อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม วิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญและแผนปฏิรูปประเทศที่ขาดความเสมอภาคและเอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม พร้อมเสนอให้เปลี่ยนคำจาก "ปฏิรูป" เป็น "ปฏิกูล" ประเทศ เน้นย้ำปัญหาความเหลื่อมล้ำในนโยบายการศึกษา การขาดการวางแผนบูรณาการในระบบเกษตร รวมถึงการบริหารที่ขาดความโปร่งใส และตั้งคำถามถึงบทบาทของรัฐในการดูแลเกษตรกรและทรัพยากรอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวดที่ ๑๖ การปฏิรูปประเทศได้บัญญัติให้มีการปฏิรูปประเทศ ซึ่งต้องดำเนินการ เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมาย ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย มีความสามัคคี ปรองดอง มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีการสมดุลระหว่างการพัฒนาคน พัฒนาด้านวัสดุ พัฒนาด้านจิตใจ ความสงบสุข ความเป็นธรรม และมีโอกาสทัดเทียมกัน อย่างเสมอภาค ไม่มีการเหลื่อมล้ำ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๑ ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศใช้แผนปฏิรูปประเทศ ๑๑ ด้าน ผมได้ศึกษาดูคร่าว ๆ ผมขออนุญาตท่านประธานเปลี่ยนเป็นปฏิกูลประเทศครับ ท่านประธานที่เคารพครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเมือง ข้อแรก มันก็ไม่มีความเสมอภาคกันแล้ว ครั้งหนึ่ง พรรคไทยรักไทยได้ผู้แทนจากประชาชน ๓๗๐ กว่าคน ในขณะเดียวกันบอกว่า เป็นสภาเผด็จการ ปัจจุบันรัฐธรรมนูญเขียนให้มี ส.ว. ๒๕๐ คน ถามว่าไม่เป็นเผด็จการเลย เป็นประชาธิปไตยแบบพวกใครพวกมัน เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้เขียนมา เพื่อกูเป็นรัฐบาล ไม่ได้ให้คนอื่นเป็นรัฐบาล ท่านประธานครับ
ประเด็นต่อมาด้านสาธารณสุข ก่อนปฏิสนธินั้นรัฐท่านไม่ได้ศึกษาเลยว่า ทำอย่างไรจะให้บุคคลที่อยู่ในทารกออกมาเป็นบุคคลนะครับ ถามว่าเขามีความพร้อมหรือไม่ แน่นอนครับก่อนปฏิสนธินี่เราต้องศึกษาว่าทั้งพ่อทั้งแม่จะสมบูรณ์หรือไม่ถ้าหากมีบุตร หรือมีครรภ์ ถ้าไม่สมบูรณ์ออกมาก็เป็นปัญหาของสังคม ต่อมาเมื่อออกมาเป็นบุคคลแล้ว เริ่มวัยเด็กก็บอกว่ามีความเสมอภาค ผมไม่เชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผ่านวัยแล้วนั้นก็ต้องผ่าน การศึกษาคือกระทรวงศึกษาธิการ ต้องยอมรับความจริงว่าการศึกษานั้นเป็นการสร้างชาติ แต่ถ้าหากบุคคลหรือทรัพยากรบุคคลขาดความรู้ ขาดความเข้าใจ ขาดการศึกษา แน่นอนครับ การบริหารประเทศชาติก็จะไปแบบทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงศึกษาธิการนั้น ใครบอกว่าเป็นกระทรวงที่จะต้องสร้างชาติ เพราะถ้าหากว่าบุคลากร ผู้บริหารกระทรวง ยังมีสมองเพียงแค่นี้นั้นผมไม่เชื่อเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนอยากได้การศึกษา ทัดเทียมกัน แต่ปรากฏว่าทำไมครับ ก็พยายามกีดกันให้คนเรียนโรงเรียนรัฐ ซึ่งเรียนฟรีอยู่แล้ว ค่าใช้จ่ายน้อยผลักดันให้ไปโรงเรียนเอกชน ต้องถามว่านโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ตอนนี้ทำไมทำแบบนั้น แน่นอนครับกระทรวงศึกษาธิการสร้างความวุ่นวายไม่เป็นธรรม ไม่ว่าจะผู้บริหารต่าง ๆ เล่นพรรคเล่นพวก อันนี้เอาไว้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ในขณะเดียวกันนั้น ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าทุจริตมิชอบเยอะแยะ คุณจะสร้างนักศึกษาได้อย่างไร จะสร้างนักเรียนได้อย่างไรถ้าตราบผู้บริหารยังมีพฤติกรรมส่อเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ เพื่อประโยชน์ตัวเองและพรรคพวก อันนั้นคือเรื่องการศึกษาแน่นอนครับ
ประการต่อมา เมื่อการศึกษายังมีความคิดอย่างนี้ท่านบอกว่าด้านเกษตร จะต้องมีมูลค่า ต้องคุ้มค่า จะต้องพัฒนาเกษตรอย่างเยี่ยมเลย ท่านสมาชิกพิเชษฐ์ก็อภิปราย ไปเรียบร้อยแล้วว่าอย่างไร ท่านทราบไหมครับว่าเกษตรกรอยากจะผลิตมาต้นทุนเท่าไร แน่นอนครับจะให้ผลิตแบบไหนก็ได้ ถามตลาดอยู่ถึงไหน ท่านเคยคิดไหมว่าตลาดซื้อขาย ล่วงหน้าอยู่ที่ไหน ตั้งแต่ผลิตแปรรูปการตลาด ไม่ว่าดิน ไม่ว่าน้ำ ดินเปรี้ยว ดินเสีย ดินเค็ม รัฐบาลได้วางแผนไหม แน่นอนครับในขณะเดียวกันเมื่อมีดินแล้วมันก็ไม่มีน้ำ อย่างทุกวันนี้ ท่านก็เห็นแล้วว่าน้ำแห้งแล้งทำไมต้องเอาน้ำในภาคกลาง คือเจ้าแม่น้ำเจ้าพระยา เขื่อนป่าสักเอามาเพื่อมาดันคนกรุงเทพฯ บริโภคน้ำเค็ม เพราะวันนี้เป็นที่ทราบว่ากรุงเทพฯ นั้น น้ำเค็มขึ้นมาสูงถึงปทุมธานี นั่นคือการแก้ปัญหาโดยที่ไม่ได้มีความคิดเลยจะแก้ปัญหา อย่างยั่งยืนอย่างไร ผู้แทนราษฎรได้พูดหลายจังหวัดน้ำเค็มไม่ว่าแม่น้ำบางปะกง ไม่ว่าแม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำแม่กลองก็จะมีน้ำเข้ามาที่ของจังหวัดปทุมธานีคือเพื่อที่จะใช้น้ำ ที่บริสุทธิ์ แน่นอนครับแก้ปัญหาได้ไหม นั่นละครับจะไปแก้ได้อย่างไร ในขณะเดียวกัน ท่านต้องทราบว่าวันนี้การแบ่งโซนนิง (Zoning) แบ่งพื้นที่เพาะปลูกท่านไม่มีเลย ท่านจะปลูก อะไร ตรงไปจังหวัดนี้ เช่น จังหวัดลพบุรีปลูกข้าวส่งออก จังหวัดสระบุรีปลูกข้าวบริโภค ภายใน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาปลูกข้าวแปรรูป ยกตัวอย่างให้เห็น ท่านมีการวางแผนไหม ไม่มีเลย แน่นอนครับดินทั้งประเทศมันไม่เหมือนกันหรอกครับ ดินเปรี้ยว ดินเค็ม ดินเสีย ดินภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็อีกแบบหนึ่ง ภาคเหนือก็อีกแบบ ภาคกลางก็อีกแบบ ภาคใต้ก็อีกแบบหนึ่ง แน่นอนครับผมไม่เห็นเขียนได้เลยมีแต่พูดลอย ๆ ท่านผลิตแล้ว ท่านจะไปขายที่ไหน ส่งเสริมอย่างไรผมไม่เห็นเลย พวกนี้ปฏิกูลไม่ใช่ปฏิรูป ท่านประธาน ที่เคารพครับ หันมามองดูด้านการศึกษาบวกการเกษตร ในฐานะที่ผมทำหน้าที่ประธาน คณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรไทยอยู่ ซึ่งกำกับดูแลอยู่ ๗,๓๘๔ ตำบลทั่วประเทศ เป็นนิติบุคคล รวมกันผลิต รวมกันซื้อ รวมกันขาย พยายามต่อสู้ด้วยตัวเอง ถามรัฐบาล เคยช่วยไหม ช่วยตรงไหน เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเห็น การปฏิรูป ไม่ใช่เป็นปฏิกูล ดูทั้งเล่มสวยงามมากอ่านแล้วเพลิน แต่ไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้ง