ขจิตร ชัยนิคม ระบุว่า พระราชบัญญัติในปี 2542 ไม่เหมาะสมกับมาตรฐานใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และขอให้คำนึงถึงหลักภาษาไทยในการเขียนกฎหมาย โดยเสนอแก้ไขมาตราเกี่ยวกับค่าตอบแทนพิเศษสำหรับพนักงานที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัยและงานที่ยุ่งยากเร่งด่วนกว่างานปกติ โดยระบุไว้ชัดเจนในหลักการ 2 อย่าง
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ ขอแสดงเหตุผลและคำอธิบาย อันแรกที่ตัวแทนสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาชี้แจงว่าจำเป็นต้องใช้ และ และ และ ๓-๔ ครั้งซ้อนกัน ผมร่าง กฎหมายมามากนะครับ กฎหมายนี้ผมก็เป็นคนแปรญัตติ แล้วจึงมีการตั้งศาลปกครอง ที่จังหวัดอุดรธานี ศาลปกครองที่จังหวัดบุรีรัมย์ และศาลปกครองที่จังหวัดยะลา ในวันที่ พิจารณากฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมถามว่ามาตรฐานกฤษฎีกา ปี ๒๕๔๒ กับมาตรฐานกฤษฎีกาในการเขียนกฎหมาย ปี ๒๕๖๔ ยังคงเดิมไหม ถ้ายังคงเดิม คำแปรญัตติผมถูกต้อง เพราะท่านประธานไปดูครับ พระราชบัญญัตินี้เขียนเมื่อปี ๒๕๔๒ ในวงเล็บที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กำลังอธิบายนี้ เขาเขียนข้อความว่าอย่างไรครับ เขียนถูกครับ (๘) บอกว่าออกระเบียบ เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการ แล้วก็มี และ ครับ และการสงเคราะห์อื่นแก่ข้าราชการ ศาลปกครอง วรรค ไม่มี และ ครับ พนักงานราชการ วรรค และลูกจ้างสำนักงาน ศาลปกครอง อันนี้เป็นข้อความกฎหมายที่เป็นกฎหมายแล้ว แล้วก็ผ่านการรับรอง ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ของสภาผู้แทนราษฎร ของวุฒิสมาชิก ประกาศใช้มา เมื่อปี ๒๕๔๒ ๒๒ ปีมานี้ครับ ผมถามกลับไปว่ามาตรฐานสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เปลี่ยนแปลงไปแล้วใช่ไหมในการเขียนกฎหมาย ทำไมไม่คำนึงถึงหลักภาษาไทยเป็นหลัก แล้วเกิดกรณีอะไรในการตีความให้ยกประเด็นให้ผมชัดเจนว่า และ และ และ เกิดกรณีขึ้น เกี่ยวกับคดีอะไร ทำไมต้องเขียนกฎหมายแบบใหม่นี่ข้อที่ ๑
ข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ กรณีที่ผมเขียนไว้ชัดเจน ท่านรองศาสตราจารย์อานนท์ ซึ่งเป็นนักเขียนกฎหมายและศึกษามามาก ท่านก็ยืนยันว่าต้องเขียนระบุประเด็น ทั้ง ๒ ไว้เพื่อความชัดเจนของกฎหมาย ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ การเขียน กฎหมายเพื่อให้ประชาชนคนธรรมดาอ่านแล้วเข้าใจ แล้วก็ชัดเจนตรงประเด็นเป็นภารกิจ ของพวกเรานะครับ ไม่ใช่เขียนแล้วรู้เฉพาะนักเขียนกฎหมายหรือคนที่อยู่ศาลปกครอง พอบอกว่าค่าตอบแทนพิเศษต้องไปอ่านกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง หลักการได้ค่าตอบแทนพิเศษ มันต้องอยู่ในที่เสี่ยงภัย ทำงานที่ยากกว่าปกติ การเขียนกฎหมาย ผมนี่เป็น ส.ส. ชนบทนะ บ้านนอกนะ แต่เป็นครูมา เขาบอกหลักการเขียนกฎหมายประชาชนต้องอ่านเข้าใจ ชัดเจน ตรงกันกับรองศาสตราจารย์อานนท์ ที่อธิบายหลักกฎหมาย นักกฎหมายในต่างประเทศ เขามีหลัก ก็หลักให้เขียนชัดเจนเหมือนกับผม เพราะฉะนั้นความเป็นจริงก็คือความเป็นจริง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ เปลี่ยนเถอะครับ เอาตามผมนั่นละ ผมเรียนท่านนะ คนร่างกฎหมายมาให้เรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็น ให้ความเห็นชอบ วันนี้มันเป็นร่างของสภานะ ต้องชัดเจน ต้องประชาชนธรรมดาอ่านเข้าใจ นี่ละครับ แล้วต้องถูกหลักภาษา ไม่ใช่มาอธิบายแบบใหม่ มาตรฐานสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จะเปลี่ยนไปก็ต้องบอกมาว่าเกิดกรณีอะไรขึ้นถึงทำให้มาตรฐานท่านเปลี่ยนไป ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าเจตนาที่รับไปจากสภานี้ผมเคร่งครัด สวัสดิการ ทุกอย่างผมให้หมดไม่ได้ตัดอะไรเลย แต่ค่าตอบแทนพิเศษผมขอให้ระบุให้ชัดเจน ในหลักการ ๒ อย่าง คือในพื้นที่เสี่ยงภัย กับงานที่ยุ่งยากเร่งด่วนกว่างานปกติและยากกว่าปกติ จึงจะได้รับค่าตอบแทนพิเศษ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะเล่าลำดับให้ท่านฟังว่า สิ่งที่เขียนในมาตรานี้ (๘) คณะกรรมการศาลปกครอง เฉพาะข้อนี้ก็ไปทำทุกอย่างได้หมด อยู่แล้ว นี่คือเขาเขียนมาเขาให้ได้หมดอยู่แล้วครับ สวัสดิการและประโยชน์อื่นนี่ครอบคลุม หมดอยู่แล้ว แล้วทำไมเสนอมาให้สภาผู้แทนราษฎร ให้วุฒิสภาต้องเปลืองงบประมาณ มากมาย ท่านรู้เบื้องหลังไหมครับ ถ้าไม่รู้ผมจะบอกครับ อันนี้เป็นความเข้าใจผมเองนะ ท่านประธานครับ เคยมีองค์กรอิสระองค์กรหนึ่งใช่ไหมครับ ออกเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วศาล ตัดสินว่าทำประโยชน์ให้ตัวเองแล้วก็มีโทษ ต่อจากนั้นศาลปกครองอยากจะทำอันนี้ ก็เลยกำหนดระเบียบ พอศาลปกครองทำ อัยการก็ทำ ไม่ใช่ศาลปกครอง ศาลยุติธรรม เรื่องนี้ผมได้รับการยืนยันจากท่านโภคิน พลกุล ขอเอ่ยชื่อ ในทางที่ยืนยันความเห็นตรงกับผม แล้วอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ในการพิจารณา กฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ผมเป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย ท่านลำดับ ท่านตำหนิเรื่องนี้ว่าไม่ควรมี อย่างนี้อีก แต่ไม่เป็นไรครับ หลังจากองค์กรอิสระถูกลงโทษแล้วศาลปกครองก็ออกระเบียบ เพื่อความชัดเจน กฎหมายนี้คนออกที่ศาลปกครองก็ยืนยันครับ อธิบายกับผมในฐานะ เป็นกรรมาธิการก็อยากจะเขียนให้มันมีความชัดเจน เพราะเกรงว่าจะมีความผิดอีก สภาผู้แทนราษฎรถึงจะต้องมาพิจารณาเรื่องนี้อย่างไรครับ จริง ๆ แล้วก็ทำได้อยู่แล้ว เวลาพิจารณาผมเพียงแต่อยากเขียนให้ละเอียด ตอบผมสิครับว่ามันมีโทษอะไร ถ้าจะเขียน ตามผมนี่มีโทษอะไร แล้วเขียนให้ประชาชนเข้าใจด้วยมีปัญหาอะไร เสียหายอย่างไรตอบสิครับ อย่ามาอ้างว่ากฎหมายอันนั้นเขียนอย่างนี้ก็ต้องเขียนตาม อย่าอ้างเฉพาะอย่างนี้นะครับ ไม่อย่างนั้นสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องเอาตามที่ท่านเขียนมาหมด ต้องมีสภาผู้แทนราษฎรทำไม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเสนอนี่กรรมาธิการส่วนใหญ่ หรือท่านประธานควรจะปรึกษากัน แล้วเอาตามที่ผมเสนอมันจะได้ชัดเจน ถูกหลักถูกเกณฑ์หมด ไม่เสียหายอะไรเลย หลักการ ที่รับมาจากสภาก็อยู่ทั้งหมดไม่มีอะไรตัด ผมยืนยันการแปรญัตติของผม ขอบคุณครับ