ชินวรณ์ บุณยเกียรติ เสนอร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและส่งเสริมการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง โดยเน้นความจำเป็นในการมีกลไกถอดถอนที่ชัดเจนสำหรับกรณีละเลยหน้าที่ ประพฤติมิชอบ หรือก่อให้เกิดการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อนในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมเรียกร้องให้ปรับปรุงเกณฑ์การเข้าชื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้ง่ายขึ้นภายใต้กรอบของธรรมาภิบาลและคุ้มครองสิทธิ์ตามกฎหมาย
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัด นครศรีธรรมราช ผมขอเสนอร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... กระผมพร้อมด้วยคณะ ท่านประกอบ รัตนพันธ์ ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ ท่านแนน บุณย์ธิดา สมชัย ท่านวีระชัย วีระเมธีกุล ท่านพนิต วิกิตเศรษฐ์ ท่านรังสิมา รอดรัศมี ท่านถาวร เสนเนียม ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ท่านเกียรติ สิทธีอมร ท่านอัศวิน วิภูศิริ ท่านอิสสระ สมชัย ท่านเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ท่านภานุ ศรีบุศยกาญจน์ พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ท่านศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ท่านวิวรรธน์ นิลวัชรมณี ท่านสมชาติ ประดิษฐพร ท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช และท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กระผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่า กระผมได้เสนอกฎหมาย การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ....
หลักการ ก็คือว่าต้องการที่จะให้มีกฎหมายในการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิก สภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
เหตุผล ก็คือว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๕๔ ได้มี บทบัญญัติไว้ชัดเจนที่จะกำหนดให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีสิทธิเข้าชื่อกันเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติ ประกอบกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการลงคะแนนเสียง เพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ยังไม่เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงสมควรยกเลิกกฎหมายว่าด้วยการถอดถอนสมาชิก สภาท้องถิ่น และให้มีกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่นขึ้นแทน เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญ และเพื่อต้องการที่จะให้เป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงในการที่จัดระเบียบโลกใหม่ในเรื่อง ที่จะต้องกระจายอำนาจลงไปสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง กระผมขออนุญาตท่านประธานที่จะได้ อภิปรายประกอบเหตุผลเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยครับท่านประธาน
ประเด็นหลักการสำคัญตามที่ผมได้กราบเรียนไปตอนที่ได้เสนอพระราชบัญญัติ การเข้าชื่อเพื่อเสนอข้อบัญญัติของท้องถิ่นหรือเทศบัญญัติไปแล้วว่า กฎหมาย ๒ ฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญที่เกิดขึ้นจากการเรียกร้องในการที่จะปฏิรูปทางการเมือง โดยเฉพาะในเรื่องของการที่เราอยากจะเห็นการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น และจำเดิม ท่านประธานชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้วางหลักการสำคัญในการพัฒนา ประเทศไว้ด้วยโครงการที่เรียกว่า ๓ กระจาย กระจายอำนาจ กระจายความเจริญ และกระจายโอกาส กระผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่าการกระจายโอกาสเราก็เห็นภาพ อย่างชัดเจนในเรื่องของการศึกษาที่ได้มีการเปลี่ยนแปลง และเปิดโอกาสให้กับพี่น้อง ประชาชนจนมาถึงขณะนี้ การกระจายอำนาจก็เป็นเรื่องที่พวกผม ในฐานะที่เป็นสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้นก็ได้ร่วมกันเสนอกฎหมายพระราชบัญญัติองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ยกฐานะสภาการปกครองในระดับตำบลขึ้นมาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ให้มีการเลือกตั้งโดยตรง ยกฐานะสุขาภิบาลขึ้นมาเป็นเทศบาล และได้มีการตรา พระราชบัญญัติว่าด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งเป็นท้องถิ่นขนาดใหญ่ แล้วก็มีผล มาถึงปัจจุบันนี้ การวางรากฐานในการพัฒนาประเทศในยุคนั้นถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่มีผล จนมาถึงยุคปัจจุบันนี้ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ การกระจายอำนาจลงไปสู่ท้องถิ่นนั้น ต้องเป็นการกระจายอำนาจที่แท้จริง คำว่า กระจายอำนาจที่แท้จริง ก็คือว่าจะต้องให้ ประชาชนสามารถบริหารจัดการตัวเองได้ จะให้ท้องถิ่นเขาสามารถที่จะบริหารจัดการ ทั้งการเงิน การคลัง การบริหาร การพัฒนา ตลอดถึงการดำเนินการในเรื่องของข้อกฎหมาย ในเรื่องนี้อยากจะกราบเรียนกับท่านประธานครับ ถ้าเรามองในหลักสากล ผมคิดว่า เพื่อนสมาชิกในสภานี้จะเห็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาเพียงไม่กี่วันที่มีการเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกา แล้วก็ได้พรรคเดโมแครต (Democrat) นายโจ ไบเดน ซึ่งเป็นอดีต ส.ส. มาหลายสมัย เป็นอดีตสมาชิกวุฒิสภา แล้วก็เป็นรองประธานาธิบดี ได้มีการต่อสู้ทางการเมืองมา ๔๓ ปี ได้ยึดหลักสำคัญที่สุดก็คือว่า การให้ประชาชนนั้น ได้มีส่วนร่วม และการเลือกตั้งต้องมาด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ในท้ายที่สุดอดีต ประธานาธิบดีก็ถูกพี่น้องประชาชนเข้าชื่อกัน เสนอให้มีการถอดถอน แล้วก็สภาผู้แทนราษฎร ก็ได้รับรองให้มีการถอดถอน และในขณะนี้ก็อยู่ในขั้นตอนของวุฒิสภาที่จะต้องถอดถอน ต่อไป กระบวนการเหล่านี้ถ้ามองแล้วดูเหมือนห่างไกลจากความเป็นจริงครับ เพราะว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้นก็มีบทบัญญัติดังกล่าวไว้ในมาตรา ๒๘๙ ให้มีการเข้าชื่อถอดถอน เช่นเดียวกัน แล้วก็มีพระราชบัญญัติในการเข้าชื่อเสนอถอดถอน ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่ว่า จากวันนั้นจนถึงวันนี้เรามีอำนาจก็คือมีกฎหมาย แต่เราไม่มีผลบังคับใช้ หลักของกฎหมาย เราพูดกันโดยทั่วไปว่าเมื่อไรมีอำนาจก็ควรมีผลบังคับใช้ แต่ที่เราร่างมาไม่มีผลบังคับใช้ ผมในฐานะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ จึงให้ความสำคัญกับกฎหมายฉบับนี้ว่าถึงเวลาแล้ว ที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วแล้ว และการเมืองของประเทศไทยก็จะสู่ยุคของ การเปลี่ยนผ่านที่สำคัญนะครับ เรากำลังร่างรัฐธรรมนูญ เรากำลังมีคณะกรรมการสมานฉันท์ เรากำลังที่จะปรับปรุงกฎหมายต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูป ผมเชื่อมั่นว่าประชาธิปไตย จะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริงเราจะต้องทำให้มีการกระจายอำนาจลงไปสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง ตอนปี ๒๕๓๗ ท่านประธานในขณะนั้นเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้สนับสนุนให้พวกผมได้รับทุนจากมูลนิธิเอเชีย ฟาวน์เดชัน (The Asia Foundation) ผมไปดูงานเรื่องท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกา แล้วกลับมาก็เป็นผู้ร่างกฎหมาย อบต. ในขณะนั้น นอกจากว่าจะทำกฎหมายเรื่องการเสนอชื่อถอดถอนแล้วผมยังอยากเห็นว่าให้พี่น้อง ประชาชนสามารถที่จะเรียกร้องให้เทศบาลเปิดสำนักงานเทศบาลเหมือนในต่างประเทศ เขาเปิดซิตีฮอลล์ (City Hall) เพื่อมารองรับความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน เพราะถือว่า พวกที่นั่งอยู่ข้างบนนั้นมาจากประชาชน โดยเฉพาะข้าราชการมาจากภาษีประชาชน ไม่ใช่เป็นเจ้านายประชาชน แต่เป็นคนที่ต้องทำให้ประชาชนชื่นใจ ท่านประธานครับ สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นของเรามีข้อจำกัดและมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เราต้องยอมรับความเป็นจริงครับ เพราะว่ากระบวนการในการเลือกตั้งของเรานั้นไม่สามารถ ที่จะคัดกรองคนที่เรียกว่า ให้ได้คนดีมาปกครองบ้านเมืองได้อย่างแท้จริง และกฎหมายของเรา ถึงแม้เราจะมีองค์กรอิสระ แต่ก็ไม่สามารถที่จะไปดำเนินการในการถอดถอนหรือขับเขา ออกให้พ้นจากเวทีการเมือง เมื่อเขาประพฤติและปฏิบัติโดยมิชอบ ผมคิดว่าการเสนอ กฎหมายท้องถิ่นในคราวนี้ เสนอกฎหมายเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นในคราวนี้ จะเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่สำคัญครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมคิดว่าเราได้พยายามที่จะให้มี บทบัญญัติที่ทาง ครม. ร่างมา ที่เสนอโดยท่านนิพนธ์ บุญญามณี เมื่อสักครู่ ผมยอมรับนะครับ ว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ผมอยากเห็นกระบวนการที่สามารถที่จะ ทำได้จริงครับ
ทำได้จริงประการแรก คืออะไรครับ ผมอยากเห็นเหตุในการเข้าชื่อที่ต้อง ชัดเจน หมายถึงผู้เป็นสมาชิกท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นก็จะต้องมีความชัดเจนว่าเขามี ความผิดอย่างไร ที่จะนำไปสู่กระบวนการสอบสวนเพื่อถอดถอน ๑. จงใจทอดทิ้งหรือละเลย ไม่ปฏิบัติการตามหน้าที่อำนาจอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง บางคน เลือกตั้งเสร็จไปอยู่อีกจังหวัดหนึ่ง บางคนมีพิษสุราเรื้อรังก็ปล่อยกันให้อยู่อย่างนั้นครับ บางคนยอมรับด้วยตัวเองแล้วว่าไม่สามารถเป็นได้แล้วแต่ว่ารอจนกว่ามีการเลือกตั้ง ยิ่งไม่มี การเลือกตั้งมา ๘ ปี อยู่ไปอีก ๘ ปีโดยไม่ไปที่สำนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เลยนะครับ สิ่งเหล่านี้กฎหมายอื่นกระบวนการอื่นมันทำไม่ได้มันต้องใช้กระบวนการ ถอดถอนครับ ๒. มีความประพฤติในทางที่จะนำไปสู่ความเสื่อมเสีย หรือก่อให้เกิด ความไม่สงบเรียบร้อยแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านเห็นได้อย่างชัดเจนนะครับ มีข่าวคราวใช่ไหมครับ ยิงกันในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการนำพรรคพวกเข้าไป เพื่อที่จะฮั้วงาน เพื่อที่จะเข้าไปสร้างอิทธิพลในท้องถิ่น โดยมีสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้นำท้องถิ่นเป็น ผู้นำเสียเอง สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าประชาชนที่รักความเป็นธรรมเขามองเห็นภาพที่ใจหายครับ แต่ก็ไม่มีเครื่องมือว่าจะทำอย่างไร
และประการที่สำคัญที่สุดครับ คือมีพฤติการณ์ที่ส่อไปในทางทุจริต หรือกระทำการอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันนี้ละครับสำคัญมากเลยครับ ผมคิดว่าเพียงแต่มีเหตุที่จะส่อไปในทางทุจริตหรือกระทำ อันขัดกันนี่ แม้จะไม่ลงมือกระทำในขณะนั้น แต่เห็นได้อย่างชัดเจนว่าได้มีกระบวนการลงทุน ในการซื้อเสียงอย่างมโหฬาร และมีบริษัทที่เป็นผู้รับเหมาอยู่ในมือ อยู่ในชื่อของภรรยา อยู่ในชื่อของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้ประชาชนมีอำนาจในการมีการต่อรอง มากยิ่งขึ้นครับท่านประธาน ผมมีจุดแตกต่างเช่นเดิมครับกับร่างของคณะรัฐมนตรี ผมอยากจะกราบเรียนนะครับ ผมมีความเชื่อมั่นจริง ๆ ว่าโลกยุคใหม่นี้ต้องเป็นโลก ยุคธรรมาภิบาล ธรรมาภิบาลพวกเราก็ไปเรียนหนังสือสถาบันพระปกเกล้ากัน ท่านที่จะเป็น อาจารย์สอนเรื่องนี้ก็คือท่านชวน หลีกภัย นี่ละครับ ก็เน้นอยู่เสมอว่ามี ๖ ข้อ ผมไม่ต้อง ขยายผลหรอกครับ แต่ว่าข้อ ๑ คือการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะฉะนั้นผมคิดว่า วันนี้เราต้องยอมรับแล้วครับว่าถ้าเราจะให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีจำนวนล้านคนต้องเข้าชื่อ ไม่น้อยกว่า ๓๐,๐๐๐ คนนี่ยากเลยครับ นี่มันมากกว่าเข้าชื่อเสนอกฎหมายรัฐธรรมนูญ ด้วยซ้ำนะครับ เข้าชื่อกฎหมายรัฐธรรมนูญก็เป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาสู่สภา เพราะมี ประธานสภาชื่อ ชวน หลีกภัย ได้มีการอำนวยความสะดวก เพราะฉะนั้นผมอยากเรียน ผ่านท่านรัฐมนตรีครับ ผมอยากเห็นการกระทำที่จริง ๆ ครับ ท่านต้องสั่งกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นครับ เพราะฉะนั้นผมขอปรับปรุงนะครับว่า ขอให้โดยเฉพาะท้องถิ่น ขนาดเล็กมีอิทธิพลเยอะครับ ถ้ายิ่งใช้คนจำนวนมากไม่มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นจริงได้เลยครับ ผมจึงอยากให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ คน ต้องมีเข้าชื่อไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ เท่านั้น และส่วนใหญ่ผมดูแล้วก็คือว่าสมาชิกท้องถิ่นขนาดเล็กเหล่านี้ครับ มีความจำเป็นครับ ที่จะต้องให้ประชาชนเขามีส่วนร่วม เมื่อไรประชาชนรู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจเขาก็สามารถ ที่จะดำเนินการได้ครับ แล้วเราก็ลดหลั่นไปตามจำนวนของประชากรขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ นะครับ มีหลายท่านได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ว่าการไปให้เข้าชื่อลดลงแล้ว กลัวว่าจะมีปัญหาที่จะนำไปสู่การกลั่นแกล้ง หรือนำไปสู่การที่ทำให้คนดีไม่ได้รับการคุ้มครอง ไม่ต้องกลัวครับ คนดีย่อมได้รับการคุ้มครองจากประชาชนเสมอ ถ้าเราเชื่อมั่นในหลักการ ในระบอบประชาธิปไตย แต่ว่าที่สำคัญครับท่านประธาน เรามีบทกำหนดโทษไว้แล้ว บัญญัติ ไว้แล้วครับในมาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ ผู้ใดลงลายมือชื่อปลอมในการเข้าชื่อ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๖ เดือนถึง ๕ ปี ปรับตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ บาทถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นตั้งแต่ ๑๐ ปีถึง ๒๐ ปี และกฎหมายรัฐธรรมนูญ ใหม่คนนี้ก็ไม่มีสิทธิที่จะลงเลือกตั้งหรือใช้สิทธิทางการเมืองไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว ผมว่านี่คือ มาตรการที่เราป้องกันไม่ให้คนดีถูกกลั่นแกล้ง ผมไม่ค่อยกังวลนะครับว่าเรื่องคนดีจะถูก กลั่นแกล้ง แต่ผมกังวลว่าคนชั่วที่มีอิทธิพลจะไปบังคับข่มขู่ ข่มเหง ไม่ให้ประชาชนใช้สิทธิ ในการที่จะเข้าชื่อ เสนอชื่อ ตั้งแต่เบื้องต้นต่างหากครับ ผมไม่กลัวว่าจะมีผู้เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้ ผมไม่กลัวว่าผู้ใดจะเอื้อรับเงินหรือยอมรับเงินเพื่อยอมแลกกับการติดคุก ในการเข้าชื่อเพื่อที่จะถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น สิ่งที่ ผมเป็นห่วงและกังวลอยากจะเสนอไว้ในชั้นแรก ในชั้นรับหลักการนี้อย่างเดียวครับ เราต้องมาช่วยกันในชั้นกรรมาธิการครับท่านรัฐมนตรี ในเรื่องที่จะต้องอำนวยความสะดวก ในการที่จะให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วมทั้งการเข้าชื่อเสนอญัตติและการเข้าชื่อถอดถอน สมาชิกสภาองค์กรส่วนท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นตามลำดับต่อไป และหวังว่าจะเกิดขึ้น จริงในยุคที่ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ในฐานะเชี่ยวชาญเรื่องท้องถิ่นมาเป็นประธานกรรมาธิการ ชุดนี้ด้วย ขอขอบพระคุณครับ