สมศักดิ์ ยันรัฐบาลทุ่มสุดตัวปราบยาเสพติด ยึดทรัพย์ตัดวงจรแทนจับกุมรายย่อย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

สมศักดิ์ เทพสุทิน หารือเรื่องการปราบปรามยาเสพติด โดยชี้แจงว่ารัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดและนำเสนอแนวทางใหม่ผ่านประมวลกฎหมายยาเสพติดที่เน้นการยึดทรัพย์ตัดวงจรแทนการจับกุมรายย่อย พร้อมยืนยันตัวเลขมูลค่าการค้าในสามเหลี่ยมทองคำที่สูงกว่างบประมาณประเทศ และประกาศจะคิกออฟการดำเนินการแบบบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาอย่างสิ้นซาก

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ขออนุญาตท่านประธานได้ตอบกระทู้ถามสดของคุณมนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านได้ลำดับเหตุการณ์ ตั้งแต่ต้น จนมีคำถามที่ออกมาที่กล่าวถึงผู้นำของรัฐบาลว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีไม่ได้ใส่ใจ ในเรื่องของการปราบปรามยาเสพติด ในข้อเท็จจริงแล้วผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้ความในใจกับเรื่องของการปราบปรามยาเสพติดอย่างสูงสุด อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในอดีต และเรายืนยันได้ในสถิติและตัวเลขหลายอย่าง ซึ่งอันนี้ ถ้าหากมีเวลามากพอผมจะพูดถึงแนวทางใหม่ ๆ ของการดำเนินการปราบปรามยาเสพติด ของประเทศไทยและแนวทางต่าง ๆ ที่มันจะออกมา ท่านได้ถามว่าคำถามมันจะเกิด ความเสียหาย และทำให้ผู้คนทั้งโลกได้เห็นว่าประเทศของเราเปรียบเสมือนเป็นดินแดน แห่งยาเสพติดที่มีปริมาณมากมายมหาศาล ผมอยากเล่าให้ฟังว่าในเรื่องของปริมาณ ยาเสพติดจริง ๆ แล้วมันควรมีเท่าไร อย่างไร คือมันไม่ใช่สิ่งที่ผมได้ประเมินเอง หรือ ป.ป.ส. ของประเทศไทยเราประเมินเองว่ายาเสพติดมีเท่าไร อย่างไร จากการประชุมผู้เกี่ยวข้อง กับยาเสพติดในภูมิภาคและยาเสพติดโลก ยูเอ็นโอดีซี (UNODC) เป็นหน่วยงานปราบปราม ยาเสพติดของโลก ดีอีเอ (DEA) เป็นหน่วยปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐอเมริกา ที่ประจำในภูมิภาคนี้ตั้งออฟฟิศอยู่ในประเทศไทย ได้มีการพูดคุยกันว่ายาเสพติด ที่ผลิตจากสามเหลี่ยมทองคำปีหนึ่งมีมูลค่าประมาณ ๖๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ๖๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐเป็นเงินเท่าไร ท่านก็เอา ๓๐ คูณดู มันคือ ๑.๘ ล้านล้านบาท ๑.๘ ล้านล้านบาท มันเกือบ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณของประเทศไทย เพราะฉะนั้นอย่าไปตกใจอะไรเลยครับว่าตัวเลขที่ออกมานั้นมันจะมากไปทั่วโลก ไม่จริงครับ สามเหลี่ยมทองคำมัน ๑.๘ ล้านล้านบาท เป็นตัวเลขที่ผมมองดูแล้วว่าถ้าหากว่า เรายังดำเนินการในเรื่องของการปราบปรามยาเสพติดเหมือนกับในรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา ไม่สามารถแก้ปัญหายาเสพติดได้แน่ เรากำลังเพิ่มแนวทางในการดำเนินการ แล้วต้องเรียนว่า ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเป็นผู้ที่จะช่วยทำให้งานนี้เดินไปได้อย่างง่ายดาย ถ้าหากว่าเราได้พิจารณาลงลึกถึงประมวลกฎหมายยาเสพติดที่เสนออยู่ในการพิจารณา ของรัฐสภา อยู่ในขั้นตอนของกรรมาธิการ กำลังแปรญัตติเพื่อจะให้แนวทางในการดำเนินการใหม่ ที่ออกมาจากการจับแบบเดิม ๆ แถลงข่าวแบบเดิม ๆ เราจะมาเป็นการยึดทรัพย์ ตัดวงจรยาเสพติด ถ้าตรงนี้ดำเนินการเสร็จด้วยกฎหมาย ประมวลกฎหมายยาเสพติด ของประเทศเรานี่ได้เรียบร้อยออกมาเป็นรูปแบบของสากลซึ่งในขณะนี้เรากำลังดำเนินการ มีการแปรญัตติในเรื่องของแวลู เบสด์ ซับสทิทิวต์ แอสเซต (Value based substitute asset) คือการยึดทรัพย์และทดแทนในส่วนที่ผู้ค้า ค้ามากี่ปีแล้ว สมมุติว่าค้ามา ๑๐ ปี ปีหนึ่งคณะกรรมการได้พิจารณาคำนวณแล้วเขามีรายได้ เมื่อเขามีรายได้ปีละ ๑๐๐ ล้านบาท ถ้า ๑๐ ปี ก็เป็นพันล้านบาท แวลู เบสด์ ซับสทิทิวต์ แอสเซต (Value based substitute asset) ตรงนี้จะยึดทรัพย์ย้อนหลัง รัฐสภากำลังพิจารณาในเรื่องของการดำเนินการตรงนี้ ท่านทั้งหลายเป็นผู้ช่วย ถ้าหากว่าเราได้ศึกษาตรงประมวลกฎหมายยาเสพติดแล้ว จะเห็นได้ว่าแนวทางของการดำเนินการในสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นก็จะเห็นว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ในการดำเนินการ และหาแนวทางใหม่ ๆ และในวันศุกร์นี้ก็จะเป็นวันที่เราจะคิกออฟ (Kick off) การปราบปรามในแนวทางใหม่ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องคือตำรวจ ทหาร อัยการ ป.ป.ส. ปปง. ตลอดจนถึงศาลสถิตยุติธรรม ให้มาดำเนินการสัมมนาเป็นแนวทางของ การดำเนินการในรูปแบบของการดำเนินการทางคดี และในสิ่งที่เราได้ดำเนินการกันมา ในอดีต พ.ร.บ. ยาเสพติด ปี ๒๕๒๒ และ พ.ร.บ. มาตรการของ ป.ป.ส. ที่อยู่ปี ๒๕๓๔ และไม่สามารถสาวถึงผู้ประกอบการหรือผู้ค้า หรือรายใหญ่ได้เลย หรือได้น้อยมาก ปีหนึ่ง ที่ผมเคยพูดอยู่เสมอว่ารัฐบาลไหน ๆ ก็แล้วแต่ที่ผ่านมาปีหนึ่งยึดทรัพย์ได้ไม่ถึง ๖๐๐ ล้านบาท เป็นเรื่องเล็กน้อย ผมก็บอกแล้วอย่างไรครับว่ายาเสพติดที่มันผลิตที่สามเหลี่ยมทองคำ นี่มัน ๑.๘ ล้านล้านบาท มันมากมายมหาศาล แต่เรายึดได้แค่ ๖๐๐ ล้านบาท เราไปหลง งมงายกับการที่ยึดยาบ้าเคตามีน (Ketamine) ไอซ์ (Ice) ต่าง ๆ แต่ผมคิดว่าเรื่องสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นก็เดินมาได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากทำคือการทำการปราบปรามให้สิ้นซาก นั่นคือการยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติดตรงนี้ และเชื่อมั่นว่าการดำเนินการตรงนี้นะครับ ไม่เพียงแต่เราไปแถลงเคตามีน (Ketamine) ที่บางปะกงเท่านั้น เมื่อเช้านี้ผมได้รับรายงาน จาก ป.ป.ส. ได้ดำเนินการออกจับกุมปราบปรามยึดทรัพย์สืบเนื่องมาตั้งแต่วันที่ ๑๘ ตุลาคม และตามยึดทรัพย์มาตลอดนะครับ ในพื้นที่เครือข่ายท่านลองติดตามดูว่าได้ไม้กองใหญ่ ที่เห็นอยู่ แล้วก็ได้ดอลลาร์ ๓ ล้านกว่าดอลลาร์ เป็นเงิน ๙๐ กว่าล้านบาท และเงินในบัญชี อีก ๓๐ ล้านบาท เราดำเนินการในลักษณะของการยึดทรัพย์ตัดวงจรมาตรงนี้ แต่สำหรับ ในเรื่องของการตรวจสอบเคตามีน (Ketamine) ต้องเรียนว่าท่านเข้าใจอย่างดีเลยว่า เราได้รับรายงานขอความร่วมมือจากจีนไต้หวัน เมื่อเขารายงานขอความร่วมมือมา เราก็เข้าไปตรวจสอบในโกดังดังกล่าว ท่านจะเห็นว่าผมนี่ไม่เคยไปออกแถลงในเรื่องของ การจับกุมเม็ดยาเลย เพราะว่าผมบอกแล้วอย่างไรครับว่าแนวทางใหม่ของผมคือการปราบปราม ตัดวงจรยึดทรัพย์เครือข่ายถึงรากถึงโคนต้องทำอย่างเด็ดขาด ผมไม่เคยไปแถลงเลย แต่งานนี้เป็นงานที่ผมรับแจ้งจาก ป.ป.ส. ว่าเป็นก้อนใหญ่ เป็นรายใหญ่ และมีเครือข่ายมาจากต่างประเทศที่แจ้งมาแล้วก็ได้ตรวจเช็ก (Check) แล้วว่าเป็นสีม่วง เข้าใจว่าเป็นเคตามีน (Ketamine) รายใหญ่ ล็อต (Lot) ใหญ่ที่สุด ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ถ้าหากว่าผมไม่เข้าไปแถลงหรือไม่ไปดูมันเป็นการละเลย แต่ผมปฏิเสธ ไม่ได้เลยว่าผมจะเชื่อว่าเป็นเคตามีน (Ketamine) หรือไม่ อย่างไร ผมปฏิเสธไม่ได้นะครับ เพราะว่า ๒ แนวทางมาตรงกันคือจากไต้หวันเขาก็บอกว่าเขาจับเคตามีน (Ketamine) ได้ส่งจากประเทศไทย แล้วก็ปนไปกับเคมีภัณฑ์อื่น ๆ และในส่วนของ ป.ป.ส. ก็ได้เทสคิต (Test Kit) ที่เคยใช้อยู่ประจำเป็นยี่ห้อโคบอลต์ ไทโอไซยาเนต (Cobalt Thiocyanate) หากเป็นเคตามีน (Ketamine) ก็จะแสดงออกมาเป็นสีม่วง มันก็ม่วง แล้วมันก็ได้ข้อมูล มาจากจีนไต้หวัน ปฏิเสธไม่ออกนะครับ มันก็ต้องไปแถลง เมื่อไปแถลงการณ์ดำเนินการ เรียบร้อยอย่างไร หรือไม่ หลังจากแถลงข่าวแล้ว ในวันแถลงข่าว ผมและเลขาธิการ ป.ป.ส. คนใหม่ ท่านใหม่ ก็ได้พูดแล้วว่ามันเป็นการตรวจสอบในส่วนของการตรวจสอบข้อเท็จจริง อีกครั้งหนึ่งมันจะต้องไปสู่ที่แล็บ (Lab) และวันนี้ก็ปรากฏออกมาชัดเจนแล้วครับว่า ๖๖ กระสอบแรก กระสอบละ ๒๕ กิโลกรัมเป็นสารสีม่วงเป็นไตรโซเดียมฟอสเฟต (Trisodium Phosphate) และส่วนที่เหลืออีก ๔๐๖ กระสอบ เมื่อวานนี้ก็ได้ตรวจสอบ เบื้องต้นโดยใช้เทสคิต (Test Kit) อันเดิมอีกก็ปรากฏว่าเป็นสีม่วงทั้งหมด แต่ในสีม่วง ทั้งหมดอีก ๔๐๖ กระสอบนั้นจะมีสารอย่างอื่น จะมีเคตามีน (Ketamine) หรือจะมี อีเฟดรีน (Ephedrine) สารตั้งต้น ก่อต้นของยาบ้าและยาไอซ์ (Ice) อย่างไร หรือไม่ ไม่ทราบ ขอใช้เวลาอีกประมาณ ๒ สัปดาห์ ในรายละเอียดต่าง ๆ จะแถลงให้ทราบ ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าเรื่องของการแถลงผมยอมรับได้ว่าเราผิดพลาด แต่ผิดพลาด ในทางวิทยาศาสตร์ ไม่ได้ผิดพลาดเพราะความเผอเรอ หรือว่าเราเลินเล่อประมาทอะไรทั้งสิ้น มันมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการไปทางเส้นทางอย่างนั้น แต่ผมเรียนยืนยันกับท่านทั้งหลาย ว่าในปีนี้การปราบปรามยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด ผมได้ประกาศในสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้แล้วว่า ๖,๐๐๐ ล้านบาท เริ่มต้นมา ผมเข้ามานี่รับตำแหน่งเขายึดทรัพย์ อายัดทรัพย์สิน ได้ปีละ ๖๐๐ ล้านบาท แต่ผมจะทำให้ได้ ๖,๐๐๐ ล้านนะครับ ผมยืนยันกับท่านทั้งหลาย และในวันศุกร์นี้เป็นวันที่คิกออฟ (Kick off) นโยบาย ผมจะขอร้องให้ประธานที่มาเปิดงาน ในวันศุกร์ให้นโยบายกับทุกจังหวัด เมื่อสักครู่นี้ผมไปตอบกระทู้แยกของท่านนิยม เวชกามา ผมก็เรียนไปแล้วว่าอีกจังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท เพราะมีการค้าขายยาเสพติดกันทุกหย่อมหญ้า ทุกจังหวัดในประเทศไทย เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายถ้าหากว่าจะทำให้เป็นประโยชน์ กับสังคมทั้งหมดช่วยรวบรวม ถ้าหากว่ามีข้อมูลบอกผมมาเถอะครับ ผมคิดว่าเราจะ ดำเนินการใหม่ในแนวทางเสริมจากแนวทางที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ขอขอบคุณครับ สวัสดีครับ