นริศ ขำนุรักษ์ หารือปัญหาช้างทั้งด้านการบุกรุกที่อยู่อาศัย การทำลายพื้นที่เกษตรกรรม การลักลอบค้าช้างและงาช้าง รวมถึงความกำกวมในสถานะทางกฎหมาย เน้นความจำเป็นในการศึกษาและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยเสนอให้มีการจัดทำกฎหมายเฉพาะว่าด้วยช้างฉบับสมบูรณ์ สนับสนุนการเชื่อมต่อพื้นที่ป่าอนุรักษ์ การจัดการทะเบียนช้างด้วยไมโครชิป และการพิจารณาจัดช้างเป็นสัตว์ป่าสงวนเนื่องจากอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ แม้ญัตติทั้ง ๔ ญัตติจะมี เพียงเฉพาะการแก้ไขปัญหาช้างบุกรุกที่ดินทำกิน ช้างทำความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน และญัตติที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาผลกระทบจากการทำความเสียหาย ของช้างเท่านั้นนะครับ แต่ว่ากระผมขออนุญาตเสนอทางคณะกรรมาธิการว่าได้เวลาที่เราจะได้ศึกษาปัญหาเกี่ยวกับช้าง ให้ครบถ้วนทั้งระบบเลยนะครับ โดยใช้คณะกรรมาธิการชุดนี้โดยจะเป็นผลงาน ของสภาชุดนี้ ผมคิดว่าน่าจะได้เวลาที่เราจะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะหลายประเทศ ให้ช้างเป็นสัตว์ป่าอย่างเดียว บางประเทศให้ช้างเป็นสัตว์พาหนะอย่างเดียว แต่ประเทศไทย ช้างเป็นทั้งสัตว์พาหนะที่ดูแลโดยกระทรวงมหาดไทยกับช้างเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่ดูแล โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผมในฐานะที่จบการศึกษาด้านสัตว์ป่า ทำงาน ด้านนี้มาหลายปี แล้วก็เป็นอดีตประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม พอสรุปปัญหาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับช้างป่าได้ ๑๑ ประการ
ประการที่ ๑ ที่อยู่อาศัยของช้างป่าถูกบุกรุก ประเด็นที่ ๒ ที่ทำมาหากิน ของช้างป่าถูกบุกรุก ปัญหาที่ ๓ ช้างทำลายพืชไร่ของพี่น้องประชาชน รวมทั้งปัญหาค่าชดเชย เยียวยาที่ไม่เพียงพอ ๔. ช้างทำร้ายชีวิตคนที่ขัดขวางต่อการแสดงพฤติกรรมของช้าง ๕. การจับลูกช้างสวมมาเป็นช้างบ้านซึ่งเป็นข่าวอยู่เป็นระยะ ๆ ๖. มีการลักลอบนำช้าง จากต่างประเทศสวมเป็นช้างไทย ๘. เรื่องเกี่ยวกับตั๋วรูปพรรณช้างยังไม่ชัดเจน มีการปลอมตั๋ว ไม่สามารถสืบค้นประวัติจากตั๋วรูปพรรณได้ รวมทั้งการออกตั๋วรูปพรรณทำโดย กรมการปกครองฝ่ายเดียว ซึ่งน่าจะมีกรมปศุสัตว์ และน่าจะมีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าร่วมทำตั๋วรูปพรรณด้วย ๙. เมื่อช้างตายไม่มีเอกสารรับรองเกี่ยวกับซากสัตว์ จากหน่วยงานใด ๑๐. เมื่อมีการตัดงาช้างไม่มีเอกสารรับรองจากหน่วยงานราชการ แล้วก็ ๑๑. การซื้อขายงาช้างเมื่อเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ไม่มีการรับรองการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ใด ๆ ทั้ง ๑๑ ประเด็นนี้เป็นประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องช้างทั้งสิ้น ผมจึงขออนุญาตได้เสนอ ไปยังคณะกรรมาธิการที่จะจัดตั้งขึ้นหลังจากที่เราอภิปรายกันจบสิ้นนี้ก็คือ ๑. ขอให้จัดทำ กฎหมายขึ้นมาเฉพาะเรื่องช้าง ที่จริงกฎหมายนี่เคยมีแล้ว มีพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ. ๑๑๙๙ เรามีพระราชบัญญัติช้างป่า พ.ศ. ๒๔๖๔ และ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี ๒๕๐๓ และ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี ๒๕๓๕ แต่ว่าผมคิดว่าได้เวลาที่เราจะทำ กฎหมายเกี่ยวกับช้างให้ครบถ้วน ทั้งการค้าช้าง งาช้าง ปางช้าง ช้างป่า ช้างบ้านให้ครบถ้วน อยู่ในฉบับเดียวกัน
๒. ผมเห็นด้วยที่จะให้มีการศึกษาการเชื่อมป่าระหว่างป่าอนุรักษ์ใหญ่ ๆ ที่ตัดออกจากกัน เมื่อตัดออกจากกันนี่เท่ากับว่าเราจำกัดพฤติกรรมของสัตว์ไม่ให้สามารถ เคลื่อนย้ายได้ จึงทำให้สัตว์มีปัญหาเดินออกมาจากป่าอนุรักษ์ การเชื่อมป่าไม่ว่าจะเป็น ป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรีกับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ กับอุทยานเขื่อนศรีนครินทร์ การเชื่อมป่าเหล่านี้จะทำให้สัตว์สามารถเข้าแสดงพฤติกรรม ในพื้นที่เหล่านี้ได้
๓. ควรศึกษาการจัดทำแหล่งอาหาร แหล่งน้ำในอุทยาน หรือในป่าอนุรักษ์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าให้เพียงพอต่อฝูงช้างนั้น ๆ เพราะขณะนี้ประเทศไทยมีช้างป่า อยู่ประมาณ ๓๐๐ เชือก มีช้างบ้านอยู่ประมาณ ๓๐๐ เชือก ประชากรไม่มากแล้วนะครับ
๔. ให้มีการศึกษาเรื่องการปรับปรุงระเบียบ เพื่อดำเนินการค่าชดเชย ให้แก่ราษฎรที่ได้รับความเสียหายให้เพียงพอ ยุติธรรม และสมเหตุสมผล
๕. ให้ยกเลิกเส้นทาง ถนนที่ตัดผ่ากลางป่านะครับ หรือการตัดใหม่ก็ต้อง อ้อมป่า อย่าพยายามตัดเข้ากลางป่า เพราะจะทำให้เกิดกระทบต่อพฤติกรรมของสัตว์ป่า
๖. การจัดทำแนวรั้วกับป่ากับพื้นที่ชาวบ้านให้มีความเหมาะสม อาจจะเป็น รั้วไฟฟ้า อาจจะเป็นหลุมลึก อาจจะเป็นไม้หนามเหล่านี้แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละ พื้นที่
๗. ขอให้ศึกษาการควบคุมการนำเข้า ส่งออกงาช้างกับต่างประเทศ เพราะประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศค้าและทางผ่านของงาช้างอันดับ ๑ หรือ ๒ ของโลก ทุกปีครับ บางปีประเทศจีนมาอันดับ ๑ เราอันดับ ๒ บางปีประเทศไทยมาอันดับ ๑ ประเทศจีนเป็นอันดับ ๒ ซึ่งอยากให้คณะกรรมาธิการได้ศึกษาเรื่องนี้ เพื่อที่จะยับยั้งเรื่องนี้ด้วย
๘. ทำทะเบียนหรือรูปพรรณใหม่สำหรับช้าง ให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลายหน่วยงานเข้ามาทำทะเบียน โดยให้มีการฝังชิป (Chip) ไมโครชิป (Microchip) กับช้าง ทุกตัว โดยเฉพาะช้างบ้าน ซึ่งขณะนี้ก็ได้ทำไปแล้วส่วนหนึ่ง
แล้วผมกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องสุดท้ายก็คือขอให้รัฐบาลได้ตัดสินใจ ว่าจะเอาช้างเป็นช้างบ้านหรือช้างป่าที่มีอยู่ หากคงช้างบ้านและช้างป่าไว้ ๒ อย่าง สำหรับ ช้างป่านี่จะเอาเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองหรือสัตว์ป่าสงวน ถ้ารัฐบาลเห็นว่า ๓,๐๐๐ เชือก เหลือน้อยนิดและใกล้สูญพันธุ์ ก็ควรขยับสถานะช้างจากสัตว์ป่าคุ้มครองให้เป็นสัตว์ป่าสงวน ความเห็นส่วนตัวผมคิดว่าช้าง ๓,๐๐๐ เชือกนี่น้อยเกินไปมากแล้ว และอยู่ในสถานะ ใกล้สูญพันธุ์ ผมจึงอยากให้ช้างเป็นสัตว์ป่าสงวน ซึ่งเป็นสัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ ของประเทศนี้ จึงขออนุญาตได้กราบเรียนท่านประธานถึงปัญหาของช้างทั้งหมด และข้อเสนอไปยังคณะกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้น ขอให้รับข้อเสนอผมไปประกอบการพิจารณา ในการศึกษาเรื่องนี้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ