สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

สมชาย ฝั่งชลจิตร หารือเรื่องปัญหาช้างป่า โดยพูดว่า ช้างป่าไม่ได้เป็นศัตรู แต่เป็นปัญหาที่เกิดจากการที่มนุษย์ทำลายพื้นที่ป่าและทำให้ช้างไม่มีที่หากิน ช้างป่าจึงต้องเดินขึ้นไปในที่สูงเพื่อหาอาหาร และมนุษย์จึงมองว่าช้างเป็นศัตรูและทำร้ายช้าง

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนการตั้งญัตติในเรื่องของ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาช้างป่า แน่นอนครับ ปัญหาช้างป่าในปัจจุบัน เป็นปัญหาที่เหมือนกับเป็นการเปิดศึกสงครามระหว่างพี่น้องภาคเกษตรกรกับช้างป่า ขอบคุณท่าน ส.ส. เชียงราย ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เพราะว่า ท่านพยายามที่จะพูดในนามของช้าง แต่ผมขออนุญาตท่านประธานว่าขอพูดด้วยหัวใจของช้าง หลายปีที่ผ่านมาบ้านผมก็มีปัญหา เรื่องช้างที่อำเภอพรหมคีรี แน่นอนครับ พื้นที่ในภาคเกษตรกรรมของพี่น้องได้รับผลกระทบ บางครั้งชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องก็สูญเสีย โดยเฉพาะพี่น้องที่สูญเสียจากการทำร้าย ร่างกาย จนกระทั่งถึงแก่ความตายในปีละหลาย ๆ คน ในแต่ละพื้นที่ของประเทศ ช้างบางส่วนเป็นช้างที่ข้ามชายแดนไปมาระหว่างเพื่อนบ้าน นี่ก็ต้องเป็นพื้นที่ที่เป็นเขต รอยต่อ ท่านประธานครับ ถ้าผมเป็นช้าง วันนี้ท่านประธานทราบไหมครับว่าพื้นที่ป่าของผม ที่เคยอุดมสมบูรณ์มันถูกทำให้เล็กลง เล็กลงด้วยวิธีไหนครับ ก็อาจจะเป็นการเข้าไป ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน และปัญหาที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ มันส่งผลกระทบต่อ การชดเชยความเสียหายที่เกิดจากการทำร้ายของพวกผมซึ่งเป็นช้าง แน่นอนครับ พื้นที่ หากินของพวกผม แม้อยู่ในพื้นที่ป่าจำนวนมหาศาล แต่ป่ามันถูกทำให้เล็กลง พื้นที่ที่เป็น แหล่งหากินของพวกผมคือที่แนวราบในพื้นที่ป่าเขา เราอาจจะอยู่ในพื้นที่สูงของภูเขาก็ได้ แต่เราต้องลงมาหากินในแหล่งที่มีดินโป่ง ในแหล่งที่เป็นพื้นราบที่มีพืชพันธุ์ธัญญาหาร อุดมสมบูรณ์ในที่ราบ และที่ราบเหล่านั้นมันหายไปจากเทือกเขาและผืนป่าของพวกผม มหาศาลเลยทีเดียว เพราะมันกลายเป็นแปลงเกษตรของมนุษย์ นี่คือผืนป่าของผมหายไป และมนุษย์ก็ชี้หน้าว่าพวกผมต้องไปอยู่ในที่สูง ไต่เทือกเขาขึ้นไปในที่สูงเพื่อให้ไปอยู่ที่นั่น ไม่ใช่ที่ของพวกเรา เราก็ถูกไล่ขึ้นไปอยู่ ยิ่งป่าสูงขึ้น สูงขึ้น สูงขึ้น พอกลับลงมาที่จะหาแหล่ง ที่กินดังเดิมก็กลายเป็นพื้นที่เกษตรของมนุษย์ไปหมดแล้ว และมนุษย์ก็ทำให้ผืนป่า ของพวกเราหายไปอีกด้วยการตัดถนนหนทางเข้าไปในแนวราบ ซึ่งเป็นทางเดินและเป็น แหล่งอาหารของพวกเรา ผืนป่าซึ่งเป็นผืนใหญ่ในหลาย ๆ ล้านไร่ในแต่ละพื้นที่กลายเป็น แปลงเล็ก ๆ เราต้องเดินผ่านลงไปถนน และมนุษย์ก็บอกว่ากีดขวางเส้นทางจราจรในการขับรถ ให้สะดวกสบายในผืนป่า ซึ่งทำถนนเข้าไปนั่นก็เป็นทางเดินของพวกผม แน่นอนครับ เมื่อมนุษย์เจอกับพวกผม มนุษย์มักจะมองว่าเราเป็นศัตรูในส่วนของการทำลายพืชผลบ้าง มนุษย์ก็ใช้กระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้อาวุธ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เสียง ทำให้พวกผม โกรธนะ ช้างก็โกรธเป็น โมโหเป็น เมื่อมนุษย์ทำให้เราหวาดกลัว เราก็ควรจะทำอะไร บางอย่างซึ่งเป็นการป้องกันตัวเองในสัญชาตญาณของความเป็นช้าง เราอาจจะทำลาย ชีวิตมนุษย์ ทำร้ายมนุษย์ให้บาดเจ็บหรือล้มตาย นี่เพราะความจำเป็นที่เราต้องเกิด ความหวาดกลัว ขณะเดียวกันความเป็นช้างเราก็มีเหมือนกับความเป็นมนุษย์ เรามีครอบครัว เรามีลูก เราต้องพาลูกของเรา พาครอบครัวของเราไปหาอาหารเพื่อประทังชีวิตในพื้นที่ ที่พอจะเหลือ แต่มันเหลือน้อยมาก ท่านประธานครับ ถ้าจะแก้ปัญหาของพวกผม ต้องเอาใจ พวกผมไปดูด้วย คนที่ถูกทำร้ายส่วนใหญ่ไม่รู้จักช้าง ช้างหวงมากที่สุดคือลูกของช้าง ในโขลงไหนของช้างที่มีช้างลูกตัวเล็ก ๆ อยู่ พ่อของมันจะยืนเฝ้าระวังในเส้นทางที่ห่างจาก ลูกอยู่เป็นร้อยเมตรเพื่อซุ่มทำร้ายศัตรูที่อาจจะไปทำร้ายลูกเขา นี่คือต้นเหตุหนึ่งที่เราต้อง ทำร้ายมนุษย์เพราะเราหวาดกลัวว่าลูกเราจะเดือดร้อนและถูกมนุษย์ทำลาย ท่านประธานครับ แนวทางที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าจะแก้ปัญหาด้วยการทำโขลงช้าง ทำโขลงช้างในผืนป่า นี่ก็คือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และจุดที่ต้องโฟกัสไปให้ได้ว่าจะให้ เราอยู่อย่างไรโดยปราศจากอันตรายจากมนุษย์ เราจะอยู่อย่างไรที่เราไม่สามารถไปหา แหล่งอาหารที่ไม่ไกลเกินกว่าแหล่งพักอาศัยปกติของเรา เราจะทำอย่างไรมนุษย์ควรจะบอก และค้นคว้าให้ได้ว่าพวกเราเดินไปตามเส้นทางไหน แหล่งที่จะไปหาอาหาร แหล่งที่จะไปหา แหล่งน้ำ แหล่งดินโป่ง อย่าต้อนเราขึ้นบนยอดพลูให้มากนัก เว้นที่ราบ ๆ ให้เป็นแหล่ง อาหารของพวกเราบ้าง นี่คือแนวทางที่จะแก้ปัญหาจากหัวใจของช้างครับ ขอบคุณครับ