ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ หารือถึงความสำคัญของการกระจายอำนาจอย่างแท้จริงตามรัฐธรรมนูญปี 2540 โดยเน้นการกระจายอำนาจการตัดสินใจ การงบประมาณ การบริหารบุคคล และการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ พร้อมเรียกร้องให้แก้ระเบียบที่จำกัดการใช้เงินสะสมของท้องถิ่นและผลักดันให้เกิดกระทรวงท้องถิ่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ ลดภาระรัฐบาลกลาง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนภายใต้หลักนิติธรรมและเอกภาพประชาธิปไตย
เรื่องการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น หลายท่านบอกว่าเปรียบเสมือนหนีเสือปะจระเข้ เราจะกระจายอำนาจลงไป มันมีกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นอยู่แล้ว แล้วไปตั้งเป็นกระทรวง มันก็เหมือนกับรวมศูนย์เช่นเดียวกัน ผม ไม่ติดใจนะครับท่านประธาน เราจะใช้คำว่า กระทรวง หรือจะใช้คำว่า สำนักงาน คณะกรรมการการท้องถิ่นแห่งชาติ เหมือนกับสภาพัฒน์อย่างนี้ก็ได้ หรือจะใช้คำว่า สำนักงานสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งชาติก็ได้ ผมไม่ติดใจครับ เพียงแต่ว่าให้ยึดหลัก ไว้ว่าหน่วยงานที่เกิดใหม่นั้นมีปรัชญาอย่างเดียวคือกระจายอำนาจอย่างแท้จริงไปสู่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น กระจายอะไรไปบ้างครับ ๑. กระจายอำนาจในการตัดสินใจ ๒. กระจายอำนาจทางด้านงบประมาณ ๓. กระจายอำนาจทางการบริหารบุคคล ๔. กระจายอำนาจทางด้านเครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ ไปให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเขาอย่างแท้จริงนี่นะครับ ถ้ายังอยู่อย่างนี้ ยังอยู่ภายใต้กระทรวงที่มีจะเรียกว่า ผลประโยชน์ขัดกันก็ได้ เพราะท้องถิ่นมันต้องกระจายอำนาจให้เขา แต่ในขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยในฐานะที่เป็นราชการส่วนภูมิภาคนี่นะครับ ก็จะรวมศูนย์เอาไว้ มีกรมการปกครองเป็นอำนาจสูงสุดอยู่ในจังหวัดของแต่ละจังหวัด มันจะไปได้อย่างไรครับ ที่เขาจะกระจายอำนาจ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นอุปสรรคมากมาย ภายใต้กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น ผมยกตัวอย่างเมื่อสัปดาห์ที่แล้วไฟไหม้ที่เทศบาลตำบลสระยายโสม อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี หัวหน้าพรรคชาติไทย คุณกัญจนา ศิลปอาชา ไปบริจาค ๑๐๐,๐๐๐ บาท ท่าน ส.ส. นพดล มาตรศรี ในฐานะที่อยู่อำเภออู่ทองก็ไปดูแล ท่านประธานครับ เขาสะท้อนเรื่องอะไรมาครับ เรื่องระเบียบว่าด้วยการใช้เงินสะสมครับ เพราะว่าการใช้ เงินสะสมไปออกระเบียบว่าได้แต่เฉพาะเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การจะซื้อรถดับเพลิง ไม่สามารถดำเนินการได้ แล้วเทศบาลนี้มีรถดับเพลิงที่มีอายุมากกว่า ๒๐ ปีครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นระเบียบอย่างนี้ควรจะมีการแก้ไข ถ้ายังอยู่ภายใต้อย่างนี้ความไม่เสมอภาค ความเหลื่อมล้ำระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับ ยังเห็นอยู่จำนวนมาก บางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นวิ่งเก่งไปได้งบประมาณจากกรมมา ไม่ได้กำหนดกติกาที่จะ กระจายอำนาจอย่างแท้จริงที่มันจะไปลดความเหลื่อมล้ำให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการให้บริการสาธารณะต่อพี่น้องประชาชน
ท่านประธานที่เคารพครับ หลายท่านพูดถึงเรื่องกระจายอำนาจ ขออนุญาต เอ่ยนามครับ ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม นี่นะครับ ท่านได้พูดถึงว่า ท่านนายกรัฐมนตรี หรือท่านประธานชวน หลีกภัย ของเรามีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ท่านประธานจำได้นะครับ ภายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี ๒๕๓๕ เกิดอะไรขึ้นครับ เกิดกระแสเรียกร้อง ให้มีการกระจายอำนาจเกิดขึ้นนะครับ หลายพรรคการเมืองชูนโยบายเรื่องการกระจายอำนาจ รัฐบาลท่านนายกชวน หลีกภัย ได้แต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงระบบการบริหารการปกครอง ส่วนท้องถิ่นขึ้นเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๓๕ ครับ พอมาปี ๒๕๓๗ รัฐบาลได้มีการเสนอ พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล มีผลบังคับใช้เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๓๘ นี่เป็นอานิสงส์ของท่านประธานครับ ที่มีความมุ่งมั่นที่จะให้เกิดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขาดูแลกันเอง ดูแลประชาชน ประชาชนมีส่วนร่วมในการที่จะสรรหา ที่จะเลือกผู้บริหาร ของเขา ตัวแทนของเขา นอกจากนั้นครับท่านประธาน มันมีการพัฒนาต่อไป การแก้ไข รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ และผมฝันมากทีเดียวครับ โดยนายก บรรหาร ศิลปอาชา แล้วรัฐธรรมนูญได้รัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดฉบับหนึ่งครับ ในหมวด ๕ บัญญัติไว้อย่างนี้ครับ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา ๗๘ รัฐต้องกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นพึ่งตนเอง และตัดสินใจในกิจการท้องถิ่นได้เอง พัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ตลอดทั้งโครงสร้างพื้นฐาน สารสนเทศในท้องถิ่นให้ทั่วถึง เท่าเทียมกัน ทั่วประเทศ วรรคนี้สำคัญนะครับ วรรคนี้สำคัญอย่างยิ่งครับท่านประธาน รวมทั้งพัฒนา จังหวัดที่มีความพร้อมให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ โดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ ของประชาชนในจังหวัดนั้น ผมฝันถึงการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดครับ มันจะค่อย ๆ ลดการปกครองส่วนท้องถิ่นลง มันจะเป็นการกระจายอำนาจไปสู่ระดับจังหวัดเช่นเดียวกับ กรุงเทพมหานคร เสียดายครับ เสียดายว่ารัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๔๐ ถูกรัฐประหารไป เรียบร้อยแล้วครับ แต่ผมเรียกร้องตรงนี้ขึ้นมาเพราะอะไรครับ เพราะว่าขณะนี้กำลังมี การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้วก็ใช้โมเดล (Model) ของปี ๒๕๔๐ ตั้ง ส.ส.ร. ขึ้นมาทราบว่า ขณะนี้ลงตัวแล้ว ๒๐๐ ท่าน ส.ส.ร. ที่จะมีการเลือกตั้ง นำบทบัญญัติที่ก้าวหน้าอย่างนี้ กลับคืนมาครับ เราจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีการพัฒนา จังหวัดที่มีความพร้อมนี่นะครับ ไม่ใช่ซ้อนกันอย่างนี้ ไม่ใช่ อบจ. ด้วย ไม่ใช่แต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดไปเป็นผู้บริหารระดับ จังหวัดอีก ทั้งงบประมาณก็ซ้อนกัน บุคลากรก็ซ้อนกัน บางจังหวัดไปกันได้ก็ดี ถ้าไปกันไม่ได้ ก็กระทบต่อหญ้าแพรกก็คือประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ หลายท่านได้กล่าวไปแล้ว นะครับว่าทำไมถึงเรียกร้องให้มีการแยกออกมา ปริมาณมันแน่นอนครับ ไม่ว่าจะเป็นจำนวน ข้าราชการ ท่านนายแพทย์กิตติศักดิ์บอกไปแล้วนะครับ เกือบ ๆ ๗๐๐,๐๐๐ คน งบประมาณ ก็เกือบ ๆ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณประเทศ นอกจากนั้นครับ ยังมีองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด ๗๖ แห่ง มีเทศบาล ๒,๔๔๒ แห่ง มี อบต. ๕,๓๒๙ แห่ง มีองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นอีก ๒ แห่ง นี่ละครับจะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือในการทำงานให้กับพี่น้องประชาชน ของคนไทยทั้งประเทศ ท่านประธานครับ ผมสรุปอย่างนี้ครับท่านประธาน เพราะว่าถ้าผม จะอภิปรายต่อไปก็จะซ้ำกับท่านนายแพทย์ทั้งหลายนี่นะครับ ผมสรุปอย่างนี้ครับว่าการจัดตั้ง กระทรวงท้องถิ่นหรือจะเป็นรูปแบบใดก็ตามจะก่อให้เกิดประโยชน์
ประการที่ ๑ หลักการประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมในการปกครองตนเอง ของพี่น้องประชาชน การกระจายอำนาจเป็นหัวใจสำคัญในการปกครองระบอบประชาธิปไตย
ประการที่ ๒ ประสิทธิภาพที่ได้จากการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นมหาศาล อย่างน้อย ๆ ที่มองเห็นได้ก็คือลดภาระหน้าที่ของรัฐบาลกลางลง จะได้ไปทำหน้าที่หลัก หน้าที่สำคัญ ๆ ให้กับประเทศชาติของเราต่อไป
ประการสุดท้ายที่ได้จริง ๆ คือได้ประชาชนครับ นี่ขนาดกระจายอำนาจ ยังไม่ไปครบนะครับท่านประธาน เอกสารฉบับนี้เป็นของสถาบันพระปกเกล้า ความเชื่อมั่น ต่อสถาบันต่าง ๆ และความพึงพอใจต่อการบริการสาธารณะ พ.ศ. ๒๕๖๒ เขาสำรวจความเห็น ของประชาชนทั่วประเทศนะครับ เขาสรุปกันอย่างนี้นะครับ ข้อ ๙ การติดต่อ การใช้บริการ กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน้าที่ ๑๑ เขาบอกอย่างนี้ครับ ผู้ที่เคยใช้บริการหรือเคยติดต่อ มีความพึงพอใจต่อการติดตามงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถึงร้อยละ ๙๔.๘ ครับท่านประธาน สูงที่สุดเลย เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าถ้าเรามีการก่อตั้งกระทรวงท้องถิ่น ขึ้นมา หรือรูปแบบใดก็ตามจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง กราบขอบพระคุณครับ