วรางคณา วงศ์ข้าหลวง ชี้แจงการดำเนินงานของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าในหลายมิติ ทั้งการควบคุมค่าใช้จ่าย การกันสำรองหนี้สินตามมาตรฐาน และความโปร่งใสในการตรวจสอบบัญชี พร้อมย้ำบทบาทในการสนับสนุนผู้ส่งออกและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งด้านสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ การพักชำระหนี้ และบริการประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนและด้านการส่งออก โดยเน้นความสอดคล้องกับนโยบายรัฐและเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนและประสิทธิภาพการผลิตภายใต้ภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนผัน และยืนยันการดำเนินงานต่อเนื่องแม้กรรมการผู้จัดการคนเดิมหมดวาระ ขณะอยู่ระหว่างการสรรหาผู้บริหารใหม่
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะคะ ดิฉัน นางวรางคณา วงศ์ข้าหลวง รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ขอเรียนชี้แจงและตอบข้อซักถามของ ท่านสมาชิกตามที่ได้ซักถามมานะคะ
ในประเด็นแรก ขออนุญาตเรียนชี้แจงก่อนนะคะว่าธนาคารเพื่อการส่งออก และนำเข้าแห่งประเทศไทยได้ดำเนินกิจการตามนโยบายของรัฐบาล โดยผ่านการชี้วัดของ สำนักงาน สคร. ภายใต้กระทรวงการคลัง มีการกำหนดเป้าหมายและแผนยุทธศาสตร์ อย่างชัดเจนนะคะ ในการที่จะดำเนินกิจการเพื่อสนับสนุนผู้ส่งออกและผู้ลงทุนของไทย ที่ไปลงทุนในต่างประเทศ ตัวชี้วัด อาทิ สินเชื่อที่ให้เพื่อสนับสนุนผู้ส่งออกและผู้ลงทุน ในต่างประเทศ ยอดการหมุนเวียนการประกันการส่งออกระยะสั้น ซึ่งใน ๒ รายการนี้ มีการเติบโตมากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ทุกปี เป็นระยะเวลามากกว่า ๑๐ ปี
สำหรับในเรื่องของค่าใช้จ่ายก็จะมีการควบคุมในส่วนของค่าใช้จ่าย โดยผ่านการควบคุมในลักษณะของตัวชี้วัดเช่นเดียวกันนะคะ ซึ่งธนาคารก็จะทำได้อยู่ใน ระดับมาตรฐานมาค่อนข้างเป็นระยะเวลาต่อเนื่องค่ะ
สำหรับงบการเงินในปี ๒๕๖๒ ตามที่ได้เห็นว่าในส่วนของรายการของหนี้ สงสัยจะสูญ ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นสำหรับปี ๒๕๖๒ เนื่องมาจากอัตราการกันเงินสำรอง ของลูกหนี้บางรายได้มีอัตราที่เพิ่มขึ้น ซึ่งธนาคารได้ทำการกันเงินสำรองตามอัตราที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบ และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งเป็น ผู้ตรวจสอบบัญชีได้กำหนดไว้อย่างเป็นไปตามมาตรฐานทุกประการนะคะ ในส่วนของ การกันเงินสำรองที่เพิ่มขึ้นนั้น ในปัจจุบันลูกหนี้กลุ่มดังกล่าวหรือบางรายดังกล่าวนั้น ได้มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างค่อนข้างชัดเจนนะคะ แต่อย่างไรก็ตามธนาคาร ก็ได้พิจารณาที่จะยังคงเรื่องของการกันเงินสำรองเอาไว้ในระยะหนึ่งก่อน จึงจะทำ การปลดเป็นลูกหนี้ปกติตามหลักการของธนาคารแห่งประเทศไทยนะคะ
ในส่วนของถ้อยคำในหน้า ๑๓๙ ซึ่งเป็นถ้อยคำมาตรฐานของผู้สอบบัญชี จะเป็นเรื่องของการแสดงความเห็นว่าไม่พบสิ่งที่เป็นสาระสำคัญที่มีผลกระทบต่อ ผลการดำเนินงานของ ธสน. ณ เวลาที่ตรวจสอบบัญชี ซึ่งถ้อยคำดังกล่าวจะปรากฏอยู่ใน ท้ายการตรวจสอบบัญชีทุกครั้งที่จะมีการตรวจสอบนะคะ
ในส่วนของมาตรการที่ปัจจุบันธนาคารได้มีการสนับสนุนให้กับผู้ส่งออก และผู้ลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้ส่งออกนะคะ ขออนุญาตยกในกรณีของเงินบาทแข็ง ในส่วนของเงินบาทแข็งที่ผ่านมาธนาคารได้มีโครงการที่ช่วยในเรื่องของการประกันความเสี่ยง อัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งผู้ส่งออกได้เข้ามาใช้โครงการนี้ บริการโครงการนี้อย่างต่อเนื่องร่วมกับ ธนาคารพาณิชย์เกือบทุกธนาคารนะคะ โครงการนี้ได้ผ่านการดำเนินการมาถึง ๓ รุ่นแล้ว ถ้าตามชื่อของโครงการที่ใช้ร่วมกับธนาคารพาณิชย์เราเรียกว่าโครงการเอฟเอ็กซ์ออปชัน (FX Option) นะคะ เป็นโครงการที่ประกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนให้กับผู้ส่งออก ผ่านเครื่องมือทางการเงินที่จำเป็นค่ะ อีกมาตรการหนึ่งซึ่งธนาคารได้นำเสนอในส่วนของ ที่เกี่ยวข้องกับเงินบาทแข็ง คือมาตรการการนำเข้าเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เนื่องจากมองว่าในเวลาที่เงินบาทแข็งการนำเข้าเครื่องจักรเมื่อคิดต้นทุนเป็นเงินบาท จะมีต้นทุนที่ค่อนข้างจะถูกลงนะคะ ดังนั้นธนาคารจึงมีโครงการนี้นำเสนอผ่านคณะรัฐมนตรี ได้ให้การสนับสนุนไปแล้วระยะหนึ่งนะคะ ดอกเบี้ยอยู่ในอัตราที่เป็นดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าตลาด มีรัฐบาลให้การสนับสนุนในส่วนของดอกเบี้ยส่วนต่างจากต้นทุนของ ธสน. ปัจจุบันได้อนุมัติ ไปแล้ว ๑,๕๐๐ ล้านบาท
ในส่วนของมาตรการที่เกี่ยวข้องกับโควิด (COVID) ทางธนาคารได้มี การช่วยเหลือในเรื่องของมาตรการที่ช่วยผู้ส่งออกในกรณีของโควิด (COVID) ช่วยไปแล้ว ๖,๔๐๐ ราย ทั้งในส่วนของมาตรการด้านการเงินและที่มิใช่การเงิน หมายความว่าบางราย ต้องการให้มีการพักชำระหนี้เป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อสามารถที่จะปรับปรุงในเรื่องของ การผลิตและการส่งออกได้นะคะ ส่วนบางรายก็มีการให้วงเงินเพิ่มเติมไปด้วยในอัตรา ดอกเบี้ยที่เป็นอัตราที่ช่วยเหลือกัน วงเงินทั้งหมดรวมกันนะคะ ผู้ส่งออกที่ได้รับ การพิจารณาอยู่ที่ ๕๕,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ตั้งแต่โควิด (COVID) ในเดือนมีนาคม ปีที่ผ่านมานะคะ
ในส่วนของการเปรียบเทียบกับสถาบันการเงินที่เป็นเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) เช่นเดียวกันในต่างประเทศนะคะ ถ้าในส่วนของภูมิภาคนี้เมื่อเปรียบเทียบตัวเลขกับ มาเลเซียเอ็กซิม (Malaysia EXIM) แล้วก็อินโดนีเซียเอ็กซิม (Indonesia EXIM) ในลักษณะของ คอนทริบิวชัน ทู กรอส เนชันนัล อินคัม (Contribution to gross national income) อันนี้อัตราที่เอ็กซิม (EXIM) ทำได้จะอยู่ในอัตราที่ดีกว่านะคะ อันนี้จะเป็นตัวชี้วัดตัวหนึ่ง ของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) เช่นเดียวกันนะคะ
ในส่วนของการสนับสนุนวงเงินเมื่อเปรียบเทียบกับธนาคารพาณิชย์ จะเป็นไปตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายไว้ คือถ้าหากว่าธนาคารพาณิชย์ ได้ให้การสนับสนุนวงเงิน หรือให้การสนับสนุนสินเชื่อต่อผู้ส่งออกหรือผู้ลงทุนอยู่แล้ว เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) จะมีหน้าที่ที่จะเสริมในส่วนของที่ขาด คือที่ธนาคารพาณิชย์ อาจจะยังไม่ได้ให้การสนับสนุนเต็มที่ ดังนั้นจึงจะเห็นได้ว่าตลาดของประเทศเพื่อนบ้าน เป็นตลาดที่ทางเอ็กซิม (EXIM) ได้เป็นผู้นำร่องที่จะเข้าไปสนับสนุนมีทั้งการสนับสนุน โดยเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) เอง และการสนับสนุนร่วมกับธนาคารพาณิชย์นะคะ โดยอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในอัตราตลาดที่เหมาะสม ยกเว้นเป็นโครงการที่มีการสนับสนุน จากรัฐบาลโดยชัดเจน อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในอัตราดอกเบี้ยต่ำค่ะ
ในส่วนของการส่งรายงานนะคะ ต้องขออนุญาตเรียนว่าเนื่องจากทาง เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ได้รับการตรวจสอบโดยสำนักงานตรวจการเงินแผ่นดิน และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนั้นการส่งรายงานทาง การเงินทุกฉบับจะต้องส่งตามเวลาที่ทางผู้ตรวจสอบกำหนดนะคะ แล้วก็ต้องขออนุญาต เรียนข้อมูลเพิ่มเติมว่ารายงานทางการเงินในปี ๒๕๖๓ ทางเอ็กซิม (EXIM) ได้มีการเผยแพร่ ต่อสาธารณชนตั้งแต่วันที่ ๘ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๓ และเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ (Website) ภายใน ๓๐ วัน ตามที่ สตง. ได้ตรวจสอบงบการเงินเสร็จสิ้นนะคะ อันนี้ทำตามเงื่อนไขนี้ มาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาค่ะ
ในส่วนของการให้การสนับสนุนต่อเอสเอ็มอี (SMEs) นะคะ ปัจจุบัน ทางเอ็กซิม (EXIM) มีขอบเขตการให้การสนับสนุนต่อเอสเอ็มอี (SMEs) ที่ส่งออกและที่มี ความสนใจที่จะไปลงทุนในต่างประเทศตั้งแต่เริ่มต้นกิจการเลย คือจะมีการสนับสนุน ผ่านศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้าซึ่งจะเน้นในเรื่องของการให้การอบรมและการให้การสนับสนุน ทางความรู้ที่สำคัญต่อการที่จะเป็นผู้ส่งออกนอกเหนือจากการที่จะให้การสนับสนุน ในเรื่องของสินเชื่อด้วยนะคะ อันนี้จะเป็นอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นการสนับสนุนต่อเอสเอ็มอี (SMEs) ค่ะ
ในส่วนของการประกันความเสี่ยงในเรื่องของการส่งออก อันนี้จะเป็นบริการ ที่ปัจจุบันจะมีที่เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) เพียงแห่งเดียว เป็นการรับประกันการชำระเงิน ของผู้ซื้อในต่างประเทศ กรณีที่ทางผู้ส่งออกได้ส่งออกไป แล้วผู้ซื้อไม่ชำระเงินนะคะ ซึ่งอันนี้ บริการนี้ได้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะเป็นบริการที่ให้การสนับสนุนและเป็น เครื่องมือที่ดีที่ผู้ส่งออกจะใช้ในการขยายธุรกิจหรือขยายกิจการในเรื่องของการส่งออก โดยเฉพาะในภาวะที่ในเรื่องของการชำระเงินของผู้ซื้อในต่างประเทศค่อนข้างที่จะด้อยลง ในปัจจุบันนะคะ อันนี้เป็นบริการที่ธนาคารเริ่มให้การสนับสนุนมาตั้งแต่เปิดดำเนินงาน แล้วก็จนถึงปัจจุบันก็ยังมีการให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องนะคะ แล้วก็ต้องขออนุญาตเรียน ด้วยว่าปัจจุบันกรรมการผู้จัดการของเอ็กซิม (EXIM) ได้หมดวาระลงแล้วตั้งแต่วันที่ ๓๐ มกราคม ปีนี้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสรรหากรรมการผู้จัดการท่านใหม่ ดังนั้นจึงมิได้มาชี้แจง ในวันนี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ