมในวันศุกร์นี้
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ขออนุญาตได้มาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑๘๖ ของท่านนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสกลนคร แทน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี จากคำถามและสิ่งที่ท่านได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ทำให้ผมอยากได้ตอบถึงภาพรวมของ การแก้ปัญหายาเสพติดของประเทศ ซึ่งแต่เดิมในคำถามที่เป็นเอกสารท่านก็คงอยากทราบ ถึงปัญหาการแพร่ระบาดเป็นวาระแห่งชาติด้านการแก้ไขและการป้องกันยาเสพติด รัฐบาล มีมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติดในประเทศอย่างไร อันนี้ผมขออนุญาตตอบเป็นแนวหัวข้อ หัวข้อ และผมจะมาลงรายละเอียดให้ท่าน ส.ส. อีกครั้งหนึ่งนะครับ เพราะว่าดูเหมือนท่านให้ความสนใจกับภาพรวมของการแก้ปัญหา ที่จะเป็นรูปธรรม มาตรการการดำเนินการที่สำคัญตามแผนปฏิบัติการด้านการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๓ ดังนี้คือ
มาตรการความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งมีการประชุมในประเทศลุ่มน้ำโขง ซึ่งประกอบด้วย กัมพูชา จีน ลาว เมียนมา เวียดนาม และประเทศไทย ได้ตั้งแผนปฏิบัติการร่วม สามเหลี่ยมทองคำ ๑๕๑๑ คือเริ่มประชุมกันเมื่อวันที่ ๑๕ เดือนสิบเอ็ดเมื่อปีที่ผ่านมานะครับ เราได้ดำเนินการแล้วก็ได้ทำการจับเครือข่ายยาบ้า ยาไอซ์ (Ice) กัญชา ฝิ่น เฮโรอีน เอ็กส์ตาซี (Ecstasy) และสารตั้งต้นเคมีภัณฑ์ปริมาณมากมายมหาศาล เดี๋ยวให้เอกสารท่าน
ในมาตรการที่ ๒ ในการปราบปรามและการใช้กฎหมายในการสกัดกั้นและ การบูรณาการในส่วนอื่น ๆ ซึ่งเรื่องของกฎหมายตรงนี้มีความเกี่ยวข้องสภาผู้แทนราษฎร ของเราได้เสนอกฎหมายประมวลกฎหมายยาเสพติด ในกฎหมายประมวลกฎหมายยาเสพติดนั้น มีทั้งบทลงโทษ มีทั้งรูปแบบของการดำเนินคดีต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับการปราบปราม อย่างใหญ่หลวง ในส่วนตรงนั้นเราได้เสนอเพิ่มเติมในเรื่องของการปราบปราม ซึ่งอาจจะ ไม่เหมือนกับในอดีตที่มีการปราบปรามเป็นการจับเม็ดยาอันจับสารตั้งต้นหรือการดำเนินคดี ในรูปแบบที่เอาผู้กระทำผิดที่เห็นตัวอยู่นี่มาดำเนินคดี แต่เราจะล้วงลึกไปถึงเรื่องของ การดำเนินการในการยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด ซึ่งในเรื่องนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันยาเสพติด เราเสริมสร้างในทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง การบำบัดและมาตรการการบูรณาการกับหน่วยงานอื่น ๆ ในมาตรการการอำนวยการหรือ บูรณาการกับหน่วยงานอื่น นอกจาก ป.ป.ส. ก็มีตำรวจปราบปรามยาเสพติด มีดีเอสไอ (DSI) และทหาร สรรพากร ปปง. และอื่น ๆ รวมทั้งหมด ๒๖ หน่วยงานราชการเข้ามาดำเนินการ ตรงนี้ใช้การยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด ผมพูดค้างไว้เมื่อสักครู่นี้ว่าเรื่องของกฎหมายที่เรา ได้เสนอในสภาผู้แทนราษฎรในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาของกรรมาธิการร่วมกัน ของรัฐสภา ส.ส. ส.ว. กำลังดำเนินการ และกรรมาธิการได้พิจารณาไปประมาณครึ่งหนึ่ง ในพาร์ต (Part) แรกเกี่ยวกับเรื่องของรายละเอียดต่าง ๆ ในพาร์ต (Part) ที่ ๒ เป็นเรื่องของ การดำเนินคดีสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น ผมได้ขอเพิ่มในเรื่องของแวลูเบสด์ (Value Based) และ ซับสทิทิวต์แอสเซต (Substitute Asset) แวลูเบสด์ (Value Based) คือทรัพย์สินทดแทน ซับสทิทิวต์ (Substitute) คือเราดูว่าผู้ค้ายาเสพติดได้ค้าขายมากี่ปีแล้ว คณะกรรมการ ที่จะถูกจัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายฉบับดังกล่าวตรงนี้จะเป็นผู้พิจารณาและดำเนินการ คิดคำนวณว่าตลอดระยะเวลา ๑๐ ปี ๒๐ ปี ที่เขาผู้นั้นกระทำผิดและค้ายาเสพติดเป็น ระยะเวลานานเท่าไรประเมินมูลค่า ถ้าหากว่าปีหนึ่งเขาทำความผิดไป ๑๐ ล้านบาท ๑๐ ปี ก็รวมแล้ว ๑๐ คูณเป็น ๑๐๐ ล้านบาท หรือทำผิดปีหนึ่ง ๑๐๐ ล้านบาท คือค้าขายได้เงิน ได้ทองมาเป็นร้อยล้าน แล้วถ้าดำเนินการมา ๑๐ ปี ก็เอา ๑๐ คูณ ๑๐๐ เป็นพันล้าน เราก็จะดำเนินการกระบวนการในการยึดทรัพย์ย้อนหลัง เพราะกฎหมายที่กำลังขอพิจารณา ในสภาผู้แทนราษฎร ผมเคยพูดกับผู้ต้องขังในเรือนจำผมก็บอกว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวนี้ ให้คุณและให้โทษ คนที่เคยติดคุก อย่างเช่นการพกพายาบ้าจากประเทศลาวข้ามมาประเทศไทย เคยมีโทษที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ๑๐ ปีถึงตลอดชีวิต ก็อาจจะปรับเปลี่ยนเป็นดุลยพินิจ ของศาลและไม่เกิน ๑๐ ปี เป็นต้น ในลักษณะดังกล่าวนี้ นี่คือให้คุณ แต่ส่วนให้โทษ คนที่ ทำการค้ายารายใหม่จะต้องถูกคิดย้อนหลังว่าคุณค้าขายไปเท่าไร และคุณได้ทรัพย์สิน มาเท่าไร ท่านประธานที่เคารพ จากสถิติในแต่ละปีการยึดทรัพย์ของหน่วยงานราชการ ที่บูรณาการใช้งบประมาณปีหนึ่งเกือบ ๖,๐๐๐ ล้านบาทในปีก่อน ๆ ที่ผมมาเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่ในขณะที่ผมมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปีที่แล้ว ๕,๗๐๐ กว่าล้านบาทใช้งบประมาณไปนะครับ ผมได้ศึกษาดูงานที่ดำเนินการมา ผมได้ปรับเปลี่ยนแนวทางของการดำเนินการ ผมไม่สนใจที่จะไปจับเม็ดยาหรือไปดำเนินการ ในรูปแบบเก่า ๆ อย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาพูดว่ามันเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด เพราะว่าถ้าเราจับมันไม่หมดหรอกครับ เพราะว่าภาคเหนือมีเป็นแหล่งผลิตยาบ้า ไอซ์ (Ice) และยาอื่น ๆ นี่ปีหนึ่งมูลค่าถึง ๑.๘ ล้านล้านบาท เป็นตัวเลขของยูเอ็นโอดีซี (UNODC) ที่ได้บอกกับพวกเราไว้ มันมากมายขนาดนั้น ผมจึงใช้แนวทางดังกล่าวนี้
เมื่อสักครู่นี้ผมได้กราบเรียนท่านประธานว่าก่อนหน้าที่ผมมาเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมใช้รูปแบบแนวทางเดิมเราสามารถยึดทรัพย์ได้ปีหนึ่งไม่เกิน ๖๐๐ ล้านบาท แต่ผมมาขยับในช่วงท้ายปรากฏว่าเราได้ดำเนินการและตัดวงจรการยึดทรัพย์ ยาเสพติดได้ถึง ๒,๐๐๐ เศษ ๆ และแนวทางที่ได้ดำเนินการเปรียบเสมือนในปีงบประมาณ ที่ผ่านมาเป็นการทดลอง ปีนี้เป็นการเอาจริงครับ เป็นการเอาจริง และในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ จะเป็นวันที่เปิดแผนปฏิบัติการบูรณาการกับหน่วยงานราชการทั้งหมด เพราะสิ่งที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ราชการยังไม่เคยชินกับการทำสำนวนคดีความ เพราะมันมีความเกี่ยวข้องกับ กฎหมายหลายฉบับ ในฉบับแรกคือกฎหมาย พ.ร.บ. มาตรการที่ดูแลโดย ป.ป.ส. กฎหมาย พ.ร.บ. มาตรการ ปี ๒๕๓๔ ในฉบับที่ ๒ ปปง. ปี ๒๕๔๒ การยึดทรัพย์ ในฉบับที่ ๓ เกี่ยวกับ เรื่องของสรรพากรที่จะต้องดำเนินการ ถ้ายึดทรัพย์ไม่ได้ ก็ต้องดำเนินการเรื่องภาษี ในขั้นตอนตรงนี้จะคิกออฟ (Kick off) และดำเนินการในวันศุกร์นี้ที่จะต้องดำเนินการไป ในส่วนที่ ผมขอเวลานิดหนึ่งครับท่านครับ