พิพัฒน์ รัชกิจประการ ชี้แจงความคืบหน้าการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬาในจังหวัดราชบุรี โดยเน้นการพัฒนาเป็นคลัสเตอร์ร่วมกับจังหวัดใกล้เคียงเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
ขอบคุณมากครับท่านประธาน ขอบคุณครับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ซึ่งในนี้ผมเห็นมีคำถาม มามีข้อ ๒ และข้อ ๓ ผมขอตอบเป็นภาพรวมทีเดียวเลยนะครับ ว่าโอเค (OK) ในกรณีที่ จังหวัดราชบุรีก็ขอพูดถึงอำเภอสวนผึ้งนะครับ ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เราก็ไม่ได้ละเลยจังหวัดราชบุรีในการที่จะเข้าไปพัฒนาหรือเข้าไปส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะที่ผ่านมาเมื่อปีที่แล้วทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการกีฬา แห่งประเทศไทยเราก็ได้มีการจัดการแข่งขันการวิ่งเทรล (Trail) ที่อำเภอสวนผึ้ง ซึ่งเรามี การจัดการแข่งขันไปเรียบร้อยนะครับ แล้วยังมีกิจกรรมอีกหลาย ๆ กิจกรรมที่ทางกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาไม่ว่าจะการกีฬาแห่งประเทศไทยหรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เราได้ลงไปจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมเรื่องของการกีฬานะครับ ในจังหวัดราชบุรี ซึ่งสิ่งเหล่านี้แน่นอนครับจังหวัดราชบุรีอย่างไร ๆ ทางกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาเราคงจะต้องไปทำการดูแลแล้วก็ทำการพัฒนาและส่งเสริมแน่นอน เพราะจังหวัดราชบุรีเป็นจังหวัดอันดับ ๘ ของประเทศไทยในการที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยว เป็นลำดับที่ ๘ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นจังหวัดหนึ่งที่นำรายได้จากนักท่องเที่ยวทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศเข้ามาสู่ประเทศไทยปีหนึ่งก็หลายหมื่นล้านบาทนะครับ ซึ่งอย่างไรตัวผมเอง ก็คงจะต้องลงไปทำการประสานแล้วก็ทำการพัฒนา ซึ่งในปีนี้นี่ตัวผมเองได้บอกให้ทาง ททท. แล้วก็การกีฬาแห่งประเทศไทยไปแล้วว่าขอให้จัดตารางปฏิทินของการท่องเที่ยว การกีฬา ของแต่ละจังหวัด ซึ่งจังหวัดราชบุรีก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่งซึ่งเป็นจังหวัดเป้าหมายที่เราจะต้อง ลงไปดูว่าจังหวัดราชบุรีนี้ในแต่ละปีมีงานประจำปีเรื่องอะไรบ้าง มีงานประเพณีหรือเป็นงาน วัฒนธรรมเรื่องอะไร ซึ่งตรงนี้ผมได้ให้ ททท. ลงไปทำการศึกษาแล้วจะจัดให้เป็นกิจกรรม หรือเป็นการเชิญชวนให้คนมาท่องเที่ยวนะครับ ซึ่งผมก็ได้มีนโยบายไปว่าอะไรที่เป็นกิจกรรม เล็ก ๆ ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยลงไปทำการสนับสนุนก็ขอให้นำออกไปให้ท้องถิ่นเขา เป็นคนจัดการประชาสัมพันธ์ จัดการเชิญให้คนมาท่องเที่ยว แต่ขอให้ทาง ททท. ซึ่งมี การประชาสัมพันธ์และมีเครื่องไม้เครื่องมือเป็นที่ครบตรงนี้ขอให้เป็นการจัดกิจกรรมใหญ่ ๆ ซึ่งผมเชื่อว่าการจัดกิจกรรมใหญ่ตรงนี้สามารถเชิญให้คนภายในประเทศเข้าไปเที่ยวได้ ไปจับจ่ายใช้สอยได้ โดยเฉพาะไม่ว่าจะการกีฬาก็ดี การท่องเที่ยวก็ดี และอีกอันหนึ่งก็คือ การที่บอกว่าคลัสเตอร์ (Cluster) ของจังหวัดราชบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วก็จังหวัด กาญจนบุรี มีด้วยกัน ๓-๔ จังหวัด ซึ่งจังหวัดกาญจนบุรีก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่เป็นจังหวัดที่มี รายได้จากการท่องเที่ยวเป็นถึงลำดับที่ ๕ ของประเทศไทย ซึ่งแน่นอนอย่างไรเราก็คงจะต้อง จับให้ ๓-๔ จังหวัดตรงนี้ตั้งแต่นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ตรงนี้ให้เป็น ๑ คลัสเตอร์ (Cluster) ซึ่งท่านนำมา ๓ จังหวัด ผมก็เพิ่มนครปฐมให้อีก ๑ จังหวัด ซึ่งผมพยายามที่จะทำอย่างไรก็ได้ให้มีการท่องเที่ยวให้เป็นกลุ่มจังหวัด การที่มีการท่องเที่ยว ให้เป็นกลุ่มจังหวัดก็คือเป็นการที่ดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้วขอให้เขาอยู่กิน อยู่ใช้ อยู่พัก ก็คือหมายความว่าโรงแรมได้ ร้านอาหารได้ การที่สินค้าโอทอป (OTOP) ได้ ชุมชน ทุกสิ่งทุกอย่างได้ ทำอย่างไรการที่เขาไปเดินทางไปเที่ยวใช้เวลา ๑ วัน หรือ ๒ วันก็ขอให้ เพิ่มเป็น ๒ วัน หรือ ๓ วัน นั่นก็คือเป็นการทำให้คนออกมาจับจ่ายใช้สอยในกลุ่มจังหวัด ให้มากขึ้น ซึ่งตรงนี้ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มจังหวัดตรงนี้ ผมได้มีการวางแผนและพัฒนาว่า จะพยายามพัฒนาว่าการท่องเที่ยวนี่ไม่ใช่จังหวัดโดด ๆ ในจังหวัดเดียว แต่ขอให้มีเมืองหลัก และเมืองรองควบกันสัก ๒-๓ จังหวัดเพื่อเชิญให้คนมีโอกาสไปท่องเที่ยวแล้วก็ได้ใช้เวลา มากขึ้น การที่ใช้เวลามากขึ้นในแต่ละจังหวัดต่าง ๆ ตรงนั้นก็แน่นอนครับการที่เขาจะต้องนำ เงินออกจากกระเป๋าไปใช้จ่ายในพื้นที่ก็ต้องมากขึ้นแน่นอน เมื่อมีการใช้จ่ายมากขึ้น ความเป็นอยู่ของชุมชนและของพื้นที่ต่าง ๆ ในแต่ละจังหวัดก็จะมีรายได้ที่มากขึ้น โดยเฉพาะ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มีเน้นย้ำว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีตรงนี้ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพยายามพัฒนาแล้วก็ส่งเสริมให้มี การท่องเที่ยวลงสู่ชุมชนให้ได้มากที่สุด การที่เราส่งเสริมและให้มีการการท่องเที่ยวสู่ชุมชน ตรงนั้นหมายความว่าชุมชนหรือเป็นรากฐานของประเทศไทยเรานี้จะได้รับแล้วก็ได้เข้าถึง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวเข้าถึงได้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดการที่เราจะมีการท่องเที่ยวให้ถึง ชุมชนให้ได้ตรงนั้นสิ่งที่ต้องพัฒนาก็คือไปพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้ อพท. ก็เป็นส่วนงานหนึ่งที่จะต้องลงไปทำการพัฒนา แต่ตรงนั้นไม่ใช่เป็นการพัฒนาพื้นที่ พิเศษนะครับ แต่ลงไปช่วยการพัฒนาสำหรับชุมชนต่าง ๆ ที่นำเสนอเข้ามาซึ่งตรงนี้ ไม่จำเป็นต้องประกาศเป็นพื้นที่พิเศษ ขอให้บอกว่าโอเค (OK) ช่วยให้ อพท. ลงไปสู่ชุมชน นั้น ๆ เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งตรงนี้ทาง อพท. ก็จะมีแพทเทิร์น (Pattern) ในการลงไปพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการสอน เป็นการสอนด้านต่าง ๆ ในการต้อนรับ การพัฒนา พื้นที่ การพัฒนาห้องพัก และที่สำคัญที่สุดก็คือพัฒนาถึงโอทอป (OTOP) สินค้าโอทอป (OTOP) ต่าง ๆ ว่าคุณจะต้องทำอย่างไรให้มีคนมาเข้าพื้นที่แล้วสามารถใช้เงินให้ได้มากที่สุด ตรงนี้คือเป็นวัตถุประสงค์ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการเอาไว้ครับ ขอบคุณมากครับ