สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาการนำสายไฟและสายสื่อสารลงใต้ดิน โดยเน้นความจำเป็นด้านความปลอดภัย ความเสียหายจากอัคคีภัย และภาระค่าใช้จ่ายที่สูงสำหรับประชาชนและเอกชน พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนระเบียบเงินอุดหนุนเพื่อให้ท้องถิ่นสามารถใช้เงินสะสมดำเนินการได้ และเสนอให้ขยายกรอบการทำงานไปครอบคลุมปัญหาค่าไฟฟ้าการเกษตรและการลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนญัตติที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอขึ้นมาทั้ง ๔ ร่าง ก็คือร่างเพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาพิจารณาระบบสายไฟ และสายสื่อสารลงใต้ดินทั่วประเทศ ท่านประธานครับ เหตุผลดังที่ท่านผู้เสนอร่างท่านได้พูด มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลเรื่องความสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลเรื่องความปลอดภัย สิ่งที่ผมให้ความสำคัญมากในประเด็นนี้ ก็คือเหตุผลเรื่องความปลอดภัยและมูลค่า ทางเศรษฐกิจครับ ต้องกราบเรียนว่าจากข้อมูลที่เราได้เคยเห็นมานั้นการเกิดอัคคีภัยในเขต ชุมชน ถ้าถามถึงสาเหตุของการเกิดอัคคีภัย ๑๐ เหตุ ไม่น้อยกว่า ๑ เหตุที่เกิดจากสายไฟ ที่ลัดวงจร และสายไฟไม่ใช่สายไฟในบ้านนะครับ เป็นสายไฟฟ้า สายสัญญาณโทรศัพท์ ที่รกรุงรังและเป็นสาเหตุให้เกิดอัคคีภัย แล้วถ้าเราไปดูถึงระเบียบในการเบิกจ่ายเราก็จะเห็น ได้เลยว่าถ้ากรณีเกิดอัคคีภัย ท้องถิ่น หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเยียวยาเขาได้ไม่เกิน ๓๕,๐๐๐ บาท ท่านจะเสียล้านบาท ท่านจะเสีย ๑๐ ล้านบาท ท่านจะเสีย ๒๐ ล้านบาท ก็ไม่เกิน ๓๕,๐๐๐ บาท ถ้ามีคนเสียชีวิตก็ได้เพิ่มอีก ๒๕,๐๐๐ บาท นี่คือความเสียหาย อย่างมหาศาลที่มันประเมินความคุ้มค่า ประเมินค่าไม่ได้ ฉะนั้นการที่จะจัดระเบียบสายไฟและ สายสื่อสารหลบใต้ดินนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งครับ แต่มันก็ยังมีข้อจำกัดหลายอย่าง รายงานที่เขาประกอบการพิจารณาในครั้งนี้เขาได้ยกตัวอย่างให้ดูว่ามติ ครม. มีมติว่าจะมี การเอาสายไฟลงดินระยะทางทั้งสิ้น ๓๐ กว่ากิโลเมตร เป็นเงิน ๒,๒๐๐ ล้านบาท และกำหนดด้วยว่าจะเป็นเมืองไหน เมืองไหน เมืองไหน กำหนดจุดชัดเจนครับ อันนี้คือ การรอการช่วยเหลือจากภาครัฐมาส่งเสริมการท่องเที่ยว
คำถามต่อไปก็คือ แล้วหากท้องถิ่นอยากจะทำเอง ทำได้ไหม ทำได้ครับ แต่ท้องถิ่นก็ยังมีข้อจำกัด วันนี้ท่านประธานครับ หากท้องถิ่นต้องการจะจัดระเบียบ สายไฟ ต้องการจะเอาสายไฟลงใต้ดินนั้น ก็มีระเบียบครับว่าท้องถิ่นจะต้องทำการอุดหนุน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคประเมินการมาเท่าใด ท้องถิ่นก็อุดหนุนไป การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคลงทุนเรื่องสายไฟ เรื่องระบบ ท้องถิ่นลงทุนเรื่องสาธารณูปโภค ปัญหาก็คือท้องถิ่นบอกว่าไม่สามารถทำได้หรอกเพราะมันเป็นเรื่องทางเทคนิค มันเป็นเรื่อง ทางเทคนิคที่มีความละเอียดอ่อน การไฟฟ้าต้องหาผู้มาดำเนินการเอง ท้องถิ่นจึงต้องเลือก วิธีจ่ายเงินอุดหนุน และระเบียบ วิธีจ่ายเงินของท้องถิ่นมีวิธีเดียวครับ คือการจ่ายขาดเงิน อุดหนุน อุดหนุนเข้าไป เขาจะทำอย่างไรก็ไปทำ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท้องถิ่นอุดหนุน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ระเบียบตัวนี้เป็นข้อจำกัดครับ คำถามก็คือวันนี้การเอาเสาไฟลงดิน ถ้าดูจาก มติ ครม. ที่อนุมัติ ๓๐ กว่ากิโลเมตร ราคา ๒,๒๐๐ กว่าล้านบาท ตกกิโลเมตรละ ๖๐ กว่าล้านบาท อุดหนุน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ อุดหนุน ๒๐ กว่าล้านบาทต่อ ๑ กิโลเมตร มันต้องท้องถิ่นขนาดไหนครับถึงจะมีความสามารถในการทำได้ ประเด็นแรก ที่ผมคิดว่า คณะกรรมาธิการจะต้องมาพิจารณาคือ
๑. คือเปิดกรอบระเบียบว่าถ้าไม่ใช่เงินอุดหนุนอย่างเดียว เป็นเงินสะสม ที่ท้องถิ่นเขามีสามารถทำได้ไหม เราต้องมาศึกษา เปิดระเบียบให้เขาก่อน
อย่างที่ ๒ คณะกรรมาธิการต้องมาดูด้วยว่าทำอย่างไรการเอาสายไฟลงดินนี้ จะถูกลง การเอาสายไฟลงดินเป็นประโยชน์มหาชนครับ มันไม่ควรจะเป็นเรื่องที่ว่า มือใครยาวสาวได้สาวเอา คนตัวใหญ่แข็งแรงกว่า คนตัวเล็กไม่มีโอกาสอยู่วันยังค่ำ มันไม่ถูกครับ มันจะต้องมีวิธี มันจะต้องหาวิธีว่าทำอย่างไรการเอาสายไฟลงดินนั้นจะไม่เป็นภาระกับ ภาษีมากเกินไป วันนี้อย่าลืมนะครับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็น กสทช. ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารโทรคมนาคม ทุกเจ้าสภาพ ทางการเงินดีหมด การประกอบการมีกำไรหมด ทำอย่างไรภาระเหล่านี้ประชาชนจะได้รับ การลดหย่อน อันนี้พูดถึงภาครัฐ เอาละ มีท่านคณะกรรมาธิการ มีท่านผู้เสนอหลายท่าน มีท่านสมาชิกหลายท่านบอกว่าบางครั้งเราอาจจะส่งเสริมให้เอกชนเขาทำเองบ้างก็ได้ มันไม่มีทางทำได้หรอกครับ ถ้าวันนี้ส่วนต่างของการเอาสายไฟในระบบปกติลงไปอยู่ข้างล่าง ราคามันต่างกันถึง ๑๐ เท่า ผมยกตัวอย่างครับ วันนี้ถ้าเอกชนจะขอขยายไฟ สายไฟระบบ ปกติใช้เงินประมาณ ๑ ล้านบาท เอาละ เขาก็บอกว่าถ้าเขาเอาลงดิน แพงกว่ากันสัก ๒ เท่า เป็น ๒ ล้านบาท หรือ ๓ ล้านบาท เขาอาจจะกัดฟันทน การไฟฟ้าคิดราคาออกมา ๑๒ ล้านบาท คำถามคือมันจะมีเอกชนประเภทใดที่เขาจะยอมเอาสายไฟลงดิน ให้ราคาที่ต่างขนาดนั้น สุดท้ายภาระก็ไปตกอยู่กับผู้บริโภค ผมหวังครับ อยากจะให้ คณะกรรมาธิการคณะนี้ได้ขยายผลต่อไปอีกครับ นอกจากการจัดระเบียบสายไฟแล้ว ในเมื่อหน่วยงานที่จะมาร่วมกันเกี่ยวข้องกันมันเกี่ยวข้องหลายอย่างครับ ไฟฟ้าการเกษตรครับ วันนี้อยากจะฝากคณะกรรมาธิการด้วยครับว่าท่านขยายกรอบออกไปอีกสักนิดหนึ่ง ลองดูครับ ไฟฟ้าการเกษตร ที่วันนี้เปิดสภามาทุกวันสมาชิกทุกท่านหารือเรื่องไฟฟ้า การเกษตรหมด มันไม่ได้มีปัญหาแค่ว่าขาดครับ ปัญหามันคือว่าจ่ายเงินไปแล้ว อีก ๒ ปี ก็ยังไม่ได้ติด อีก ๓ ปีก็ยังไม่ได้ติด ทำอย่างไรจะแก้ปัญหานี้ได้ ยังอยากจะให้ขยายผล ไปถึงมิเตอร์ไฟ อย่างที่ท่าน ส.ส. มัลลิกาพูดครับ ไม่ใช่แค่ความทันสมัยอย่างเดียวครับ ไฟฟ้าเพื่อสาธารณประโยชน์ ที่เขาจะต้องจ่ายค่าไฟในอัตราอุตสาหกรรม ทำอย่างไร จะลดภาระเหล่านี้ให้กับประชาชน ดังนั้นต้องขอฝากคณะกรรมาธิการคณะนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ