บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือปัญหาช้างป่าที่เพิ่มจำนวนและบุกรุกพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะในจังหวัดระยอง ซึ่งเกิดจากขาดแคลนอาหารและเกลือในป่า จนส่งผลให้ประชาชนได้รับอันตรายและมีผู้บาดเจ็บล้มตาย พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและบูรณาการมาตรการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและยั่งยืน รวมถึงการจัดโซนนิ่งพื้นที่ชัดเจน การติดตามช้างด้วยจีพีเอส การประกาศเขตภัยพิบัติ การเยียวยาที่เป็นธรรม และการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมีบทบาทในการจัดการปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมขออ่านญัตติที่ได้เสนอต่อประธานสภาดังนี้ครับ ขอเสนอ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ปัญหา ช้างป่าเพิ่มจำนวนบุกรุกที่ทำกินของเกษตรกรและเยียวยาผลกระทบอย่างยั่งยืน
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ตลอดระยะเวลาประมาณ ๑๐ ปี ที่ผ่านมา ประชากรช้างป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และเขตอุทยานแห่งชาติ เขาชะเมา-เขาวง ในจังหวัดระยอง และจังหวัดในภาคตะวันออก ตลอดจนภาคอื่น ๆ ของประเทศไทยได้เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากในระบบนิเวศของช้างไม่มีสัตว์ ที่เป็นผู้ล่า เช่น เสือโคร่ง ประกอบกับช้างป่าได้ลิ้มรสพืช ผลไม้ ทำให้ชอบลงมาหาอาหาร ในพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกรอย่างต่อเนื่องและรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ ของทางราชการจะใช้กำลังคนผลักดันช้างเข้าสู่ป่าอย่างสม่ำเสมอ แต่ก็ปรากฏว่ายังมีช้างป่า จำนวนมากเล็ดลอดบุกรุกทำลายพืชผลการเกษตร ทำลายทรัพย์สิน ตลอดจนร่างกาย และชีวิตของราษฎรอยู่เนือง ๆ นอกจากนี้ยังมีช้างป่าอีกจำนวนหนึ่งเดินทางข้ามถนนหลวงทำให้เกิดอุบัติเหตุจราจรบ่อย ๆ เป็นอันตรายต่อร่างกายชีวิตทั้งของประชาชนและช้างป่าอีกด้วย ปัจจุบันทางราชการยังไม่มี มาตรการแก้ปัญหาการเพิ่มจำนวนช้างป่า และแก้ปัญหาการบุกรุกของช้างป่าอย่างจริงจัง อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน และยังไม่มีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่า และยังไม่มีมาตรการควบคุมการเพิ่มจำนวนของประชากรช้างป่าอีกด้วย ดังนั้นจึงขอเสนอ ญัตติด่วนดังกล่าวมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแก้ปัญหาช้างป่าเพิ่มจำนวนบุกรุกที่ดินของเกษตรกรและเยียวยาผลกระทบอย่างยั่งยืน ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๕๑ ข้อ ๔๑ และข้อ ๑๒ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาต่อไป
ท่านประธานที่เคารพครับ ตามญัตติที่กระผมได้เสนอนั้น ปัญหาช้างป่า ในจังหวัดระยอง ในภาคตะวันออก รวมทั้งภาคอื่น ๆ ของประเทศไทยมารุนแรงเอาในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่เข้าใจว่าน่าจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศของโลกทำให้แหล่งอาหารในป่าอนุรักษ์มีลดน้อยลง ประกอบกับช้างป่า ได้เรียนรู้การกินอาหาร ซึ่งเป็นพืช ผัก ผลไม้ ที่พี่น้องประชาชนเพาะปลูกเพื่อการค้าขาย เพื่อเศรษฐกิจ ก็ทำให้ช้างป่านั้นไม่กลับไปสู่ในป่าอนุรักษ์เหมือนเดิม พฤติกรรมเมื่อประมาณ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว ช้างเวลาออกจากป่าเขาจะกลับไปนอนในป่า ปกติช้างจะหากินกลางคืน แล้วก็จะนอนกลางวัน ประมาณสักสี่โมงเย็น นักเรียนเลิกโรงเรียนช้างก็จะกลับป่า ประมาณตอนเช้าช้างก็จะกลับไปอยู่ป่าเพราะว่าจะไปนอนกลางวัน พอตกประมาณ ช่วงนักเรียนจะเลิกเขาก็จะออกมาในพื้นที่ทำกินของเกษตรกร เพราะฉะนั้นนักเรียน กับช้างป่าจะเจอกันประจำเลยนะครับ การนอนของช้างนี่ไม่ได้นอนหงาย นอนตะแคง เหมือนคนนะครับช้างจะยืนหลับอยู่ เขาใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงละครับ แล้วช้างก็ออกหากินต่อ เนื่องจากช้างตัวใหญ่แล้วการกินอาหารต้องกินวันหนึ่งประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ กิโลกรัม แล้วก็ จะต้องกินต่อเนื่องกันไป แล้วก็กินไปก็ถ่ายอุจจาระไป ซึ่งระบบนิเวศนี่ยกย่องให้ช้าง เป็นสัตว์ที่เกื้อกูลในระบบนิเวศนะครับ มีการแพร่พันธุ์ของเมล็ดพืชซึ่งอยู่ในมูลช้าง แล้วก็ เพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อการย่อยสลายของฮิวมัส (Humus) ในดินด้วยนะครับ อันนี้ ไม่เป็นที่สงสัยแต่อย่างใดว่าช้างมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศ แต่ในเมื่อระบบนิเวศ ได้เปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะภูมิอากาศ แล้วช้างป่าได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไป จนพี่น้องประชาชนจำนวนหนึ่งมีข้อสงสัยว่าช้างป่าเป็นช้างป่าจริงหรือไม่ เพราะทำไมถึงชอบ มาอยู่ใกล้ชิดกับบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนนะครับ เข้าไปอยู่ในโรงรถ เข้าไปอยู่ไปในครัว ส่วนหนึ่งเท่าที่วิเคราะห์ก็คือว่าช้างป่าน่าจะหิวเกลือ เพราะว่าโป่งเทียมหรือโป่งในดิน ในป่าอาจจะไม่เพียงพอ เพราะช้างก็ต้องการเกลือโซเดียมหรือเกลืออื่น ๆ นี่นะครับ จึงมีวิธีการที่นักอนุรักษ์ได้ทำ ทางราชการก็ทำ เอาเกลือจากนาเกลือที่มันปนดินอะไรนี่นะครับ ใส่เฮลิคอปเตอร์แล้วก็ไปฝังไว้ตามที่ต่าง ๆ ทำให้ช้างหรือสัตว์อื่นมาแทะเล็มโป่งเทียม ที่สร้างขึ้น เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าช้างป่าชอบมาวนเวียนแถวครัว เพราะครัวในชนบท เราจะไม่มีท่อระบายน้ำนะครับ ก็ล้างถ้วยล้างชามแล้วมีเกลือมีอะไรก็สาดลงไป ที่บริเวณรอบบ้าน ก็ทำให้ช้างได้กลิ่นเกลือคงจะหอมกลิ่นเกลือนั่นนะครับ ก็วนเวียนอยู่ แถวบ้านอยู่ประจำ จะมีรูปภาพที่อาสาผลักดันช้างถ่ายรูปส่งมาให้พี่น้องประชาชนเห็น ช้างจะเข้าไปอยู่ในบ้านในเรือนอยู่ประจำ ซึ่งช้างนั้นเป็นสัตว์ใหญ่ แต่ตาเล็ก ๆ ดูไม่น่ากลัว เมื่อทำเป็นตุ๊กตาก็น่ารักนะครับ แต่ในความเป็นจริงเมื่ออยู่ใกล้ชิดแล้วยากที่จะเดาพฤติกรรม ของช้างได้นะครับ นักอนุรักษ์บอกว่าถ้าหางชี้คือดุ กำลังมีอารมณ์โมโห ถ้าหางแกว่งไป แกว่งมาคืออารมณ์ดี แต่ว่าเท่าที่พี่น้องประชาชนได้พิสูจน์ดูแล้วว่าไม่ควรจะอยู่ใกล้ช้างป่า เลยนะครับ ระยะ ๕๐ เมตรขึ้นไป เขาเร็วมากในการที่จะเคลื่อนไหว เขาสามารถหยิบ ไม้หน้าสามขว้างสุนัขได้แม่นยำนะครับ เขาสามารถที่จะใช้งวงของเขาหยิบจับ ยังมีบอกว่า เปิดตู้เย็นได้นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือพฤติกรรมช้างที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะฉะนั้นนักวิชาการ หรือหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับสัตว์ป่าจะต้องศึกษาสิ่งนี้ว่ามันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว แล้วข้อเท็จจริงปัจจุบันมีพี่น้องประชาชนได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ในภาคตะวันออกผมนับเท่าที่ผมติดตามข่าว ประมาณ ๖ เดือนที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตประมาณ ๑๐ ราย อยู่ในพื้นที่เขตเลือกตั้งของผมคืออำเภอเชาชะเมาและอำเภอวังจันทร์ ๔ ราย ในช่วง ๖ เดือนที่ผ่านมา อยู่ที่อำเภอบ่อทอง อำเภอหนองใหญ่ ชลบุรี ติดกันในช่วงเวลา ไล่เลี่ยกันก็อีกประมาณ ๔ ราย มีพระภิกษุสงฆ์ด้วย เวลาบิณฑบาต พระรูปสุดท้ายก็จะได้รับ ภัยอันตรายจากช้างป่า ศพที่เสียชีวิตจากช้างป่านั้นน่าสมเพชเวทนาเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งชาวบ้าน เรียกว่าคิลลิง ฟิลด์ (Killing Field) คือว่าศีรษะ แขน ขา มันจะหลุด มันจะแหลกไป มีศพศพหนึ่งนะครับ นำไปชันสูตรที่โรงพยาบาลระยอง ปรากฏว่าศีรษะยังหาไม่เจอเลยครับ รุ่งไปอีกวันหนึ่งเพิ่งหาศีรษะเจอก็หิ้วศีรษะไปให้คุณหมอชันสูตรด้วย ซึ่งมันเป็นสภาพ ที่น่าสมเพชเวทนาเป็นอย่างยิ่งนะครับ ใครไม่ได้อยู่ใกล้ตรงนั้นจะไม่เข้าใจบริบทของ ความน่ากลัวของช้างป่า ส่วนหนึ่งคือคนอันตราย อีกส่วนหนึ่งก็สงสารช้างป่า เพราะช้างป่า เมื่อออกมาอยู่นอกเขตป่า เต็มไปด้วยสายไฟในการทำการเกษตรปั๊มน้ำต่าง ๆ ช้างก็ เกี่ยวสายไฟก็ทำให้ไฟชอร์ต (Short) ตายนะครับ ที่บอกว่าชาวบ้านทำรั้วไฟฟ้าแล้วชอร์ต (Short) ช้างตายถ้าทำถูกต้องไม่ตายครับ เพราะใช้ไฟแค่ ๑๒ โวลต์ (12 Volt) แต่แปลงให้เป็น แอมป์ (Amp) สูง ๆ ไว้สำหรับเป็นรั้วเลี้ยงวัวนะครับ อันนี้ไม่อันตราย แต่ถ้าใช้ไฟ ๒๒๐ โวลต์ (220 Volt) อันนั้นอันตรายจริง ๆ เพราะฉะนั้นช้างไม่ปลอดภัยจริง ๆ ช้างถูก รถเทรลเลอร์ (Trailer) ชนเสียชีวิต ปรากฏมาแล้วที่ถนนบ้านบึง-แกลง ที่อำเภอ หนองใหญ่ แล้วก็มีนักท่องเที่ยวเป็นวิศวกร เป็นคนทำงานเอกชน ขับรถเอชยูวี (HUV) จะไป จังหวัดจันทบุรี ก็มาชนช้างในช่วงเช้ามืดที่ถนนบ้านบึง-แกลงเช่นเดียวกัน เสียชีวิตเมื่อไม่กี่ปี ที่ผ่านมา ล่าสุดช้างไปถึงนิคมโรจนะ อำเภอบ้านค่าย ไปถึงปลวกแดง รูปที่ออกมานั้นนะครับ ก็มีเสาไฟ มีเสาไฟแรงสูง มีถนนหนทางมากมาย มีไฟจราจรด้วย แล้วข้างหลังไป ก็มีห้างสรรพสินค้าใหญ่อยู่ด้วย ซึ่งไปจากป่าอนุรักษ์นั้นห่างไปถึงเกิน ๕๐ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นที่ผ่านมาสถานการณ์เท่าที่ผมเรียนนี้มีปัญหา มีข้อเท็จจริงจริง ๆ นะครับ อยากจะนำเรียนท่านประธานถึงเพื่อนสมาชิกว่ามีปัญหาจริง
เรื่องประเด็นเยียวยา การเยียวยาปัจจุบันก็มีปัญหาจริง ๆ จังหวัดระยอง ในช่วงผู้ว่าราชการจังหวัดท่านที่แล้วนะครับ ไม่เคยประกาศเขตภัยพิบัติช้างป่าเลย ขณะที่ จังหวัดฉะเชิงเทรามีการประกาศเขตภัยพิบัติ เพื่อนำเงินระเบียบการเยียวยาออกมาให้พี่น้อง ประชาชนได้ถึงประมาณ ๖๐ กว่าครั้งต่อปีในปีเดียวกัน แต่จังหวัดต่างกัน ส่วนจังหวัดตราดนั้น มีกองทุนเยียวยาด้วย ก็จะมีอะไรที่แตกต่างกัน ไม่เหมือนกันในแต่ละจังหวัด พี่น้อง ประชาชนก็เกิดการเปรียบเทียบว่าเขาบาดเจ็บ เสียชีวิต ล้มตาย พืชผลการเกษตรเสียหาย ทางราชการดูแลไม่มีความเท่าเทียมกัน มีความเหลื่อมล้ำกัน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ สภาผู้แทนราษฎร โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นนี้จะต้องไปศึกษาว่าจะทำอย่างไร ให้ใช้บูรณาการทุกภาคส่วนหน่วยงาน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและช่วยเหลือช้าง ให้ปลอดภัย กรณีไม่ปลอดภัยก็มีการเยียวยาทุกกรณีอย่างเป็นธรรม และเร่งด่วนนะครับ พี่น้องประชาชนขณะนี้เกิดความเบื่อหน่าย แรก ๆ ก็ช้างกับคนก็พอจะอยู่ด้วยกันได้เพราะว่า เบาบาง ระยะหลัง ๆ ช้างไม่กลับป่านะครับ นักอนุรักษ์บอกว่าช้างป่าอยู่นอกป่าอนุรักษ์ มากกว่าอยู่ในป่าอนุรักษ์ ป่ารอยต่อภาคตะวันออกมีทั้งหมด ๑,๒๐๐,๐๐๐ ไร่ ขณะนี้มีช้างอยู่ น้อยกว่าที่อยู่ข้างนอกนะครับ จำนวนประชากรช้างที่แท้จริงก็ไม่มีใครรู้ เพราะเรารู้ อย่างเดียวว่าช้างสืบพันธุ์ ๘ เปอร์เซ็นต์ ถ้าอยู่ในที่ที่กันดาร แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่ที่มีอาหาร สมบูรณ์อย่างนี้ก็สืบพันธุ์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นย่อมหมายความว่าช้าง ๑๐๐ ตัว อีก ๑๐ ปี จะกลายเป็น ๒๐๐ ตัว ถัดไปอีก ๑๐ ปีจะเป็น ๔๐๐ ตัว เพราะฉะนั้นป่า ๑,๒๐๐,๐๐๐ ไร่ ที่ไม่มีความอุดมสมบูรณ์ขณะนั้น ในอดีตเคยมีการอพยพผู้คนจากกลางป่าฤาไนออกมาแล้วก็ มีการปลูกต้นสีเสียด ซึ่งต้นสีเสียดนี้ไม่สามารถเป็นอาหารช้างได้ นอกจากนั้นยังสานกัน จนแน่นช้างเดินก็ไม่ได้ก็เป็นความผิดพลาด อาจจะเป็นความผิดพลาดในเชิงวิชาการที่นำพืช ที่ไม่เป็นอาหารแก่ช้างป่าเข้าไปอยู่ในป่า น้ำไม่เพียงพอ ข้อมูลเท่าที่ทราบ จึงจะขอฝาก คณะกรรมาธิการวิสามัญเป็นประเด็น ๆ ดังต่อไปนี้ เพื่อให้ง่ายในการที่จะสื่อสารถึง ท่านกรรมาธิการนะครับ
ข้อ ๑ ขอให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่ตั้งขึ้นได้ศึกษาขนาดของปัญหา ช้างป่าว่ามีปัญหาอยู่ที่ป่าใดบ้าง ภูมิภาคใดบ้าง และเท่าไร แต่ขอฝากข้อคิดว่าสถิติที่ทาง ราชการรวบรวมแล้วจะรายงานให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านอย่าเชื่อนะครับ เพราะว่า พี่น้องประชาชนไม่ค่อยรายงาน เพราะรายงานไปก็ไม่มีความช่วยเหลือจึงเบื่อหน่าย ที่จะรายงาน ท่านต้องหาข้อมูลจากประชาชนด้วยนะครับ
ข้อ ๒ ขอให้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้สนทนาธรรมกันเพื่อหาหลักคิดว่า คนกับช้างป่าจะอยู่อย่างปลอดภัยได้อย่างไร ปัจจุบันพี่น้องประชาชนไม่เชื่อสิ่งที่สื่อสาร ออกมาจากทางราชการว่าขอให้คนและช้างอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลและยั่งยืน พี่น้องประชาชน ไม่เชื่อตรงนี้ เมื่อไม่เชื่อแล้วไม่ได้ทำประชาคม ท่านตั้งเอามาจากนักคิดแล้วก็ดำเนินการ ไปตามแผนงานหลักคิดนี้จึงไม่ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนนะครับ พี่น้องประชาชนไม่เชื่อว่าช้างกับคนจะอยู่ร่วมกันในรั้วเดียวกันอย่างปลอดภัยและยั่งยืน พี่น้องประชาชนเชื่อว่าช้างป่ากับคนนั้นอยู่ในโลกเดียวกัน ในระบบนิเวศเดียวกัน แต่ขออยู่ คนละรั้วเหมือนเพื่อนบ้านกันแต่มีรั้วนะครับ ส่วนรั้วจะเป็นอะไรนั้นผมจะขอนำเสนอ ต่อไปนะครับ
ข้อ ๓ ขอให้จัดการให้คนปลอดภัยอย่างไร ช้างปลอดภัยอย่างไร ผมจะคิดถึง ทั้งคนและช้างอยู่ตลอดเวลานะครับ เพราะว่าผู้แทนราษฎรในสภาผู้แทนแห่งนี้นั้นต้องดูแล สวัสดิภาพสัตว์ด้วย ดูแลสวัสดิภาพของคนด้วย ขอเสนอครับ การจัดโซนนิง (Zoning) คือโซน (Zone) พื้นที่หรือโซนนิง (Zoning) ที่ปลอดภัยของคนและช้าง คนอยู่ที่ไหน คนอยู่ในพื้นที่ทำกิน ช้างอยู่ที่ไหน ช้างอยู่ในป่าอนุรักษ์ ปัจจุบันป่าอนุรักษ์นั้นดูแล โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เขตที่ทำกินตอนนี้ดูแลโดยหลายกรมนะครับ ถ้าอยู่ประชิดติดป่าก็คือกรมป่าไม้ละเป็นผู้ดูแล ห่างออกมาหน่อยในเมืองที่เจริญก็คือ กรมที่ดินดูแล จัดโซน (Zone) ให้ชัดเจน ปัจจุบันไม่ชัดเจน พื้นที่ป่าอยู่ตรงไหน พื้นที่ ทำกินอยู่ตรงไหน แต่ก่อนประชาชนก็เสียภาษี ภ.บ.ท. ก็ยังไม่ได้มีการชี้เขตชัดเจน ขอให้ คณะกรรมาธิการได้ทำความชัดเจนเรื่องนี้ และเร่งรัดให้รัฐบาลออกเอกสารสิทธิที่จำเป็น ๓ อย่าง ที่ไหนเจริญแล้วออกโฉนดก็ออกให้เรียบร้อย ที่ไหนเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมก็ทำได้ ๒ อย่าง คือ ส.ป.ก. กับ คทช. ส.ป.ก. ทราบอยู่ คทช. ก็คือคณะกรรมการจัดนโยบาย ที่ดินแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันมีการเร่งรัดดำเนินการ ถ้าพื้นที่ไหนที่ไม่ใช่โฉนด ไม่ใช่ ส.ป.ก. ไม่ใช่ คทช. ก็คือพื้นที่ของป่าอนุรักษ์ ช้างจะได้มีที่ทำมาที่กินอาหาร ปัจจุบันกฎหมาย เมืองไทยก็มีปัญหา คือเอาความลาดชันของเขา ๓๐ องศาเป็นพื้นที่ป่า เลยไม่มีตีนเขาเลย ช้างไม่สามารถเดินเขย่ง ๆ ขึ้นเนินได้ ช้างต้องอยู่ในพื้นราบ ผิดกับในแอฟริกาจะมีพื้นราบ ให้ช้างอยู่มาก อันนี้ก็คือปัญหาหนึ่ง ก็ฝากคณะกรรมาธิการศึกษาด้วย
ข้อ ๔ ขอให้คณะกรรมาธิการปักปันเขตอนุรักษ์ให้ชัดเจน ป้องกันทั้งคน อย่าบุกรุกป่าอนุรักษ์ด้วย ป้องกันทั้งช้างอย่าให้ออกมานอกป่าอนุรักษ์ด้วย ผมไม่อยาก ให้ได้ยินว่าคนไปรุกที่ป่า แล้วก็ไม่อยากจะได้ยินว่าช้างรุกที่คน ถ้าการบริหารจัดการภาครัฐ ในเรื่องของแผ่นดิน ดินแดนให้ดีจะไม่มีใครโทษใคร แล้วมีอคติต่อใครเลย พี่น้องประชาชน สมัยก่อน จะรักช้าง พยายามจะหลบไปหลบมา ตอนนี้มันหลบกันไม่ค่อยได้ จะเห็นว่า ที่ก้นของช้างมีลูกกระสุนฝังอยู่หลาย ๑๐ เม็ดทั้งนั้นเลยครับ เราไม่ได้ส่งเสริมความรุนแรง แต่ความอาฆาตพยาบาทของมนุษย์กับคนบางทีมันมีขึ้นมาจากการผ่าพิสูจน์ของสัตวแพทย์ เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ท่านต้องสงสารช้างที่ปล่อยให้ช้างสภาพเช่นนี้ออกนอกป่าอนุรักษ์ ไม่มีสวัสดิภาพอย่างแน่นอน ขอให้เร่งดำเนินการในเรื่องของการปักปันเขตให้ชัดเจน แล้วอย่าให้คนรุกป่านะครับ ถ้ารุกป่าดำเนินคดีนะครับ
ข้อ ๕ รอยต่อระหว่างป่าอนุรักษ์กับคนนั้นจะปักเป็นหลักโฉนด ช้างอ่าน ไม่ออกหรอกครับ จำเป็นจะต้องมีบัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) พื้นที่กันชน ช้างถอยหลัง ไม่ได้นะครับ เดินหน้าอย่างเดียว จะเลี้ยวก็ต้องตีโค้ง ต้องตีโค้งหลายร้อยเมตรนะครับ บางที ต้องตีโค้งถึง ๒ กิโลเมตร จะแหลกลาญไปทั่วหมดนะครับ นักวิชาการที่เป็นเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ เขาจะรู้เทคนิคนี้เป็นอย่างดี อาสาสมัครที่ฝึกใหม่ ๆ ยังไม่ได้เรียนรู้เขาจะผลักดันให้ช้าง ถอยหลังเลย เขาสู้กัน เกิดความเครียดนะครับ ต้องมีบัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) บัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) นั้นจำเป็นอย่างยิ่งควรจะทำถนนลูกรัง โฟร์วีล (Four wheel) ไว้ให้ตรวจการ ไฟโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) เดี๋ยวนี้ก็ราคาถูก ติดตั้งโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) เป็นแสงสว่างเป็นจุด ๆ เจ้าหน้าที่ผลักดันเฝ้าระวังและผลักดันช้าง รวมทั้ง อาสาสมัครก็สามารถที่จะมีรถโฟร์วีล (Four wheel) ของทางราชการ หรือ อปท. องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจการ ถ้ามีช้างเล็ดลอดออกมานะครับ สำหรับตัวช้างนั้นปัจจุบัน มีเทคโนโลยี มีปลอกคอ มีชิป (Chip) ฝังจีพีเอส (GPS) สามารถมอนิเตอร์ (Monitor) ได้หมดนะครับ ปัจจุบันนี่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีปลอกคอที่สวม แบตเตอรี่อยู่ประมาณ ๕ ปีพอแบตเตอรี่ใกล้หมด มันจะสลัดของมันทิ้งตรงนั้นเลย เจ้าหน้าที่ อุทยานก็เดินป่าไปเอามาเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ มีเทคโนโลยีแล้วก็ราคาไม่น่าจะแพง สามารถ มอนิเตอร์ (Monitor) ทั้งระบบเลย มีหน่วยงานองค์กรขึ้นมาสักอันหนึ่งมอนิเตอร์ (Monitor) ช้าง ทุกคนที่ทำงานประกอบอาชีพเกษตรกรรมใกล้ป่าก็จะสามารถรู้ว่าขณะนี้ก็เหมือนหมอชนะ อย่างนี้นะครับ ประชิดกันไปประชิดกันมาเราก็รู้ว่าช้างอยู่ตรงไหน เราก็เฝ้าระวังให้ห่าง ๆ ไว้ก่อนนะครับ บัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) ซึ่งเป็นถนนลูกรังนั้น ต่อไปอันที่ ๖ ทำแบร์ริเออร์ (Barrier) คือสิ่งกีดขวาง ถ้าไม่ทำสิ่งกีดขวางมีพลังช้างสารมาก สิ่งกีดขวางอันที่สร้างงาน ได้ด้วยคือเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ของอุทยาน และเพิ่มอาสาสมัคร และเพิ่มลูกจ้างขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจการที่ถนนโฟร์วีล (Four wheel) ในพื้นที่บัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) นั้น แล้วก็คอยดู ถ้าช้างมาใกล้แล้วเราก็มีวิธีใช้เทคโนโลยี ใช้เสียง ใช้อะไรเพื่อที่ให้ช้าง กลับเข้าไปสู่ในป่าอนุรักษ์ ในป่านั้นก็ฟื้นฟูให้สมบูรณ์มากขึ้น ๆ พืช อาหารช้าง และน้ำ และโป่งเกลือนั้นต้องให้เพียงพอนะครับ แบร์ริเออร์ (Barrier) ที่ว่าเป็นเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ สร้างงานได้ด้วยก็ต้องมี ๒. จะเป็นรั้ว จะเป็นคู หรือจะเป็นนวัตกรรมอย่างอื่น ๆ ที่ศรีลังกาเขาใช้ รั้วไฟฟ้าเส้นเล็ก ๆ เท่านั้นเองนะครับ ต้นทุนเขาไม่แพงแต่เขาวิจัย อะไรที่ไม่ชัดเจนปัจจุบัน ต้องวิจัย ถ้าวิจัยนะรู้หมดวิศวกรเดี๋ยวนี้เก่งนะครับ ก็ปล่อยให้ อบต. ทำรั้วเอง ทำแล้ว ไม่แข็งแรงก็ไปวิจารณ์เขาว่าเห็นไหมรั้วไม่ได้ผล เขายังไม่ได้วิจัย วิจัยเถอะครับ
ข้อ ๗ เร่งขนย้ายช้างป่ากลับเข้าสู่อนุรักษ์โดยเร็ว พี่น้องประชาชนที่จังหวัดระยอง ตั้งเป็นกลุ่มผลักดันแก้ไขปัญหาช้างป่า เขาขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดผลักดันช้างป่ากลับสู่ ป่าอนุรักษ์โดยเร็ว ภายใน ๓ เดือน นี่ยื่นผ่านไป ๔ เดือนแล้วทุกอย่างยังเหมือนเดิมอยู่ ผมว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ละครับจะมีผลมากนะครับ
ข้อ ๘ ติดตั้งจีพีเอส (GPS) ที่ตัวช้าง ซึ่งจะมอนิเตอร์ (Monitor) ได้ อันนี้ พูดไปแล้วนะครับ
ข้อ ๙ ตั้งกองทุนเยียวยา เหมือนที่จังหวัดตราดเขาตั้งกองทุนเยียวยาช้าง จะตั้งกองทุนระดับชาติก็ได้ เพราะต้องดูแลช้างทั้งประเทศ บริษัทห้างร้านไหนเอาตัวช้าง ไปเป็นยี่ห้อไปขอสปอนเซอร์ (Sponsor) เขาด้วยนะครับ ช้างไม่ทราบมีลิขสิทธิ์หรือเปล่า ก็กองทุนเยียวยาช้าง หรือพี่น้องประชาชนเดี๋ยวนี้รักช้างป่าทั่วประเทศนะครับ เขาจะได้มี ช่องทางในการบริจาค
ข้อที่ ๘ ประกาศเขตภัยพิบัติช้างทุกกรณี อย่างที่จังหวัดระยอง ผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านที่แล้วไม่ประกาศเขตภัยพิบัติจังหวัดอื่นประกาศ ก็ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยช่วยบูรณาการดูสิว่าเหตุใดปัญหาอยู่ที่ระเบียบหรืออย่างไร ทุกกรณีหมายความว่าอย่างไร ปัจจุบันจะประกาศเฉพาะคนเสียชีวิต ต้องตายก่อนถึงจะได้ ๒๕,๐๐๐ บาท ถ้าเป็นหัวหน้าครอบครัวก็ได้ ๕๐,๐๐๐ บาท โดยมากท่านนายอำเภอเขาจะ ใจดีก็จะแทงว่าเป็นหัวหน้าครอบครัวก็จะได้ ๕๐,๐๐๐ บาท ก็ไปเอาเงินที่ อบต. พอเจอ หลาย ๆ ศพ อบต. ก็หมดเงิน ถ้าจะใช้มากกว่านั้นก็ต้องใช้เงินกองทุนจากจังหวัด ถ้ามากกว่านั้น กระทรวงการคลัง ใช้ได้หมดละครับ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีน้ำใจที่จะประกาศเขตภัยพิบัติ เพื่อให้ระเบียบราชการมันเดินต่อไปได้นะครับ
ข้อที่ ๙ กระจายอำนาจให้ท้องถิ่น อันนี้ผมหวังมากเลย ท้องถิ่นมองตาปริบ ๆ ทำอะไรไม่ได้เลย เพราะงานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังไม่ได้กระจาย อำนาจไปสู่ท้องถิ่น จึงไม่สามารถนำงบประมาณจะมาทำรั้ว ขุดคู ทำถนนตรวจการได้ จะมาจ้างลูกจ้างเพื่อดูแลช้างก็ไม่ได้นะครับ แม้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเอง ก็ยังบอก อันนี้ฟังมาจากเจ้าหน้าที่เขาเฝ้าระวังคนไม่ให้ไปลักลอบในป่า แต่นี่เขาออกมา นอกป่ามาต้อนช้าง จริง ๆ เขาว่าเขาเองก็ผิดระเบียบเขามาทำงานนอกพื้นที่ ทำระเบียบ ให้เรียบร้อยเถอะครับ ทำอะไรที่มันเป็นประโยชน์ ทำให้มันสามารถแก้ไขปัญหาได้ก็คือ ใช้ได้นะครับ
ข้อสุดท้ายนะครับ ขอให้มอบอำนาจให้นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายอำเภอ มีหน้าที่ในการแก้ปัญหาช้างป่า ตั้งแต่ป้องกัน แก้ไข เยียวยาช้างป่า พี่น้องประชาชนจะได้ไปพบ นายก อบต. ไปพบปลัดอำเภอ นายอำเภอที่ใกล้ ๆ นะครับ ไม่ต้องมายื่นที่กรม มาแล้วมาอีกก็ไม่เห็นจะไปถึงไหน เมื่อครบการศึกษาแล้วขอให้ไป ศึกษาดูงานในทุกภาคของประเทศให้โปรดทำรายงานเสนอสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ ทำข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ ข้อเสนอแนะเพื่อให้สภาเห็นชอบ หลังจากนั้นสภาผู้แทนราษฎร จะส่งเรื่องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหา หากรัฐบาลไม่สามารถดำเนินการตามข้อบังคับนั้น ก็แจ้งว่ารัฐบาลจะต้องแจ้งเหตุอันไม่สามารถดำเนินการได้ภายใน ๖๐ วัน ผมขอฝาก ความหวังไว้ผ่านท่านประธานถึงท่านกรรมาธิการ ๒๕ ท่าน คาดว่าจะเป็น ๒๕ ท่าน ที่จะตั้งขึ้นนี้ได้โปรดทำรายงานที่สมบูรณ์ และอย่างมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคราชการ ขอให้ปัญหาช้างป่าได้ยุติไปในเร็ววัน ผมจะได้ไม่ต้องใช้เวลาสภาแห่งนี้ทั้งหารือ ตั้งกระทู้ถาม ในสภาอีกนะครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ