ชินวรณ์ เสนอยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวเชื่อมอันดามัน-อ่าวไทย ผลักดันมหานครท้องถิ่น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวโดยเน้นการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวระหว่างอันดามันกับอ่าวไทย พร้อมเสนอให้พิจารณาเป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติเพื่อฟื้นฟูหลังวิกฤติโควิด-19 และเสริมบทบาทภาคใต้ในฐานะจุดเชื่อมโยงเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการผลักดันจังหวัดสำคัญอย่างนครศรีธรรมราช ภูเก็ต และสงขลา ให้เป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวและมหานครเชิงยุทธศาสตร์ผ่านการกระจายอำนาจการบริหารสู่ท้องถิ่นเพื่อความยั่งยืนและประสิทธิภาพสูงสุด

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ก็คิดว่าเป็นครั้งแรกในสภาแห่งนี้ ในสมัยการประชุมนี้ที่ผมได้มีโอกาสขึ้นมาแสดงความคิดเห็นต่อรายงานของคณะกรรมาธิการ ซึ่งถือว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ทำรายงานเรื่องนี้ขึ้นมาได้สมบูรณ์พอสมควรนะครับ แล้วก็ได้พูดถึงเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวอันดามันสู่อ่าวไทย โดยได้มีแนวทางทั้ง ๒ ด้าน ทั้งด้านในเรื่องของการศึกษาสภาพปัญหาการเชื่อมโยงและทั้งด้าน แนวทางการพัฒนาการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว แต่ผมก็ได้อ่านในช่วงระยะเวลาจำกัดครับ แต่อยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าการศึกษาในเรื่องนี้สอดรับกับการที่เราจะต้อง เตรียมความพร้อมของสถานการณ์ของประเทศหลังจากเราเกิดวิกฤติโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งผมคิดว่าอยู่ในความสนใจของคนทั่วโลกที่ต้องการจะกลับมาเที่ยวประเทศไทย ของเรา และแน่นอนที่สุดประเทศไทยของเราก็ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีความสนใจของพี่น้อง ประชาชนทั่วโลกจากการสำรวจที่อยากจะมาท่องเที่ยวมากที่สุดเป็นอันดับ ๑ ติดต่อกัน มาหลายปี และผมคิดว่าถ้าหากว่าเราได้รองรับจุดยุทธศาสตร์ในการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ในภาคใต้ที่เรามีทะเล มีหาดทราย มีวัฒนธรรมที่สวยงาม ผมคิดว่าก็จะมีศักยภาพ ในการพัฒนาการท่องเที่ยวของเราให้เป็นการส่งเสริมรายได้ของประเทศในระดับที่เพิ่มขึ้น ได้อย่างรวดเร็ว หลังจากที่เราผ่านวิกฤติโควิด (COVID) นี้ไป ซึ่งทางคณะกรรมาธิการเรียกว่า นิวนอร์มอล (New Normal) ซึ่งผมคิดว่านั่นก็เป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง แต่ว่าผมอยากจะ กราบเรียนเพื่อฉายภาพว่าการที่เราจะศึกษาการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและการเชื่อมโยงทาง เศรษฐกิจของฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทยนั้น ผมอยากจะฉายภาพภาพรวมกลับไปเพื่อทบทวน ให้คณะกรรมาธิการเราไปศึกษาดูว่าจริง ๆ แล้วถ้าเรามองภาคใต้ของเราผมคิดว่าเป็นพื้นที่ ยุทธศาสตร์สำคัญไม่ใช่ของประเทศนะครับ ของอาเซียน (ASEAN) หรือของโลก ทำไม ผมจึงพูดเช่นนี้ครับ เพราะว่าถ้าเราไปดูทั่วโลกเมืองที่มีการพัฒนาเป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยว ขนาดใหญ่ เป็นเมืองท่าขนาดใหญ่ เป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ก็ล้วนที่จะต้องเป็นเมือง ที่อยู่ใกล้ชายฝั่งทะเล เป็นเมืองที่จะต้องมีทรัพยากรที่มีความพร้อมครับ ผมคิดว่าภาคใต้ของเราจะมีทรัพยากรที่เป็นจุดขายและที่มีความพร้อม ที่สำคัญก็คือว่าถ้าเรา มาดูจุดยุทธศาสตร์ของระเบียงเศรษฐกิจโลกในยุคปัจจุบันนี้ เราจะพบอย่างชัดเจนว่าภาคใต้ ของเรานั้นจะเป็นจุดเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจโลกที่สำคัญของโลก คือระเบียงเศรษฐกิจทางด้าน ชายฝั่งอันดามัน คือประเทศอินเดียและประเทศกลุ่มอาหรับทั้งหมด ระเบียงเศรษฐกิจ ทางด้านฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกก็คือประเทศจีนซึ่งถือว่าเป็นยักษ์ใหญ่ที่สุด มีจำนวนประชากร มหาศาลที่สุดในโลกของเรา และถ้าเรามองเช่นนี้เราจะเห็นภาพชัดเจนว่าชายฝั่งทะเลภาคใต้ ของเรานั้นเป็นจุดศูนย์กลางของระเบียงเศรษฐกิจโลกทั้ง ๒ ฝั่งนี้ ผมไม่อยากให้มองแค่สั้น ๆ ระหว่างแหลมตะลุมพุกกับเมืองนครศรีธรรมราชครับ แต่ผมอยากให้มองจุดศูนย์กลาง ของภาคใต้คือจังหวัดนครศรีธรรมราช และถ้าให้ลงลึกลงไปคือที่ทุ่งสงก็จะเป็นจุดศูนย์รวม ที่สำคัญที่จะเชื่อมโยงในทางยุทธศาสตร์ได้ ถ้าเราจะให้มีการเชื่อม ๒ ชายฝั่งเพื่อพัฒนา เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ทำไมผมจึงมองเป็นภาพรวมเช่นนี้ ท่านประธานครับ ถ้าเรา จะพัฒนาอย่างจริงจังผมคิดว่าเรื่องจะต้องเป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ระดับประเทศด้วยซ้ำไปครับ ผมเคยเรียกร้องเรื่องนี้มาหลายสิบปี ที่ต้องการจะให้รัฐบาลได้สนใจในการพัฒนาภาคใต้และ เชื่อมโยงชายทะเล ๒ ฝั่งของภาคใต้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องการท่องเที่ยวมา อย่างช้านาน และผมยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าพวกผมได้คิดถึงการทำนโยบายว่าเราจะทำอย่างไร ที่จะให้ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาภาคใต้ของเรานั้นเกิดขึ้นจริง และยุทธศาสตร์นั้นต้องสอดรับ กับยุทธศาสตร์ของประเทศ ยุทธศาสตร์ของกลุ่มอาเซียน (ASEAN) ยุทธศาสตร์ของโลก ผมฉายภาพกลับมาในระดับประเทศครับท่านประธานครับ เมื่อครู่นี้มีเพื่อนสมาชิกได้พูดถึงว่า ถ้าเราจะดูภาคใต้เราก็จะเห็นเส้นทางคมนาคม คือเส้นทางรถไฟที่เกิดขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ ๕ ณ วันนั้นจนมาถึงวันนี้การพัฒนาเส้นทางรถไฟ ซึ่งจะเป็นโลจิสติกส์ (Logistics) ทางรางที่สำคัญในอนาคต เรายังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ความจริงได้เริ่มต้นแล้วนะครับ ผมยังจำภาพที่นายกรัฐมนตรีท่านชวน หลีกภัย เคยไปปักหมุด เพื่อที่จะขยายเส้นทางคู่รางรถไฟลงไปสู่ภาคใต้ แต่ว่าก็ยังมีอุปสรรคปัญหา แล้วก็ในขณะนี้ รัฐบาลปัจจุบันนี้ก็ได้ดำเนินการในการที่จะพัฒนารถไฟรางคู่ต่อเนื่อง เรามีรถไฟรางคู่ เรามีถนนสายเอเชียครับท่านประธานที่ผ่านเมืองทุ่งสง ที่ผ่านจังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้ลงไปถึง ชายแดนภาคใต้ แต่ภาคใต้ของเรายังขาดถนนที่เป็นเส้นทางมอเตอร์เวย์ (Motorway) ถนนพิเศษครับ ภาคอื่นมีทุกภาคแล้ว ภาคใต้ยังไม่มี คณะกรรมาธิการไม่มองจุดนี้หรือครับ ไม่มองจุดใหญ่ที่เป็น องค์รวมนี้ขึ้นมาก่อนหรือครับ ผมคิดว่าต้องมององค์รวมนี้ว่าเราต้องมาเรียกร้องว่าถ้าเรา มีโครงสร้างพื้นฐานหลักที่จะสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภาคใต้เราก็จะเห็นภาพ ในเรื่องของการที่จะพัฒนา เพราะฉะนั้นผมถึงเรียกร้องว่ากรรมาธิการลองไปปรับปรุงดูสิครับว่า เราจะทำอย่างไรให้ทางรถไฟเป็นทางรถไฟรางคู่ และเป็นทางรถไฟที่ขยายเชื่อมต่อชายทะเล ๒ ฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นสายท่านุ่น สายระนอง-ชุมพร หรือแม้แต่จังหวัดสตูลมาจังหวัดสงขลาเหล่านี้ เป็นต้น ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่านี่คือจุดสำคัญที่เราจะขยายแหล่งท่องเที่ยวต่อไป ในอนาคต

อันที่ ๒ เมื่อเราเห็นภาพรวมแล้วผมคิดว่าเราจะต้องพูดถึงในเรื่องของ การพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองหลัก เมืองรองและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยว เชิงประวัติศาสตร์ ซึ่งมีหลายท่านพูดไปแล้วผมไม่อยากจะพูดต่อ แต่ผมคิดว่าในภาคใต้ เรามีเมืองสำคัญหลายเมือง และเรามีจังหวัดนครศรีธรรมราชที่จะทำให้พี่น้องประชาชน ได้มองเห็นว่าถ้าเรานึกถึงภาคเหนือเราจะเห็นอุทยานประวัติศาสตร์ภาคเหนือที่จังหวัดสุโขทัย ถ้าเรานึกถึงภาคกลางเราจะนึกเห็นถึงอุทยานประวัติศาสตร์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ในภาคใต้ ณ วันนี้ผมคิดว่าถึงเวลาที่เราจะต้องพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ให้เห็นว่าถ้าเรานึกประวัติศาสตร์ เมืองประวัติศาสตร์ในภาคใต้ เราต้องนึกถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเมืองประวัติศาสตร์ และในขณะนี้วัดพระบรมธาตุของเราได้รับการเสนอขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลก ผมคิดว่าก็จะสอดรับกับการที่เราจะต้องพัฒนาต่อไป

ท่านประธานครับ นอกจากพัฒนาเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและเรื่องการพัฒนาเมือง ในการท่องเที่ยวแล้ว เรื่องสำคัญอีกประการหนึ่งครับ คือเรื่องการบริหารจัดการการท่องเที่ยว ผมอยากกราบเรียนครับ ในวันนี้การท่องเที่ยวต้องเป็นเชิงรุกมากกว่านี้ ผมมาดูตัวเลข ในขณะนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นมีเที่ยวบินเพิ่มขึ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะไปเที่ยว เชิงศรัทธา เชิงประวัติศาสตร์ ตามที่หลายท่านพูดไปแล้ว แต่การบริหารการจัดการท่องเที่ยว ยังเหมือนเดิม ผมคิดว่าต้องเปลี่ยนแปลงไปครับ

และประการสุดท้ายที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานในเวลาที่น้อยก็คือว่า ในขณะที่เราต้องการจะส่งเสริมการพัฒนาชายฝั่งทั้งหมดโดยภาพรวมแล้ว และเราต้องการ จะส่งเสริมการบริหารการจัดการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว สิ่งที่จะต้องควบคู่กันไป ผมคิดว่าวันนี้เรามีความจำเป็นที่ต้องกระจายอำนาจลงไปสู่ท้องถิ่นครับ ภูเก็ตควรจะเป็น มหานครภูเก็ตที่จะต้องมีความพร้อมในการรองรับการท่องเที่ยวด้วยตัวเอง จังหวัด นครศรีธรรมราชควรเป็นมหานครนครศรีธรรมราช เพื่อต้องการที่จะได้รองรับการท่องเที่ยว ทั้งเชิงประวัติศาสตร์ เชิงวัฒนธรรม จังหวัดสงขลาก็ควรที่จะได้พัฒนาเป็นมหานคร เพื่อต้องการรองรับพัฒนาหาดใหญ่ของเราให้เป็นเมืองสำหรับศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ เพื่อจะเชื่อมโยงในการท่องเที่ยวกับมาเลเซีย แล้วเราจะทำอย่างไรครับ เมื่อเรามีเมืองใหญ่ เป็นมหานคร เช่นสุราษฎร์ธานีอีกเมืองหนึ่ง เหล่านี้เป็นต้น ทำอย่างไรที่จะให้การท่องเที่ยว จากมาเลเซียมาสู่ภาคใต้สามารถไปกลับได้ภายในวันเดียว สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าถ้าเรามองจาก รัฐบาลกลางเพียงอย่างเดียว เราก็จะได้การส่งเสริมเรื่องโครงสร้างหลัก ผมเรียกร้องว่า รัฐบาลกลางต้องลงไปดูแลเรื่องนี้ แต่ว่าในขณะเดียวกันผมคิดว่าถ้าเราจะพัฒนาแบบยั่งยืน เราต้องส่งเสริมให้ท้องถิ่นได้มีโอกาสในการกระจายอำนาจลงไปและมีหน้าที่ในการบริหาร จัดการการท่องเที่ยว ผมคิดว่าประเทศไทยของเรานะครับท่านประธาน กรุงเทพมหานคร ได้รับการรองรับว่าเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมมาท่องเที่ยวเป็นอันดับหนึ่งเช่นเดียวกัน เพราะว่าเรามีกรุงเทพมหานครที่เป็นองค์กรท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดของเราเข้าไปมีส่วนสำคัญ ในการพัฒนาท่องเที่ยว และจังหวัดสำคัญที่เป็นยุทธศาสตร์ที่วันนี้ท่านบอกว่าเป็นเมืองรอง หรือเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ท่านลองส่งเสริมอย่างจริงจังสิครับ ให้ท้องถิ่นเขาได้มีโอกาสขึ้นมาเป็นมหานคร ผมยกตัวอย่างจังหวัดนครศรีธรรมราชนี่ ก็จะมีจุดขายที่สำคัญในทุกด้าน มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ที่สุด มีแหล่งท่องเที่ยว จากธรรมชาติที่มีชายทะเล ๒๐๐ กิโลเมตร มีพื้นที่เขาหลวง มีพื้นที่คีรีวงที่อากาศดีที่สุด มีเขาศูนย์ที่เป็นทะเลหมอกแห่งใหม่ เหล่านี้เป็นต้นนะครับ เพียงแต่ว่าในขณะนี้เราขาดเจ้าภาพหลัก ที่ควรจะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปดูแล ผมก็ขอเสนอคณะกรรมาธิการได้รับ ประเด็นเหล่านี้ไปเติมเต็มเพื่อที่จะทำให้การส่งเสริมการท่องเที่ยวชายฝั่ง ๒ ชายฝั่ง แล้วก็การพัฒนาเศรษฐกิจ ๒ ชายฝั่งได้พัฒนาอย่างก้าวหน้าและยั่งยืนต่อไป ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ