จาตุรงค์ ชี้วิกฤตไร่ยาสูบ ขอทบทวนภาษี-เร่งชดเชย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ หารือปัญหาวิกฤติอุตสาหกรรมยาสูบจากนโยบายขึ้นภาษีสรรพสามิตที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบกว่า 50,000 ครอบครัว ทั้งในด้านรายได้ ความล้มเหลวของพืชทดแทน และการค้างชำระเงินชดเชย พร้อมเรียกร้องให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเสนอให้ทบทวนโครงสร้างภาษี ปราบปรามการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้า สนับสนุนการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน การพักหนี้ การใช้สารสกัดจากบุหรี่เป็นปุ๋ยหรือสารกำจัดศัตรูพืช และการส่งเสริมพืชเศรษฐกิจทางเลือก เช่น กัญชง เพื่อฟื้นฟูความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมและท่าน ส.ส. พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส. พรรคเพื่อไทยจังหวัดเชียงราย ได้ร่วมกันเสนอญัตติ และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยจำนวนมากได้มี ความเห็นร่วมในการเสนอญัตติอีกมากมาย ท่านประธานครับ เพื่อให้สมบูรณ์ตามที่ ท่านประธานได้แนะนำเมื่อช่วงบ่ายที่ผมได้อภิปรายไปแล้วเรื่องช้างนะครับ ขออนุญาตอ่าน เพื่อประกอบญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวไร่ยาสูบและผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมยาเส้น กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรการเพาะปลูกใบยาสูบ ในประเทศไทยได้มีการเพาะปลูกมาเป็นระยะเวลากว่า ๑๐๐ ปี ซึ่งถือว่ายาสูบ เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย โดยการเพาะปลูกใบยาสูบเป็นอาชีพของชาวไร่ยาสูบ กว่า ๕๐,๐๐๐ ครอบครัว โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในแต่ละพื้นที่ได้มีการเพาะปลูกต่างสายพันธุ์กันไปตาม ความเหมาะสมของพื้นที่ เนื่องจากการเพาะปลูก การบ่ม และการซื้อขายนั้นมีการควบคุม จากกรมสรรพสามิต และที่สำคัญการยาสูบแห่งประเทศไทยได้มีระบบการรับซื้อที่ดี มีความแน่นอนทั้งด้านราคาและปริมาณ ซึ่งนอกจากการปลูกยาสูบจะเป็นอาชีพของผู้บ่ม และชาวไร่ยาสูบแล้ว ในแต่ละปีอุตสาหกรรมยาสูบได้สร้างรายได้ให้แก่ภาครัฐ เป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมาได้มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตโดยมีการส่งรายได้ของการยาสูบ แห่งประเทศไทยและเงินที่จัดเก็บภาษีเพื่อสนับสนุนให้องค์กรภาคต่าง ๆ เช่น กระทรวงมหาดไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) การกีฬา แห่งประเทศไทย และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นต้น เป็นจำนวนมากกว่า ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันชาวไร่ ผู้บ่มยาสูบและผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ได้รับความเดือดร้อน อย่างมากจากนโยบายการปรับอัตราภาษีสรรพสามิตของทางภาครัฐที่ได้มีการปรับขึ้น ในอัตราที่สูงมากทำให้ราคาบุหรี่ที่ถูกกฎหมายมีราคาสูงขึ้นมาก ส่งผลให้ผู้ที่อยู่ใน อุตสาหกรรมยาสูบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำต้องประสบภาวะวิกฤติอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะการยาสูบแห่งประเทศไทยที่เคยยอดขายลดลงเป็นจำนวนมาก จนทำให้ต้องลด การรับซื้อใบยาสูบจากผู้บ่มเพาะและชาวไร่ยาสูบกว่าร้อยละ ๕๐ ทำให้ผู้บ่มเพาะและชาวไร่ มีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นในขณะที่รายได้ลดลงจนยากที่จะดำเนินการธุรกิจต่อไปได้ ภาวะวิกฤตินี้อาจทำให้อุตสาหกรรมยาสูบของประเทศไทยต้องล้มหายไปจากประเทศไทย ได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้ หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมจากนโยบายการปรับ ภาษีสำหรับที่ใช้ในปัจจุบัน จากสถานการณ์ของปัญหาดังกล่าวพบว่าในฤดูการผลิต ปี ๒๕๖๑/๒๕๖๒ การยาสูบแห่งประเทศไทยได้ลดโควตารับซื้อใบยาสูบลง ๑๑.๘๙ ล้านกิโลกรัม หรือร้อยละ ๔๗ ของยอดรับซื้อในใบยารวม ในฤดูกาลผลิตปี ๒๕๖๐ ถึงปี ๒๕๖๑ รวมส่งผลกระทบ ต่อรายได้ชาวไร่ยาสูบ ๒๒๘ ล้านบาท จนรัฐบาลได้เข้ามาช่วยเหลือโดยการจ่ายเงิน ชดเชยให้ชาวไร่ยาสูบ ๑๕๙.๕๙ ล้านบาท หรือร้อยละ ๗๐ ของรายได้ที่หายไป จากการปรับ ภาษีในครั้งนี้ทำให้ราคาของบุหรี่ส่วนใหญ่ในตลาดร้อยละ ๘๐ ที่เป็นบุหรี่ราคาต่ำมีราคา เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ ๕๐ และการยาสูบแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นผู้นำตลาดประเภทนี้ ผลกระทบมากที่สุด ในขณะเดียวกันบุหรี่นำเข้าก็ได้ลดราคาลงแข่งขันกับบุหรี่ของการยาสูบ แห่งประเทศไทย ทำให้บุหรี่กลุ่มราคา ๖๐ บาท มีการแข่งขันที่สูงมาก จนทำให้การยาสูบ แห่งประเทศไทยมียอดขายลดลงเป็นจำนวนมาก อีกทั้งความสามารถในการทำกำไรก็ลดลง เนื่องจากการยาสูบแห่งประเทศไทยไม่สามารถเพิ่มราคาบุหรี่เพื่อชดเชยราคาที่หายไปได้ จะเห็นว่ายอดขายการยาสูบแห่งประเทศไทยได้ลดเป็นอย่างมาก หลังจากมีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ตลาดโดยรวมมียอดขายลดลงร้อยละ ๑๕ แต่เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดบุหรี่กลุ่ม ๖๐ บาท ยอดขายลดลงถึงร้อยละ ๓๖ จนทำให้รายได้กำไรและเงินนำส่งคลังลดเป็นจำนวนมาก และหากมีการเก็บภาษีในอัตราเดียว ร้อยละ ๔๐ ในปี ๒๕๖๓ หรือปี ๒๕๖๔ ก็ทำให้ยอดขายของการยาสูบต้องลดลงไปอีก จนอาจทำให้ต้องประสบภาวะขาดทุนได้ สาเหตุและปัญหาที่เกิดขึ้นจากพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ฉบับนี้ มีการกำหนดอัตราการเก็บภาษีบุหรี่ในเชิงมูลค่าสูงเกินไป ไม่สอดคล้องกับสภาวะที่แท้จริง ของประเทศไทย ทำให้ผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมยาสูบไม่สามารถปรับตัวได้ทั้งในด้านสุขภาพ ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมยาสูบไทย การยาสูบแห่งประเทศไทย มียอดขายลดลงจนต้องปิดกิจการในอนาคต ต้องเลิกจ้างพนักงานกว่า ๓,๐๐๐ คน จนทำให้ ไม่สามารถส่งรายได้ให้แก่ภาครัฐได้อีก และชาวไร่ยาสูบประมาณ ๕๐,๐๐๐ ครอบครัว ต้องสูญเสียอาชีพรายได้เงินหมุนเวียนมากกว่าพันล้านบาท โดยหายไปจากท้องถิ่นชนบท ซึ่งเป็นสถานที่เพาะปลูกยาสูบ ซึ่งขณะนี้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนและยังไม่ได้รับ การเยียวยาอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงมีการส่งเสริมให้มีการปลูกพืชทดแทนเพื่อช่วยเหลือ เกษตรกร และสุดท้ายการยาสูบแห่งประเทศไทยไม่สามารถแข่งขันในตลาดที่แข่งขัน กันอย่างรุนแรงได้ เนื่องจากติดขัดกฎระเบียบที่ภาครัฐกำหนดให้ยาสูบแห่งประเทศไทย ไม่เอื้อให้การยาสูบแห่งประเทศไทยแข่งขันกับคู่แข่งได้ ซึ่งหากภาครัฐมีแนวทางในการแก้ไข ปัญหาดังกล่าวให้เกษตรกรจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนของอุสาหกรรมยาสูบเพื่อให้ เกิดความเป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศต่อไป ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติดังกล่าว มาให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวไร่ยาสูบและผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาเส้นตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ส่วนสาเหตุรายละเอียดขอชี้แจง ในที่ประชุมสภา

ท่านประธานครับ วันนี้ต้องขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งที่ได้เอาญัตติ เรื่องชาวไร่ยาสูบที่ได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัสนั้นมาบอก มาพูด มากล่าว ผมต้องเรียน ว่าตั้งแต่เรามีการเปิดสภาครั้งแรกในการประชุม เราได้มีตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไข ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ในวันนั้นผมก็เป็นคณะกรรมาธิการด้วย และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดร่วมกันเสนอ มีท่าน ส.ส. ละออง ติยะไพรัช ส.ส. จากจังหวัดเชียงรายได้นำคณะผู้ซึ่งเดือดร้อนอย่างน้อย ๕ คณะมาร้องเรียน ในคณะกรรมาธิการคือท่านคณะจากสมาคมผู้บ่มเพาะ ผู้ปลูก และผู้ค้าใบยาสูบ ๒. สมาคม พัฒนาชาวไร่บ่มเองเชียงใหม่ ๓. เครือข่ายชาวไร่ยาสูบ ๔. สมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์ (Burley) และเครือข่ายชาวไร่ยาสูบภาคอีสาน ทั้ง ๕ คณะ และยังมีอีกหลายคณะจากแต่ละจังหวัด เขารวมตัวกันมา มาร้องเรียนท่านประธานวีระกร คำประกอบ ในขณะนั้น พวกเราได้ประชุม ได้สรุปปัญหาต่าง ๆ ซึ่งวันนั้นกับวันนี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ปัญหาหลักเลย ผมขออนุญาตแยกเป็น ๔-๕ ประเด็นดังนี้ครับ

เรื่องแรก การเก็บภาษีสรรพสามิต ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลง

เรื่องที่ ๒ การที่ลดพื้นที่การปลูกเหลือครึ่งเดียว รับเหลือครึ่งเดียว จากที่เคย รับ ๒๐ กว่า เหลือ ๑๑ ล้านกิโลกรัม

เรื่องที่ ๓ การชดเชยเงินที่ปี ๒๕๖๑/๒๕๖๒ ชดเชย ๑๕๙ ล้านบาท แต่จริง ๆ เมื่อมีการจ่ายจริงเป็น ๑๓๓ ล้านบาท ได้เงินคืนคลังไปอีก ๒๖ ล้านบาท พี่น้องประชาชน ที่ได้รับการชดเชยเป็นจำนวนเกือบ ๒๐,๐๐๐ ครอบครัว ปี ๒๕๖๒/๒๕๖๓ ยังไม่ได้รับ การชดเชย

เรื่องที่ ๔ ก็คือเรื่องการปลูกพืชทดแทน บอกว่าให้ปลูกข้าวโพด ปลูกมันสำปะหลังก็ไม่ได้ผล หรือไม่เกิดที่จะเป็นประโยชน์มากนัก มีรัฐบาลต้องเร่ง ดำเนินการให้มีการชดเชยหาปลูกที่ชดเชย เช่น เราอยากให้มีพืชเศรษฐกิจที่ทำให้ได้ เช่น กัญชง เป็นต้น

สุดท้ายก็คือเรื่องที่มีบุหรี่นอก และบุหรี่เถื่อน และบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามา เป็นการลักลอบนำเข้ามาทำให้เกิดปัญหา ๕ ประเด็นนี้ เกิดปัญหามากมาย หลังจากนั้น คณะกรรมาธิการสามัญโดยประธานณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ และผมเป็นรองประธาน คนที่หนึ่ง และคณะ ก็ได้นำเรื่องนี้ขึ้นมาหารือ ดูว่าการแก้ไขปัญหาทั้ง ๕ เรื่องนั้นเป็นอย่างไรบ้าง และก็เป็นข่าวดีว่าวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ กุมภาพันธ์นี้ เราได้เรียนเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ท่านได้ตอบรับแล้วจะมาให้ความกระจ่าง และเราได้เชิญผู้เดือดร้อน และ ส.ส. ในภาคเหนือ ภาคอีสาน ทั้งทุกท่านที่ได้เข้ามาชี้แจง ในวันแรกทั้ง ๑๐ กว่าท่าน มีท่าน ส.ส. พิเชษฐ์ ส.ส. หมอชลน่าน ส.ส. ละออง แล้วก็อีก หลาย ๆ ท่านที่มีความเดือดร้อนและตั้งใจ ส่วนในภาคอีสานนั้นท่าน ส.ส. กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ซึ่งจังหวัดมหาสารคามก็มีปลูกเยอะมาก ในส่วนของภาคอีสานเครือข่ายก็มี ปัญหาตรงนี้ผมขออนุญาตจำแนกดังต่อไปนี้ครับท่านประธาน

ข้อที่ ๑ เรื่องของภาษีสรรพสามิต ปี ๒๕๖๐ แล้วก็มีภาษีมีประกาศตั้งแต่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๐ แล้วก็ประกาศให้ใช้ใน ๑๘๐ วัน หลังประกาศก็คือมีกฎหมาย กฎกระทรวงเกิดขึ้น ถ้าเรามาดูเรื่องภาษีท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ เดิมปี ๒๕๓๕ ถึงปี ๒๕๖๐ มีการนำระบบเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มมาใช้ในประเทศไทย จึงมีการปรับเปลี่ยนฐานภาษีสรรพสามิตบุหรี่ไทยจากที่จัดเก็บอัตราตามมูลค่า ใช้ฐานราคา ขายปลีกมาเป็นฐานราคาขาย ณ โรงงานอุตสาหกรรม กรณีบุหรี่ในประเทศ และราคา ซีไอเอฟ (CIF) บวกกับอากรขาเข้ากรณีบุหรี่นำเข้า โดยจัดเก็บภาษีในอัตราเดียวกันเพื่อให้ สอดคล้องกับการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร นี่คือตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ ถึงปี ๒๕๖๐ ภาษีเป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นบุหรี่ อัตราส่วนของประเทศไทยจึงได้ ๗๙ เปอร์เซ็นต์ พี่น้องยาสูบอยู่กันมีความสุข มีผู้ซึ่งปลูกทั้งหมดทั้ง ๓,๐๐๐ นี่มีรายได้ มากมายแล้วก็อยู่กันแบบผาสุก แต่วันนี้มีการปรับภาษีใหม่ โดยอย่างไรท่านประธานครับ ภาษีใหม่นี้บอกว่าเก็บภาษีทั้งปริมาณและมูลค่า ปริมาณเก็บเพิ่มอีกใหม่เป็นบาท ๒๐ ต่อมวน เดิมประมาณ บาท ๑๐ สตางค์ อันนี้ไม่เท่าไร แต่ที่ปัญหาคือมูลค่าท่านประธาน มูลค่า เป็นอย่างไร เพราะไปกำหนดว่าถ้าราคา ๖๐ บาทลงมา เสีย ๒๐ เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ ๒๐ ถ้าราคาเกิน ๖๐ บาท เสียร้อยละ ๔๐ ซึ่งเป็นการเก็บภาษีที่ไม่เคยเห็นเนื่องจากเป็น ๒ ขั้นตอน ท่านประธานครับ ถ้าเป็นอย่างนี้บุหรี่ที่ราคาเกิน ๖๐ บาทนิด ๆ เขาจะไป เสียทำไมครับ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เขาก็ลดลงมาจากต่างประเทศลงมาให้ได้อยู่ใน ๖๐ บาท แล้วก็เสียแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เสียภาษีแค่ ๑๒ บาท แต่ถ้าเขาราคา ๘๐ บาท เขาต้องเสีย ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เขาต้องเสีย ๓๒ บาท ตรงนี้ก็คือประเด็นที่เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนทำให้นโยบายตรงนี้ที่ท่านบอกว่าจะช่วยลด ให้ผู้สูบบุหรี่ลดลงไม่ได้สัมฤทธิ์ผลกลับมากขึ้นด้วยซ้ำไป เพราะบุหรี่ที่ลดราคามาราคา ใกล้เคียงกับบุหรี่ของยาสูบของประเทศไทยของพี่น้องประชาชน แต่ว่าได้ของนอกประเด็น ที่ผมเป็นห่วง ก็คือว่าทำให้อัตราการครองตลาดของเราส่วนแบ่งลดลงไปมาก ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ถ้าส่วนรวม ๖๐ บาท ได้ ๓๖ แต่ถ้าเป็นทั้งหมด ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ภาษีเก็บมาได้แล้วเงินที่จะ เอาส่งเข้ากระทรวงการคลัง จากที่เคยประเมินกันว่าจะได้เงินเข้ากระทรวงการคลังจากในอดีต เป็น ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท จากให้ในส่วนต่าง ๆ ของ สสส. ๒ เปอร์เซ็นต์ ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ในส่วนของ อบจ. ของกระทรวงมหาดไทย ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้น แทบจะไม่ได้เลย หรือน้อยลงมาก เงินที่ลดลงมาปีนี้ที่คาดไว้ภาษีลดลงไป ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งต่อไป อาจจะมีโอกาสเป็นปัญหา ทีนี้พอมาถึงปีนี้ภาษีได้เกิดบอกว่ามีภาวะโควิด (COVID) จึงได้ชะลอเลื่อนการเก็บภาษีจากที่จะใช้ประกาศว่าต่อไปจะเป็น ๔๐ เปอร์เซ็นต์หมด ทั้งไม่มี ไม่มีอัตราว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์แล้วเป็นเดียวกันเลย ตรงนี้ชาวไร่ยาสูบ ยิ่งร้องเลยครับ ลำบากมากจาก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็แย่อยู่แล้ว ขึ้นมาเป็น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ อยากจะให้สภาสั่งให้คณะกรรมาธิการ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องต้องมารีบแก้ปัญหาตรงนี้ ผมเรียน ว่าการเลื่อนภาษีออกไปอีกปีหนึ่งจากปี ๒๕๖๓ ไปเป็นปี ๒๕๖๔ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ นั้น ก็เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ปัญหาจริงมันไม่ได้แก้ ปัญหาจริงคือต้องมา จัดระบบภาษีใหม่ ถ้าจัดระบบภาษีเมื่อปี ๒๕๖๐ เดิมแบบที่มีมูลค่าเพิ่ม ภาษีก็จะกลับเข้ามา โดยที่พี่น้องประชาชนที่บุหรี่ถูกกว่าเดิม เพราะไม่ได้เสียแบบขั้นกระโดดแบบนี้ หรือจะปรับ ก็ขอให้เป็นอัตราเดียวกันทั้งหมดเพื่อคนจะได้ไม่ไปเลือกลดราคามาเพื่อมาแข่งกันในราคา ๖๐ บาท ซึ่งเป็นช่วงแลคพีเรียด (Lack period) จริง ๆ พีเรียด (Period) นี้สำคัญมาก นี่คือเรื่องภาษีต้องแก้

ข้อที่ ๒ ก็คือเรื่องพื้นที่ปลูกก็ต้องเรียนว่าลดลงไปครึ่งหนึ่งนี่ประชาชน เดือดร้อนท่านต้องหาพืชชดเชยให้เขา แล้วก็เมล็ดพันธุ์ หรือการลดอัตราส่วนดอกเบี้ย อะไรต่าง ๆ ต้องดูแลเขานะครับ

อันที่ ๓ ก็คือทดแทนเงิน ปีนี้ท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญและคณะกรรมาธิการ สามัญได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาบอกว่าจะให้ในปี ๒๕๖๒/๒๕๖๓ คล้ายเดิมคือ ๑๕๙ ล้านบาท แต่จ่ายจริง ๑๓๓ ล้านบาทน่าจะได้ แต่ปรากฏว่าบอกว่าเนื่องจากมี สถานการณ์โควิด (COVID) ชะลอเงินตรงนี้ไปก่อน ก็อยากจะให้สภา อยากให้ผู้เกี่ยวข้อง แก้ปัญหาให้เขาเถอะสงสารเขา เห็นใจเขาว่าเขาเดือดร้อนจริง ๆ จะชดเชยตรงนี้ ในปี ๒๕๖๒/๒๕๖๓ แล้วต่อไป ก็คือปี ๒๕๖๓/๒๕๖๔ แต่ก็เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า อีกนั่นละ มันไม่ได้ยั่งยืนแต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำนะครับ เรื่องของการจ่ายชดเชย

ถัดมาก็คือเรื่องบุหรี่ที่ลักลอบ บุหรี่นอกลักลอบนำเข้ามา ต้องเร่งปราบปราม เรียกว่าแก้ไข ป้องกัน โดยทุกภาคส่วนต้องแก้โดยเฉพาะศุลกากรและ ตม. ต้องให้หมด

ถัดมา คือเรื่องการสงเสริมให้ชุมชนมีวิสาหกิจชุมชนของตัวเองในการผลิตบุหรี่ ในพื้นที่เขาเอง เพื่อเป็นโรงงานในส่วนชุมชนให้มีการสร้างงาน สร้างรายได้ เพราะยุคนี้ ยุคโควิด (COVID) ก็ใช้จ่ายกัน เรื่องของยาเส้นก็เหมือนกัน ยาเส้นนั้นก็ลดลงมานะครับ ไม่เสียภาษีในระดับปริมาณ แต่มูลค่าจาก ๐.๐๑ นะครับ ๐๐๑ เป็น ๐.๑๐ แล้วก็ต่อไป จะขึ้นมา ยาเส้นก็มีเรื่องภาษี แต่ก็คงไม่มากมายนัก เพราะเปอร์เซ็นต์มันน้อย เป็นต้น ท่านประธานครับ วันนี้ต้องเรียนว่าในส่วนของที่ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพวกเรากังวล ก็คงเป็นเรื่องที่รัฐบาลเองเร่งแก้ไขนะครับ เพราะว่าเขารอมาตั้งแต่เราเปิดสภาใหม่ ๆ ปี ๒๕๖๒ แล้วก็ยาวมาถึงคณะกรรมาธิการชุดนี้ แล้วก็สภาชุดนี้นะครับ ที่สำคัญก็คือสมาคม ทุกสมาคม ทุกท่านเขาฝากความหวังกับพวกเรา การช่วยเหลือเอย การชดเชยเอย ตั้งกองทุนหมุนเวียนก็ดี การให้มีการพักชำระหนี้ การเลื่อนการเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้า ต้องปราบปรามดูแลให้ดี ไม่ใช่เอาขึ้นมาแข่งขัน รวมทั้งการใช้พิเศษคือสารสกัดจากบุหรี่ เอาไปทำทางเลือกกำจัดศัตรูพืชขึ้นมาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับจากยาสูบนะครับ เพราะฉะนั้นนำเรียนว่าวันนี้ต้องขอบคุณทางคณะท่านประธานได้ให้พวกเราได้พูด ได้อภิปรายในเรื่องของบุหรี่ยาสูบที่พี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อนกันทั่วประเทศนะครับ วันนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน โดยเฉพาะท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ท่านอุบลศักดิ์ แล้วก็ อีกหลายท่านที่อยู่ตรงนี้ของท่านนิยม แล้วก็คุณหมอกิตติศักดิ์ พวกเราขอขอบคุณ แล้วก็ จะได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาตรงนี้ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานมาก ๆ ครับ