รงค์ บุญสวยขวัญ หารือการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ผ่านการท่องเที่ยว โดยเสนอส่งเสริมและเชื่อมโยงสามคลัสเตอร์หลักคือ ภูเก็ต สมุย และหาดใหญ่ พร้อมเรียกร้องแผนบูรณาการเฉพาะเพื่อเสริมความเข้มแข็งให้ชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ทั้งยังเน้นการพัฒนาเมืองโบราณ โดยเฉพาะที่นครศรีธรรมราช และการผลักดันโครงการรถไฟรางคู่เพื่อเชื่อมภาคใต้กับกรุงเทพฯ ซึ่งจะช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและมรดกโลก ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัด นครศรีธรรมราช ขออนุญาตอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจ การเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทยที่คณะกรรมาธิการได้นำเสนอรายงานนะครับ ผมชื่นชมแล้วก็เห็นด้วยว่าการที่จะพูดถึงการท่องเที่ยวฝั่งอันดามันกับฝั่งอ่าวไทย ให้เชื่อมโยงนั้นเป็นเรื่องสำคัญครับ ขออนุญาตนำเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ เวลาพูดการท่องเที่ยวที่ภาคใต้เราน่าจะรู้ว่าจุดสำคัญของท่องเที่ยวภาคใต้เป็นเหมือน สามเหลี่ยมทองคำการท่องเที่ยว หรือสามเหลี่ยมการท่องเที่ยวในภาคใต้ นั่นหมายถึงว่า มีจุด ๓ จุด หรือว่าเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ๓ คลัสเตอร์ (Cluster) คลัสเตอร์ (Cluster) แรกก็คือ ภูเก็ตครับ มีภูเก็ต พังงา กระบี่ อันนี้ไปไกลแล้วครับ เป็นท่องเที่ยวระดับเวิลด์คลาส (World Class) หรือเวิลด์ เดสทิเนชัน (World Destination) ปลายทางของโลก เป็นนักท่องเที่ยวที่มา จากทั่วโลก ใคร ๆ ก็รู้จักคำว่า ภูเก็ต นั่นหมายถึงบวกกระบี่ บวกพังงา อันนี้ไปไกลครับ ตรงนี้ทำอย่างไรที่วันนี้จะกระจายทะลักมาอยู่ที่อันที่ ๒ หรือฮับ (Hub) ที่ ๒ ก็คือสมุย ท่านประธานครับ ที่สมุยนี่เป็นการท่องเที่ยวที่แปลกเพราะเป็นเวิลด์คลาส (World Class) เหมือนกัน แต่ยังไม่แรงเท่ากับภูเก็ต ที่เกาะสมุยนี่นะครับ มันจะมีนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ประเด็นก็คือว่าตรงนี้ก็เป็นตัวขับเคลื่อนเหมือนกัน ตัวที่ ๓ หรือฮับ (Hub) ที่ ๓ หรือคลัสเตอร์ (Cluster) ที่ ๓ ที่จะดึงท่องเที่ยวภาคใต้คือหาดใหญ่ท่านประธานครับ หาดใหญ่นี่เป็นเมืองใหญ่นะครับ วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จะดึงพวกพี่น้องภาคเหนือมาเลย์ หรืออับเปอร์ (Upper) มาเลย์มาเที่ยว พี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดน ๕ จังหวัดทั้งหมดที่มาเที่ยว หาดใหญ่ ๓ จุด หรือว่า ๓ มุม หรือ ๓ คลัสเตอร์ (Cluster) นี้เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภาคใต้ภายใต้การท่องเที่ยวตลอดระยะเวลาเกือบ ๒ ทศวรรษที่ผ่านมาครับท่านประธาน ตรงนี้วันนี้เราจะทำอย่างไรที่จะเดินดูกันได้ต่อไปเพื่อจะให้แข็งแรง และมีความเข้มข้น มากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ คนที่บ้านผมที่นครศรีธรรมราชเป็นเหมือนกับผลิตคนไปสู่คลัสเตอร์ (Cluster) ภูเก็ต วันนี้ถ้าภูเก็ตมีปัญหากลับมานครศรีธรรมราชนะครับ คนนครศรีธรรมราช คนที่ไม่สามารถที่จะดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวที่ภูเก็ตได้ด้วยภัยโควิด (COVID) นี่นะครับ ก็กลับมาอยู่บ้าน ในขณะเดียวกันที่เขาไปเกาะสมุยไม่ได้ก็คนนครศรีธรรมราช คนพัทลุง คนตรัง คนสุราษฎร์ธานีก็ลงเกาะสมุย ในขณะเดียวกันคนพัทลุงก็ลงไปที่หาดใหญ่ ถ้า ๓ คลัสเตอร์ (Cluster) นี้ฝ่อจะทำให้คนหลาย ๆ จังหวัดที่ผมพูดรวมถึงที่นครศรีธรรมราช ก็จะลำบากด้วย ประเด็นก็คือว่าเราจะต้องทำอย่างไร เมื่อสักครู่นี้ฟังดูนะครับ ทางข้อเสนอ ของกรรมาธิการก็คือให้มีแผนเฉพาะ ผมก็เห็นด้วยนะครับว่าแผนเฉพาะภาคใต้ เพราะอย่างน้อยที่สุด เขาพูดถึงอันดามันกับอ่าวไทย พูดถึงสมุยกับภูเก็ตในความหมายที่ผมพูดแล้ว แต่เติม ที่หาดใหญ่ด้วยแล้ววางแผนเป็นการเฉพาะ เพราะ ๓ คลัสเตอร์ (Cluster) นี้ สามเหลี่ยมทองคำ เรื่องการท่องเที่ยวภาคใต้อันนี้ถ้ามันเดินเครื่องให้เต็มที่มันก็จะเติบโตเหมือนกับ ๒ ทศวรรษ ที่ผ่านมาจะทำอย่างไรล่ะครับ แผนบูรณาการหรือแผนเฉพาะเพื่อ ๓ จังหวัด หรือ ๓ จุดนี้ เห็นด้วย จังหวัดต่าง ๆ ทำอย่างไร ททท. ทำอย่างไร กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทำอย่างไร แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ท่านประธานครับ เวลาพูดท่องเที่ยวทั้ง ๓ คลัสเตอร์ (Cluster) นี้ ต้องแยกให้ดีนะครับ มันเป็นทั้งเวิลด์คลาส (World Class) แล้วก็โลคัล (Local) จริง ๆ ที่นครศรีธรรมราชบ้านผม ท่านประธานครับ ที่พัทลุง ที่ตรังวันนี้มีความเติบโตเรื่องตลาด ตลาดชุมชน ตลาดย้อนยุคเต็มไปหมดเลยนะครับ แล้วได้รับความเติบโตมาก ตลาดทางเรือ ตลาดทางน้ำ ตลาดริมน้ำออกเต็มไปหมด แล้วผู้คนไปท่องเที่ยวกันวันเสาร์ วันอาทิตย์เป็นตลาด ย้อนยุค สิ่งเหล่านี้เติบโตภายใต้รัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ที่ผ่านมา เติมลงไปอย่างไร เพื่อที่จะทำให้ตลาดย้อนยุคเหล่านั้นเกิดขึ้น เราไม่สามารถที่จะไปสู่เวิลด์คลาส (World Class) ได้ แต่ระดับโลว์คลาส (Low Class) ของเรา ระดับชุมชนท้องถิ่นทำอย่างไรครับ อันนี้ เป็นท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ไทยเที่ยวไทยที่วันนี้ที่มีนะครับ ท่านประธานและท่านสมาชิก ลองคิดดูสิครับว่าทำไมคนสงขลากับคนนครศรีธรรมราชวันนี้เข้าสู่โครงการคนละครึ่งมาก เป็นอันดับหนึ่ง อันดับสอง อันดับสามของประเทศ นี่คือการตอบสนองว่าคนที่นี่เขาเที่ยว เขาทำงานการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นกระตุ้นเศรษฐกิจเข้าไปใน ๓ คลัสเตอร์ (Cluster) นี้เพื่อที่จะทำให้คนใน ๓ คลัสเตอร์ (Cluster) นี้ดำรงอยู่แล้วอยู่ได้ภายใต้ การท่องเที่ยวชุมชนของเขา ตรงนี้ก็จะทำให้เกิดมีความเข้มแข็งนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวผมคิดว่าโครงสร้าง พื้นฐานสำคัญ การประกาศเป็น ๑๐ เมืองเก่าแอนเชียนต์ซิตี (Ancient City) หรือเมืองโบราณ มติ ครม. ประกาศไว้แล้วนะครับท่านประธาน นครศรีธรรมราชก็ประกาศเป็นเมืองโบราณ ผมประมาณว่าหาดสงขลาก็ประกาศเป็นเมืองโบราณ เติมต่อไปครับ เพราะฉะนั้นแผน เป็นการเฉพาะก็จะต้องเอาสิ่งเหล่านี้เข้ามาใส่ด้วย แล้วก็บูรณาการให้เห็นว่าถ้าเราจะทำ เมืองโบราณที่นครศรีธรรมราช ผมยกตัวอย่างนะครับ ซึ่งมีองค์พระบรมธาตุซึ่งเป็นศูนย์กลาง ความศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อของพี่น้องในคาบสมุทรสยามมลายูอยู่แล้วทำอย่างไรครับ ทำอย่างไรให้พี่น้องอัปเปอร์ (Upper) มาเลย์นี่มาบวชที่พระธาตุให้มาก ๆ ทำอย่างไร ให้เมืองนครศรีธรรมราชเติบโตเป็นเมืองโบราณ เป็นเมืองเก่า แล้วเต็มไปด้วยข่าวว่าที่ทันสมัย มีเทคโนโลยีสายไฟลงใต้ดิน ตลอดถนนราชดำเนิน ถนนราชดำเนินที่นครศรีธรรมราช ยาวมากครับท่านประธาน ตั้งแต่ศาลามีชัยจนไปถึงท่าแพปรับอย่างไร เอาสายไฟลงใต้ดิน อย่างไร จะบริหารจัดการอย่างไร วงแหวนต้องทำอย่างไร สิ่งเหล่านี้นี่คือคำว่า เมืองโบราณ คำว่า เมืองโบราณมัน ก็จะไปกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงศรัทธา การท่องเที่ยวตลาดย้อนยุค สิ่งเหล่านี้ก็จะตามมาหมด การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ หรือการท่องเที่ยวใด ๆ ก็แล้วแต่ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวที่เป็นการท่องเที่ยวทางเลือกที่ไม่ใช่ เป็นกระแสหลัก เหล่านี้มันเติบโตได้ที่นคร เติบโตได้ที่พัทลุง เติบโตได้ที่สุราษฎร์ธานี กล่าวเฉพาะนครอีกทีหนึ่งนะครับท่านประธานคำว่า เมืองโบราณ ซึ่งมีประมาณ ๑๐ เมือง เอาเป็นตัวเลขที่ผมจำได้นะครับ ทั้งประเทศเติมเข้าไปพัฒนาความเป็นเมืองโบราณให้เป็น ความเข้มแข็ง พระธาตุมรดกโลกที่นครศรีธรรมราช ก็อยู่ในโพรเซส (Process) ที่จะเข้าไปรับรอง หรือส่งไปที่ยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับ ครม. ที่จะเป็นโพรเซส (Process) ต่อไป สิ่งนี้ท่านประธานครับ ฝากอยู่ในแผนบูรณาการหรืออยู่ในแผนเฉพาะที่ทางกรรมาธิการชุดนี้ เสนอไป ผมคิดว่าสาระสำคัญของกรรมาธิการชุดนี้ก็คือการเสนอแผนเฉพาะ เพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทย ให้ผนวกสิ่งเหล่านี้เข้าไป ผนวกคลัสเตอร์ (Cluster) ภูเก็ต สมุย หาดใหญ่ ให้เป็นหัวขบวนรถไฟที่นำพาเรื่องการท่องเที่ยวกระแสหลัก และการท่องเที่ยวกระแสรอง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวชุมชน วันนี้ท่านประธานครับ นครศรีธรรมราช ตัวเลขเชิงประจักษ์ ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ คนไปเที่ยว นครศรีธรรมราชเยอะ นี่ก็คือการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ไปเช้าเย็นกลับ ไปไหว้ ไปเรื่องศรัทธา คนไทย ไทยเที่ยวไทย เที่ยวกันภายใต้ศรัทธาร่วม เที่ยวกันภายใต้ความเชื่อร่วม เป็นความสุขชนิดหนึ่ง แม้นว่าจะมีความทุกข์ยากเรื่องโควิด (COVID) จะมีความทุกข์ยาก เรื่องเศรษฐกิจ เพราะมันเป็นปัญหาระดับโลก เกิดจากสงครามการค้าโลก เกิดจากปัญหาของ โควิด (COVID) แต่ไทยเที่ยวไทย กระตุ้นจากนโยบายคนละครึ่ง กระตุ้นจากนโยบายฐานราก ที่รัฐบาลทำแล้ว เพราะฉะนั้นตัวแผนเฉพาะ สิ่งเหล่านี้จะต้องเก็บสิ่งเหล่านั้นเข้าไป เพื่อทำให้กิจกรรมการท่องเที่ยวอันดามันอ่าวไทย หรืออ่าวไทยอันดามันเจริญเติบโต แล้วบ้านผมนครศรีธรรมราชก็เจริญเติบโต
เมืองโบราณ ฝากสุดท้าย เมืองโบราณ พระธาตุเป็นมรดกโลก โครงสร้างพื้นฐาน เพื่อที่จะเชื่อมทางรถไฟรางคู่ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากพรรคประชาธิปัตย์ ขอประทานอภัย อาจารย์ประกอบพูดแล้ว สายใต้กระดูกสันหลังก็คือรถไฟรางคู่ ชาวใต้ ต้องการมานาน วิ่งจากทุ่งสง วิ่งจากเขาชุมทองขึ้นมากรุงเทพฯ ปัจจุบันนี้ ๑๖ ชั่วโมง ต่อไปถ้ามีรถไฟรางคู่ขอ ๘ ชั่วโมง เป็นตะเข็บราง เป็นกระดูกสันหลัง แต่จากเขาชุมทอง วิ่งไปนครศรีธรรมราชอีก ๒๐ กิโลเมตรทำถนเลียบถนนรถไฟเข้าไปถึงนครศรีธรรมราช แล้วก็ จะทำให้คนนครขับรถจากนครไปจอดรถไว้ที่สถานีเขาชุมทองขึ้นรถไฟรางคู่มาเยี่ยมลูกเยี่ยมหลาน มาชอปปิง (Shopping) มาเที่ยวกรุงเทพฯ คนกรุงเทพฯ ก็ไปนคร ๖ ชั่วโมง ๘ ชั่วโมง สิ่งเหล่านี้มันจะรองรับคำว่า เมืองโบราณ ที่ทำให้เกิดมีบริบทในการท่องเที่ยว แล้วเมืองเหล่านี้ นี่ผมยกตัวอย่างที่นครมากเป็นพิเศษเพราะบ้านของผมเอง แต่เมืองอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน ในภาคใต้ ก็น่าจะเติบโตภายใต้บรรยากาศเช่นนี้ครับท่านประธาน ก็ขอขอบคุณและให้กำลังใจ แล้วก็ชื่นชมคณะกรรมาธิการที่อุตส่าห์ได้ทำงานชิ้นนี้มาเสนอในที่ประชุม เพื่อให้เราได้ แสดงความคิดความเห็นกันครับ ขอขอบคุณมากครับ