อัครเดช เสนอปรับแบบฟอร์มจดทะเบียนบริษัท ลดปัญหากฎหมาย-ประหยัดทรัพยากร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๙ มกราคม ๒๕๖๔

อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ หารือปัญหาการจดทะเบียนบริษัทที่มีวัตถุประสงค์กว้างเกินจริง ซึ่งนำไปสู่ปัญหาทั้งทางกฎหมาย จริยธรรม และความสิ้นเปลืองทรัพยากร โดยเสนอให้ปรับปรุงแบบฟอร์มและระเบียบการจดทะเบียนเพื่อลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น พร้อมเสนอให้ส่งเรื่องให้กรรมาธิการที่เกี่ยวข้องศึกษาแทนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อเร่งแก้ปัญหาให้ผู้ประกอบการและลดภาระงานค้างของสภา

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมได้เสนอ ญัตติให้ทางสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการปรับปรุง แบบฟอร์มการจดทะเบียนในหนังสือบริคณห์สนธิ ซึ่งเป็นปัญหาที่ผมได้นำเสนอเรื่องนี้ ก็จะ กราบเรียนท่านประธานครับว่าที่ผ่านมาเรามีปัญหาเรื่องของการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใน หนังสือบริคณห์สนธิ ซึ่งโดยปกติครับท่านประธาน การจดทะเบียนการจัดตั้งบริษัท ผู้ที่จัดตั้ง บริษัทโดยกรณีเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายที่ทางกระทรวงพาณิชย์ได้บัญญัติขึ้น แล้วก็ได้ให้ ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ดำเนินการรับจดทะเบียน ก็จะมีการจดแจ้งในส่วนของ กรรมการในส่วนของกรรมการผู้มีอำนาจ ในส่วนของวัตถุประสงค์ของบริษัท แต่ปัจจุบันนี้ เราจะเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาก็คือเรื่องของการใช้วัตถุประสงค์ของบริษัทที่ไม่ตรงกับ การทำธุรกิจจริง ก็คือมีการจดวัตถุประสงค์ของการดำเนินธุรกิจที่ครอบจักรวาล ทำให้ ที่ผ่านมาเราก็จะมีปัญหาว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลังจากการเลือกตั้ง ก็มีการร้องเรียนในเรื่องของการถือหุ้นสื่อ ซึ่งที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญก็ได้มีคำวินิจฉัย เป็นที่สิ้นสุดแล้วว่าการที่เพื่อนสมาชิกทั้ง ๖๔ ท่านได้มีการจดหนังสือบริคณห์สนธิแล้วมี การระบุวัตถุประสงค์ว่าทำสื่อ แต่ในทางเป็นจริงในทางปฏิบัตินั้นไม่ได้มีการทำสื่อจริง ไม่ว่าจะเป็นสื่อโทรทัศน์ ทำสื่อวิทยุ ทำสื่อหนังสือพิมพ์ ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้เราได้มีปัญหาเกิดขึ้น ผมจึงมีแนวคิดอย่างนี้ครับท่านประธานว่าผมเองมาจากภาคธุรกิจครับ เป็นนักธุรกิจ เป็นนักบริหาร เราเองที่ผ่านมาจะเห็นว่าการจดทะเบียนจัดตั้ง ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด หรือแม้กระทั่งบริษัทจำกัด มหาชน นั้น มีการระบุวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจ แต่แบบฟอร์มที่ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ให้ ทางผู้ประกอบการได้จดทะเบียนมีแบบฟอร์มมาตรฐาน โดยปกติพี่น้องประชาชนเวลาเข้าไป จดทะเบียนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนี่นะครับท่านประธาน ทางพี่น้องประชาชนก็จะใช้บริการนักบัญชีไปรับจดทะเบียน เพราะว่าต้องใช้ทนายความ ในการรับรองด้วย แล้วก็ต้องใช้ผู้ที่มีความรู้ พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ก็ใช้บริการนักบัญชี ในการไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ ทีนี้ปัญหามันมีอย่างนี้ครับท่านประธานว่าแบบฟอร์ม ที่ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ให้พี่น้องประชาชนหรือแม้กระทั่งตัวแทนไปดำเนินการจด แบบฟอร์มนี่มีวัตถุประสงค์มากมายมหาศาลครับท่านประธาน ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างบริษัทหนึ่งทำธุรกิจค้ายางรถยนต์ แต่พอไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ไม่ว่าจะเป็น หุ้นส่วนจำกัด หรือไม่ว่าจะเป็นบริษัทจำกัด วัตถุประสงค์แบบฟอร์มที่ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้มาใช้ในการจัดตั้งบริษัทนั้น มีข้อวัตถุประสงค์หลายสิบข้อนะครับ บางข้อก็เป็นเรื่องของการค้าที่ดินบ้าง บางข้อก็เป็น เรื่องของการค้าเชื้อเพลิงบ้าง ทำเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) บ้าง ทำสื่อมวลชนบ้างที่มีปัญหานี่นะครับก็คือทำสื่อมวลชน ทำในเรื่องของธุรกิจ ต่าง ๆ มากมาย บางรายนั้นจดทะเบียนกว้างขวางครอบจักรวาลถึง ๘๐-๙๐ วัตถุประสงค์ ในการทำธุรกิจ แต่จริง ๆ ครับท่านประธานพอเวลาไปจดจริงก็จะไปอยู่ในข้อสุดท้ายครับ ซึ่งผมเองไม่รู้ว่าฝ่ายโสตได้นำเสนอไหมครับ ผมได้เตรียมเอกสารขึ้นมาให้ฝ่ายโสต ได้ขึ้นจอด้วยครับ ก็จะเป็นหนังสือในการรับรองบริษัทหนึ่งให้ท่านประธานได้ดูเป็นตัวอย่าง ไม่ทราบว่าฝ่ายโสตพร้อมไหมครับ จะได้ให้ท่านประธานได้เห็นนะครับ รวมถึง พี่น้องประชาชนด้วยได้เห็นเป็นตัวอย่างครับว่าวัตถุประสงค์ที่จัด ไม่ว่าจะเป็นข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ ไปจนถึงข้อที่สุดท้ายนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

อันนี้ไม่ใช่นะครับ ฝ่ายโสตครับ อันนี้จะเป็นญัตติต่อไปของผมก็คือเรื่องของการจัดระเบียบ เรื่องของสายไฟ แล้วก็สายสัญญาณนะครับซึ่งเป็นญัตติต่อไปนะครับ เป็นเรื่องของหนังสือรับรองครับ ได้ส่งให้ฝ่ายโสดตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วครับ เนื่องจากญัตตินี้ค้างมาจากสัปดาห์ที่แล้วครับ ท่านประธาน ผมได้เตรียมเอกสารมาขึ้นจอครับท่านประธานเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ดูนะครับ ขอรบกวนฝ่ายโสตได้ขึ้นเอกสารให้ดูหน่อยครับ ผมส่งไปตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วครับ เพราะว่า เตรียมอภิปรายตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วครับท่านประธาน นี่ครับ ท่านประธานครับ อันนี้ ท่านประธานจะเห็นว่าหนังสือรับรองที่เห็นนี่คือหน้าแรกครับ ฝ่ายโสตครับเป็นหน้า ๒ ต่อไป เลยครับ นี่หน้า ๒ ครับก็เป็นรายละเอียดที่ยังไม่ได้พูดถึงวัตถุประสงค์นะครับ อันนี้เป็นระเบียบในการใช้นะครับ หน้า ๓ ครับ ท่านประธานดูสิครับ วัตถุประสงค์ มีเต็มไปหมดเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการค้า ในเรื่องของทอง นาค วัตถุประสงค์ ในเรื่องของการทำเครื่องเขียน วัตถุประสงค์ในการเป็นตัวแทนที่ปรึกษากฎหมาย วัตถุประสงค์ในเรื่องของการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง วัตถุประสงค์ในการค้าวัสดุก่อสร้าง เยอะแยะไปหมดเลยครับ หน้าต่อไปครับ นี่ครับท่านประธานครับ ดูครับ มันมีอยู่ข้อสุดท้าย เวลาเราจะทำธุรกิจจริงก็จะอยู่ข้อสุดท้ายครับว่าทำอะไรครับ อันนี้ก็คือนำเข้าเครื่องจักรกล ขายเครื่องแทรกเตอร์ ขายอะไหล่ ก็จะมาอยู่ข้อสุดท้าย แต่ข้อที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ข้อที่ ๑ ครอบจักรวาลมาที่ผมบอกท่านประธานนี่ครับ ไม่ได้ทำจริงครับ ก็คือเป็นแบบฟอร์ม มาตรฐานที่ทางผู้ที่ไปขอจดนี่ก็ไปขอแบบฟอร์มมาจากทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือว่าสำนักงานพาณิชย์จังหวัดก็มาทำการจด บางคนก็จด ๑๐ กว่าวัตถุประสงค์บ้าง ๒๐ กว่าวัตถุประสงค์ ๓๐ กว่าวัตถุประสงค์บ้างครับท่านประธาน ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับ เวลาใบรับรองบริษัทเหล่านี้เวลาเราจะไปทำนิติกรรมต่าง ๆ กับส่วนราชการ ไม่ว่าจะไป จดทะเบียนที่ดิน ไปจดทะเบียนรถที่กรมการขนส่ง ไปขอเชื่อมทางนะครับ ไปติดต่อกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในส่วนของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลนี่นะครับ ก็ต้องใช้เอกสารก็คือใบรับรองบริษัท รวมถึงสำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจ สำเนาทะเบียนบ้าน ทีนี้ที่ผมโชว์ให้ประธานดูมันเป็นหนังสือบริคณห์สนธิครับ ท่านประธานครับ เราใช้หน้าแรกหน้าเดียวก็คือหน้ามีชื่อของกรรมการผู้ถือหุ้น แล้วก็กรรมการผู้มีอำนาจกับหน้าสุดท้ายก็คือวัตถุประสงค์ที่ทำจริง ส่วนหน้า ๒ หน้า ๓ หน้า ๔ บางคนจด ๙๐ กว่าวัตถุประสงค์ปาไป ๕ หน้าครับท่านประธาน หน้า ๒ หน้า ๓ หน้า ๔ หน้า ๕ ไม่ได้ใช้นะครับ ไปใช้หน้าแรกกับหน้าสุดท้ายครับ เวลาไปใช้ ในการติดต่อราชการครับ ไม่ว่าจะเป็นติดต่อเรื่องไฟฟ้า ประปา ที่ดิน ขนส่ง กรมที่ดิน จดทะเบียนต่าง ๆ นิติกรรมต่าง ๆ กับทางราชการต้องซีร็อกซ์ (Xerox) ทั้ง ๖ หน้าเลยครับ ท่านประธาน แต่ใช้จริงก็คือหน้าแรกกับหน้าสุดท้าย ปัญหามันคืออะไรครับ ปัญหามันคือ ความสิ้นเปลืองครับ กระดาษ ค่าใช้จ่าย กว่าจะได้กระดาษแผ่นหนึ่ง ท่านประธานก็ทราบต้องปลูกต้นไม้ ผมก็ไปคุยครับท่านประธาน ก่อนไปยื่นญัตตินี้ ไปคุยกับเจ้าหน้าที่ขนส่งครับ ไปคุยกับเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ไปคุยกับ เจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ที่รับจดทะเบียน เขาก็บอกว่าไม่ได้เอาไปใช้ประโยชน์อะไรเลย เพราะเขาใช้ หน้าแรกกับหน้าสุดท้าย แต่ต้องขอครับ ไม่ขอก็ไม่ได้ เพราะว่าผิดระเบียบ พอเวลามีปัญหามา คือเอกสารไม่ครบ เพราะหนังสือรับรองบริษัทจะครบก็ต้องมี ๖ หน้า ที่เรียนท่านประธาน ก็คือหน้าแรก กับวัตถุประสงค์ที่ตามมา ทีนี้วัตถุประสงค์ที่ตามมาพอครอบจักรวาลปุ๊บ แทนที่จะมีที่ทำจริงหน้าสุดท้ายอันเดียว หน้าที่ ๒ หน้าที่ ๓ หน้าที่ ๔ หน้าที่ ๕ ก็คือที่จด แบบครอบจักรวาลไว้ ก็คือไม่ได้ทำจริง ปัญหามันก็คือต้นไม้ กระดาษ งบประมาณที่เสียไป แล้วที่สำคัญเจ้าหน้าที่ขนส่ง เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ก็บอก กับผมว่า ส.ส. ช่วยกันลดหน่อยได้ไหม เพราะคนเก็บที่ก็จำกัด บางทีกองเป็น ห้อง ๆ เลยครับท่านประธาน แล้วก็ต้องเก็บตามอายุของกฎหมาย ๓ ปีบ้าง ๕ ปีบ้าง ๑๐ ปีบ้าง ก็เปลืองพื้นที่จัดเก็บ ก็ไม่มีประโยชน์ ผมก็ไปถามกับเพื่อนที่เป็นนักธุรกิจ สมัยก่อน ที่ทำธุรกิจก็ว่าตรงนี้ที่จดมา บางคนตั้งบริษัทมา ๓๐ ปี เซ็นมาเป็นพัน ๆ ชุด หน้าที่ ๒ หน้าที่ ๓ หน้าที่ ๔ หน้าที่ ๕ ไม่เคยจดเลย ไม่เคยดูด้วยครับ ไม่เคยอ่านด้วยว่า มีอะไรบ้าง แม้กระทั่งเพื่อน ส.ส. ที่โดนร้องเรื่องหุ้นสื่อครับท่านประธาน ผมก็ถามว่า ที่โดนร้องนี่เคยรู้ไหมว่าข้อที่ ๑๙ ทำโรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือ ออกหนังสือพิมพ์ ที่ร้องกัน ไปที่ กกต. ร้องกันไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ เคยรู้ไหมว่ามีอันนี้อยู่ เพื่อน ส.ส. บางคนบอก ยังไม่เคยอ่านเลย แล้วก็ไม่เคยรู้ด้วยว่ามี มันถึงเป็นปัญหาอยู่ทุกวันนี้ครับท่านประธาน ผมก็คิดว่าวิกฤติตรงนี้ที่เรามีปัญหาเรื่องหุ้นสื่อของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ก่อนจะสมัครนี่ ต้องเป็นไปตามคุณสมบัติที่รัฐธรรมนูญกำหนดก็คือต้องไม่เป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นเจ้าของ ของสื่อมวลชนใด ๆ ฉะนั้นศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยแล้วครับ ก็ต้องเคารพศาลรัฐธรรมนูญ ว่าจะผิดก็ต่อเมื่อได้ทำกิจการจริง กรณีที่จดวัตถุประสงค์แล้วไม่ได้ทำกิจการจริงก็ถือว่า ไม่ผิด ก็ขอแสดงความยินดีกับเพื่อนสมาชิกทั้ง ๖๓ ท่านที่หลุดข้อกล่าวหานี้ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัยแล้ว ก็เคารพศาลครับ ส่วนอีกท่านหนึ่งมีปัญหาพ้นจากสมาชิกภาพเป็นเรื่อง ของทางเทคนิค ข้อกฎหมายอะไรผมก็ไม่กล่าวอ้างแล้วก็ไม่กล่าวถึงนะครับ เพราะว่า ไม่ทราบในรายละเอียดในเรื่องของสำนวน แต่ส่วนใหญ่ก็หลุดออกมา เพราะว่าศาลก็ชี้ว่า ไม่ได้ทำจริง ทีนี้ปัญหาตรงนี้ครับท่านประธานว่าเราจะลดอย่างไรได้บ้าง เพราะอะไรครับ เพราะว่ามันไม่เป็นประโยชน์ ฉะนั้นผมเลยมีความคิดว่าเราควรจะใช้แค่หน้าแรกที่เป็นชื่อ ผู้ถือหุ้นแล้วก็ผู้มีอำนาจลงนาม กับหน้าสุดท้ายก็คือวัตถุประสงค์ที่ทำจริง ผมเองก็คิดว่าตรงนี้ เป็นเรื่องที่สำคัญ ก็เลยตั้งญัตติเข้ามา

ทีนี้เดิมทีผมต้องการอย่างนี้ครับท่านประธาน ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อที่จะได้มาศึกษาเรื่องนี้ แล้วก็ทำการศึกษา แต่เนื่องจากตอนนี้สภาผู้แทนราษฎรของเรา ด้วยดำริของท่านประธาน แล้วก็ท่านรองประธาน ก็อยากให้งานของสภานั้นที่มีอยู่ คั่งค้างอยู่จำนวนมากเป็นไปด้วยความรวดเร็วเพื่อพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ กฎหมาย พ.ร.บ. ต่าง ๆ ที่ค้าง พิจารณาก็ต้องตั้งกรรมาธิการในการแปรญัตติวาระสอง วาระสามจำนวนมากที่ค้างอยู่ ไม่ว่าจะเป็นอ้อยและน้ำตาลทรายซึ่งผมก็เป็นกรรมาธิการด้วย ก็ต้องเร่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน เกษตรกรชาวไร่อ้อย แล้วก็ต้อง ให้ความเป็นธรรมกับทุกภาคส่วนด้วย ก็เร่งไม่ว่าจะเป็นวัตถุอันตราย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ยุทธภัณฑ์ มากมายครับที่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณากฎหมาย แล้วก็กรรมาธิการ วิสามัญอีกจำนวนมากที่ตั้งมาในการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่จะตั้งต่อไปนี้ ก็คือเรื่องของการแก้ไขปัญหาสายไฟแล้วก็สายสัญญาณโทรคมนาคมตกหล่น การจัดระเบียบ แล้วก็ที่ตั้งอยู่ คาอยู่อีกหลายสิบคณะเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการแก้ไขปัญหาทรัพยากรน้ำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบชลประทาน ก็ค้าง การพิจารณาอยู่เป็นจำนวนมาก ตอนนี้ทำให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรงานล้นมือ ในการไปนั่งในกรรมาธิการชุดต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ผมก็เลยมีความคิดว่าตอนนี้เมื่อภารกิจในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเป็นจำนวนมาก เรามีกรรมาธิการสามัญอยู่แล้วก็คือที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็คือกรรมาธิการการพาณิชย์และ ทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร ผมก็เลยจะขออนุญาตในช่วงท้ายคงจะได้เสนอ ท่านประธานได้ส่งเรื่องนี้ให้ทางคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญาได้ไป ดำเนินการทำตามข้อบังคับของสภา ก็อยากจะเสนอท่านประธานให้ทางสภาได้มีมติส่งเรื่อง ให้ทางคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญาได้ดำเนินการศึกษาเรื่องนี้แล้ว แก้ไข ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการจำนวนมากที่อยากจะได้แก้ไขแล้วก็ ลดต้นทุนในการทำหนังสือรับรองบริษัทไปติดต่อส่วนราชการ แล้วส่วนราชการเองก็จะได้ลด ภาระในการจัดเก็บเอกสารก็จะดีกับทุกภาคส่วน แล้วก็จะดีด้วย เราก็จะไม่ต้องเกิดปัญหา ในอนาคต และที่สำคัญก็จะทำให้ผู้ประกอบการได้ทำธุรกิจตรงตามวัตถุประสงค์ที่จดจริงกับ ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ก็ต้องขอกราบเรียนท่านประธานถึง วัตถุประสงค์ในการยื่นญัตติครั้งนี้มาให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ