ชูวิทย์ วิจารณ์แผนปฏิรูป-ยุทธศาสตร์ 20 ปี ชี้กระทบเศรษฐกิจ-เพิ่มคนจน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ วิพากษ์วิจารณ์แผนปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ 20 ปี ว่าก่อให้เกิดเศรษฐกิจถดถอย คนจนเพิ่มขึ้น และการผูกขาดของร้านธงฟ้าจากการใช้บัตรคนจน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการกระจายงบประมาณที่ถูกดูดกลางทางจนเหลือเพียงไม่กี่ส่วน จนทำให้การพัฒนาไม่ถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังวิจารณ์ปัญหาสังคมที่เหลือแต่ผู้สูงอายุและเด็ก ขณะแรงงานอพยพเข้าเมือง รวมถึงความเหลื่อมล้ำ ปัญหายาเสพติด ความล้าหลังของกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะกรณีด่านตรวจ และปัญหาที่ดินทำกินที่ต้องการความร่วมมือจากหลายกระทรวงเพื่อแก้ไขอย่างเร่งด่วน

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ ซึ่งวันนี้ขออภิปราย เรื่อง (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๑ การปฏิรูปประเทศ ได้บัญญัติให้มีการปฏิรูปประเทศซึ่งต้องดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมาย ๓ ประการ ซึ่งยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ผมนี่ไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกนะครับ แต่วันนี้ขอแสดง ความคิดเห็นว่า ท่านบอกว่า ๑. ประเทศชาติมีความสงบ ซึ่งตอนนี้ก็ทราบว่าประเทศชาติ สงบจริง ๆ ครับ เศรษฐกิจเจ๊ง การค้าซบเซา ร้านโชห่วยต่าง ๆ เริ่มจะปิดตัวลง คงเหลือแต่ ร้านธงฟ้า แม็คโคร โลตัส บิ๊กซี ด้วยยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีที่ผิด โดยท่าน เริ่มบริหารประเทศท่านบอกว่าปีแรกมีคนจนอยู่ ๔ ล้านคน ปีที่ ๒ มีคนจนอยู่ ๘ ล้านคน ปี ๓ มี ๑๐ ล้านคน ในขณะนี้มี ๑๔ ล้านคน ซึ่งถ้ามีคนจนเยอะ ๆ ท่านก็สามารถที่จะเอาเงิน ไปสนับสนุนในการช่วยให้คนจนลุกให้ได้ เป็นเงินสด แต่วันนี้ท่านไม่ใช้จ่ายเงินสด ท่านใช้บัตรคนจนแล้วเอาเงินใส่บัตรเอทีเอ็ม (ATM) ใส่บัตรคนจนเพื่อให้คนจนเอาบัตร ไปแลกซื้อสิ่งของ เพราะท่านกลัวว่าจะต้องเอาเงินส่วนนี้ไปทำอย่างอื่น วันนี้จึงบังคับ ให้พี่น้องประชาชนไปซื้อของที่ร้านธงฟ้า ซึ่งในอดีตร้านธงฟ้าเป็นร้านที่ช่วยเหลือเศรษฐกิจ ในยามบ้านเมืองวิกฤติ หมูกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาทก็จะเหลือ ๖๐ บาท ไข่ถาดละ ๑๐๐ บาท ก็จะเหลือ ๖๐ บาท สินค้าจะต้องถูกลงในยามบ้านเมืองเดือดร้อน แต่วันนี้ท่านเอาเงินใส่บัตร บัตรนั้นมีมูลค่า ๓๐๐ บาท แต่ไปใช้จริง ๆ เหลือ ๒๕๐ บาท ทำให้ธุรกิจเจ๊งนะครับ แล้วก็โครงการต่าง ๆ ที่ท่านนำลงไปนี่มันไม่กระจายครับ มันกระจุกตัว โดยสมัยก่อน เราให้มันกระจายครับ แต่วันนี้ท่านไม่กระจายตามนโยบายกระจายอำนาจ ท่านผ่าน ส่วนราชการ ผ่านนายอำเภอ ผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐๐,๐๐๐ บาทนี่ซึ่งพวกผมเรียกว่า นโยบายไอติม ทำไมจึงบอกว่านโยบายไอติมในขณะนี้ ก็คือเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท ผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผ่านนายอำเภอ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดถึงกระทรวง ก่อนจะออก จากกระทรวงไปอธิบดีก็ดูด รองอธิบดีก็ดูด ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ดูด นายอำเภอก็ดูด กำนันก็ดูด กว่าจะถึงชาวบ้านมันเหลือแต่ไม้ไอติม จึงอยากจะบอกว่านโยบายในอดีต รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่กินได้ ประชาชนมีส่วนร่วม ยกตัวอย่างเช่นกองทุนหมู่บ้าน เราบอกว่าห่อไอติมดี ๆ แล้วไปฉีกกลางหมู่บ้านนะ จะทำอะไรคิดนะ เขียนนะ จะทำอะไร ร่วมกันทำนะ เสร็จแล้วก็ฉีกไอติมออกมาให้ชาวบ้านได้คิดโครงการแล้วก็ดูดคนละจุ๊บสองจุ๊บ คนละจุ๊บสองจุ๊บนี่ งบประมาณก็จะกระจายไปทั่วประเทศนะครับ แล้วโครงการเอสเอ็มอี (SMEs) ซึ่งในอดีตเราให้ชาวบ้านคิดแล้วเอาเงินไปให้ บอกว่ามีเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท พี่น้องจะทำอะไร เขาก็บอกว่าอยากได้ถนนคอนกรีต อยากได้ถนนคอนกรีตโดยใช้แรงงาน ชาวบ้าน ก็ซื้อคอนกรีต ๓๐๐,๐๐๐ บาท ใช้แรงงานชาวบ้าน ๒๐๐,๐๐๐ บาทก็ช่วยกันทำ อยากได้ถนนไปป่าช้า ๓๐๐,๐๐๐ บาท จ้างรถแบ็กโฮ (Backhoe) ขนดินมา ชาวบ้าน ไปช่วยกันเขี่ยก็แบ่งสรรงบประมาณกัน นั่นคือการกระจายอำนาจให้ทุกคนมีส่วนร่วม ซึ่งวันนี้ก็กระจายอำนาจ แต่ว่าบังคับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ต้องซื้อรถไถนะ ถ้าไม่ซื้อรถไถไม่ผ่าน งบประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาทต้องซื้อตู้น้ำมันหยอดเหรียญนะ ถ้าไม่ซื้อไม่ผ่าน ต้องซื้อตู้น้ำกดนะ ถ้าไม่ซื้อไม่ผ่านนะครับ

อันที่ ๒ ครับ ท่านบอกว่าสังคมมีความสุขและเป็นธรรม และมีโอกาส อันทัดเทียมเพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำ ท่านประธานครับ สังคมวันนี้ไม่มีความสุขครับ สังคมวันนี้เหลือแต่คนเฒ่าคนแก่อยู่ที่บ้าน วัยแรงงานนี่เข้ากรุงเทพฯ ต้องดิ้นรนครับ หาเช้ากินค่ำ ซึ่งวันนี้มีโควิด (COVID) หาเช้ากินเช้าครับ หาเที่ยงกินเที่ยงไม่มีเหลือครับ ปล่อยให้คนแก่อยู่ที่บ้านลูกหลานมาทำงานกรุงเทพฯ เสร็จแล้วก็ฝากลูกของตัวเองไว้กับ ตากับยาย ตากับยายก็เลี้ยงหลานครับ วันนี้เลี้ยงหลานด้วยโทรศัพท์เขาเรียกว่า ลูกเทวดา วันนี้ตากับยายเลี้ยงหลาน ถ้าไม่เลี้ยงลูกที่กรุงเทพฯ ก็ไม่ฝากเงินไปให้ ก็เลี้ยงหลาน ผ่านโทรศัพท์ และในขณะนี้รัฐบาลไม่มีปัญญาขายข้าว รัฐบาลไม่มีปัญญาขายยางพารา ด้วยยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ประชาชนไม่ต้องรวย ประชาชนอยู่แบบนี้แหละฉันจะ แจกสตางค์ให้เดือน ๓๐๐ บาท กินอยู่อย่างนี้ไม่ต้องไปทำสวน ไม่ต้องไปทำนา กลางวัน คุณก็นอน หิวเมื่อไรคุณก็ลุกขึ้นมาเอาบัตรไปรูดกินมาม่า ปลากระป๋อง ส่วนเด็ก ๆ รุ่นใหม่ ที่กำลังเป็นวัยเรียนในขณะนี้เริ่มติดยาบ้า ทุกแห่งหนทุกตำบลมียาบ้า โดยวันนี้ยิ่งจับยิ่งเยอะ ยิ่งจับยิ่งเยอะ ประชาชนก็ถามว่าจับแล้วนี่เอาไปไหน ไม่เห็นทำลายให้ประชาชนดู เสร็จแล้วนะครับ ข้อที่ ๓ บอกว่าประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีส่วนร่วม ในการพัฒนาประเทศและการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ท่านประธานครับ วันนี้อยากจะให้ยกเลิกกฎหมายที่ล้าหลังที่เป็นอุปสรรค ต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นรูปธรรม ไม่ใช่บอกว่าพอเมียตำรวจเล่นไพ่บอกว่าพักผ่อน ประชาชนเล่นไพ่ ก็บอกว่าเปิดบ่อน จัดให้กลไกกฎหมาย ปรับเปลี่ยนโทษทางอาญาให้มีความผิดร้ายแรง ให้เป็นโทษปรับแทนได้ไหม วันนี้ทราบไหมครับว่าตำรวจเอากฎหมายบางฉบับมาข่มเหง ประชาชนซึ่งสภาออกกฎหมายบอกว่าห้ามดื่มสุราแล้วขับรถ ซึ่งเราบอกว่าวันนั้นคนขับรถ เมาสุราทำให้เกิดอุบัติเหตุ ทำให้คนที่ไม่รู้เรื่องเสียชีวิต แต่วันนี้เอากฎหมายมาบังคับใช้ ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดอุบลราชธานีเป็นเมืองท่องเที่ยวครับ ๖ โมงเย็นท่านตั้งด่านแล้ว ผมเพิ่งไปงานแต่งงานมาก็จะให้ผมเป่า ถ้าผมไม่เป่าก็เอาขึ้นศาลเตี้ยปรับ ๘,๐๐๐ บาท ซึ่งบังคับใช้กฎหมายผิด อยากให้แก้ไขตรงนี้ครับ เสร็จแล้วนะครับ กลไกที่ช่วยเหลือ ประชาชนในความผิดที่ไม่ได้ตั้งใจหรือขาดเจตนา ซึ่งเด็ก ๆ บางทีไม่ได้ใส่หมวกกันน็อก ก็ต้องตักเตือนเด็กว่าวันหลังต้องใส่หมวกกันน็อกนะ ไม่ใส่ลุงจับนะ ไม่ใช่วันนี้จับปรับ จับปรับ จับปรับเพราะการปรับได้เงินเยอะครับ ร้อยละ ๙๐ อย่างนี้นะครับ แล้วก็แก้ไข ปัญหาล้าหลังเกี่ยวกับปัญหาที่ดินที่ทำกิน ที่อยู่อาศัยที่เป็นมาช้านานเป็นร้อยปี รัฐบาล ต้องแก้ไขปัญหาที่ติดขัดเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่ดินซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลายหน่วยงานนะครับ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์