สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ หารือปัญหาสายไฟฟ้าและสายสื่อสารรกรุงรัง โดยเฉพาะในพื้นที่ชานเมืองที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการลงท่อสายใต้ดินและกำกับดูแลการนำสายที่ไม่ใช้งานออกอย่างมีประสิทธิภาพ ชี้ถึงความขัดแย้งระหว่างภาพลักษณ์ความเร็วอินเทอร์เน็ตอันดับหนึ่งของโลกกับการบริหารจัดการสายสื่อสารที่ล้าช้าและไร้ประสิทธิภาพ จึงสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อเร่งขับเคลื่อนการจัดระเบียบสายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนา และเขตพระโขนงครับ วันนี้ผมจะขออภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาการจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงดินทั่วประเทศครับ ผมขอขอบคุณ เพื่อนสมาชิกที่ยื่นญัตตินี้ขึ้นมานะครับ แล้วก็ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่มีเรื่องนี้ แต่ก็มีความกังวล ขึ้นมาครับ เพราะเรื่องนี้ผมเคยได้ยินมาเป็น ๑๐ ปีก่อนที่จะมาเป็น ส.ส. ว่ามีแนวคิด จะทำโครงการสายไฟ สายสื่อสารลงดิน แต่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นความคืบหน้า และพูดได้ว่า เห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลงด้วยในส่วนของภูมิทัศน์สายสื่อสาร สายไฟฟ้า ผมขอยกตัวอย่างเรื่องที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครและเป็นข่าวขึ้นมาก็คือ ทางกรุงเทพมหานครเอง และสำนักงาน กสทช. ก็เคยได้แถลงข่าวว่าจะทำให้กรุงเทพมหานคร เป็นมหานครไร้สายภายในเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๖๔ ก็อีกแค่ไม่กี่เดือนครับ แต่ผ่านมาเกือบ ๒ ปี ผมเข้าไปดูที่เว็บไซต์ (Website) กรุงเทพธนาคมซึ่งเป็นบริษัทภายใต้สังกัด กรุงเทพมหานคร รับผิดชอบโพรเจกต์ (Project) นี้มีความคืบหน้าเพียงแค่ ๗ กิโลเมตรกว่า เท่านั้นจากในพื้นที่ถนน ๔ พื้นที่ที่ลงไปในเว็บไซต์ (Website) ก็คือพื้นที่ถนนวิทยุ ถนนรัชดาภิเษก ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ครับ มีความคืบหน้าเพียงแค่ถนนละ ๑-๒ กิโลเมตรเท่านั้น ก็ไม่แน่ใจว่าที่ทำมาเพียงแค่บางส่วน ๆ มันจะมีผลสำเร็จมากน้อย แค่ไหนครับ อันนี้คือเรื่องหนึ่งที่ผมเป็นกังวลว่าเมื่อตั้งคณะกรรมาธิการแล้วจะใส่ใจ และสานต่อให้มีความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนครับ ผมขอยกตัวอย่าง มีทั้งข่าวดีและข่าวไม่ดี ในข่าวนี้ที่จะพูดถึง เมื่อประมาณ ๒ สัปดาห์ที่แล้วในโลกออนไลน์ (Online) มีการแชร์ (Share) กัน และให้ข้อมูลว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเร็วอินเทอร์เน็ต (Internet) บ้าน หรือเรียกว่า ฟิกซ์บรอดแบนด์ (Fix Broadband) สูงเป็นอันดับ ๑ ของโลก ก็ตามมาด้วย ประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง โรมาเนีย และสวิสเซอร์แลนด์ เป็นอันดับ ๒-๕ ครับ ถือว่าเป็น ความน่าชื่นชมที่อินเทอร์เน็ต (Internet) ของเราสูงติดอันดับ ๑ ของโลก แต่ว่ามันก็แลกมา กับสายสื่อสารที่รกรุงรัง หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงตรงนี้ก็หนีไม่พ้นกับสำนักงาน กสทช. ที่จะต้องกำกับดูแลโอเพอเรเตอร์ (Operator) ให้ดูแลติดตั้งอย่างเป็นระเบียบ และไม่ให้เกิดอันตรายเกิดขึ้นครับ
อีกหน่วยงานหนึ่ง ถ้าให้นับในกรุงเทพฯ ก็คือการไฟฟ้านครหลวงที่เป็น เจ้าของสายไฟ สายไฟต้นนั้นจริง ๆ แล้วตามปกติโอเพอเรเตอร์ (Operator) ที่ให้บริการ อินเทอร์เน็ต (Internet) ถ้าจะติดตั้งบนสายไฟฟ้าจะต้องขออนุญาตไปทางการไฟฟ้า นครหลวงและสำนักงาน กสทช. แต่ท่านก็จะเห็นว่าถ้าไปเดินตามห้าง ผู้ที่ให้บริการมักจะ บอกว่าตัดสินใจรับบริการติดตั้งภายในวันนี้วัน พรุ่งนี้จะไปติดตั้งให้ที่บ้านได้เลย ผมก็ ไม่แน่ใจว่าเขาไปขออนุญาตกันอยู่ในขั้นตอนไหนเพียงแค่เวลาไม่ถึง ๑ วันนะครับ อันนี้ก็ฝาก ให้กำชับดูแลเป็นพิเศษด้วย อีกข่าวหนึ่งครับ เป็นข่าวที่เกิดการสูญเสียเกี่ยวกับญัตติ ที่เราพูดถึง ก็คือเหตุการณ์อุบัติเหตุถนนลำลูกกา คลอง ๔ จังหวัดปทุมธานี ที่มีผู้ประสบ อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เกี่ยวสายไฟฟ้าล้มลงนะครับ แล้วก็เป็นที่น่าเสียใจว่ารถกระบะที่ขับ ตามมานี่ก็ไม่สามารถที่จะหลบได้ทันทำให้เสียชีวิต ผมขอแสดงความเสียใจด้วย คือเรื่องนี้ เรื่องสายไฟฟ้าลงดิน นอกจากเรื่องของภูมิทัศน์มันก็อาจจะพอที่จะชะลอหรือว่าอาจจะ เกี่ยวกับงบประมาณที่สิ้นเปลืองไปได้ เพียงแต่ว่าในเรื่องของความสูญเสียในร่างกายและชีวิต มันก็เป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากครับ ทำให้ญัตตินี้มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องใส่ใจและดูแล เป็นพิเศษครับ
นอกจากที่ผมกล่าวมาแล้ว ในคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ผมอยู่แล้วก็เคยได้นำเอาวาระนี้เข้ามาพิจารณาเช่นกัน ผมก็ทราบถึงว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้านครหลวง กรุงเทพมหานคร สำนักงาน กสทช. เขาก็มีโครงการที่จะผลักดันดูแลตรงนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าก็ไม่ได้ทำกัน อย่างต่อเนื่องและจริงจัง หน่วยงานการไฟฟ้าเองก็มีหน่วยงานที่ดูแลมากกว่า ๑ หน่วยงานตรงนี้ กรุงเทพฯ เอง ที่เข้ามาชี้แจงก็ไม่ใช่เป็นหน่วยงานที่ดูแลตรง ทำให้การขับเคลื่อนหรือความคืบหน้าก็ไม่ได้ เป็นไปอย่างที่ตั้งใจไว้ครับ ทางการไฟฟ้านครหลวงเองให้ข้อมูลว่าพื้นที่ลำดับแรก ๆ ที่เขาจะ เอาสายไฟฟ้าลงดินนั้นจะเป็นพื้นที่ที่มีช่องจราจร ๔ เลน (4 Lane) ขึ้นไป ตรงนั้นน่าจะเป็น การดำเนินการที่ทำง่ายกับทางการไฟฟ้านครหลวงครับ เพียงแต่ว่าประโยชน์สูงสุดมันไม่ได้ เกิดกับประชาชนและอันตรายก็ไม่ได้ลดลง เพราะว่าพื้นที่ที่มีปัญหาจริง ๆ เป็นพื้นที่ ที่ค่อนข้างแคบ อย่างชานเมืองในกรุงเทพฯ มีถนนเพียงแค่ ๒ เลน (2 Lane) สวนกัน อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้จากรถบรรทุกที่วิ่งสวนไปสวนมา หรือรถมอเตอร์ไซค์เองก็ตามถ้ามี สายระโยงระยางตามพื้นดินครับ ก็ผมเคยเสนอว่าควรจะคำนึงตรงนี้เป็นพิเศษด้วย ที่จะให้ ข้อมูลเพิ่มเติม ก็คือสายไฟฟ้าที่เราเห็นอยู่มีด้วยกันเป็น ๓ ส่วน คือ สายฟ้าแรงสูง สายฟ้าแรงต่ำ อยู่ด้านบนทั้งคู่ ส่วนที่อยู่ต่ำสุดที่มีปัญหาสุดคือสายสื่อสารครับ สายสื่อสาร ที่เราเห็นกันมากมายปัจจุบันที่มีใช้มีอยู่ก็เยอะ แต่ปัจจุบันที่บริษัทล้มเลิกกิจการ หรือว่า สูญหายไปแล้วก็คือที่เราเคยเห็นอยู่แพคลิงค์ (Packling) เพจเจอร์ (Pager) จริง ๆ เขาจะต้องมีหน้าที่นำสายลงไปด้วย เพียงแต่ว่าเขายกเลิกกิจการแล้ว ตรงนี้ก็ควรจะต้องเป็น หน้าที่บทบาทของ กสทช. ที่จะทำอย่างไรก็ได้ให้สายที่ไม่ได้ใช้แล้วออกไปจากในพื้นที่ เสาไฟฟ้าที่เราเห็นอยู่ครับ ผมก็ฝากถึง แล้วก็อยากให้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะ แต่งตั้งขึ้นมานี้ก็คงจะรับภาระความรับผิดชอบ ศึกษาค่อนข้างสูง แต่ก็อยากให้กำลังใจ ให้สำเร็จไปด้วยดีนะครับ ขอบคุณครับ