ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เสนอญัตติให้ตั้งกรรมาธิการศึกษาการกระจายอำนาจและการจัดการตนเองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างอิสระ พร้อมตั้งคำถามถึงความเหลื่อมล้ำในการบริหารราชการ การจัดสรรงบประมาณที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะการที่ อบจ. ถูกกีดกันไม่ให้เสนอของบผ่านกลุ่มจังหวัด ในขณะที่หน่วยงานส่วนกลางมีช่องทางหลายทาง และการลงโทษที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างท้องถิ่นกับส่วนกลางที่กระทำผิดร้ายแรงกว่า รวมถึงปัญหางบประมาณขาดแคลนและการครอบงำของราชการส่วนกลางที่ขัดขวางการพัฒนาท้องถิ่น พร้อมยกตัวอย่างนวัตกรรมการแก้ปัญหาของท้องถิ่นที่ควรได้รับการสนับสนุน
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตอนาคต ใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดการตนเองอย่างอิสระทุกรูปแบบขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นต้องขออนุญาตท่านประธานนะครับว่าเรื่องของเวลานี่ผมคิดว่ามันจะจบลงด้วย เนื้อหาที่เป็นสาระสำคัญ แล้วก็คงจะไม่ไปซ้ำรอยกับท่าน ส.ส. ท่านอื่นนะครับ ก็จะพยายาม ให้สั้น เร็ว กระชับ ได้สาระมากที่สุด แล้วก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งขนาดใหญ่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล อบต. หรือแม้กระทั่งองค์กรปกครองรูปแบบพิเศษอย่างเมืองพัทยาหรือกรุงเทพมหานคร เพราะว่ามันมีความเหลื่อมล้ำหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่น แม้กระทั่ง คนกรุงเทพมหานครมีโอกาสเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดของตัวเอง ถามว่าทำไมคนต่างจังหวัด มันไม่มีความรู้ มันโง่ หรือมันเปรียบกันไม่ได้กับคนกรุงเทพฯ ถึงไม่สามารถเลือก ผู้ว่าราชการจังหวัดได้หรืออย่างไร นี่คือคำถามที่สังคมต้องช่วยกันตอบ มีการต่อสู้ผลักดัน เรื่องนี้กันมานาน ตั้งแต่สมัยสภาชุดแรก ๆ ผมคิดว่าท่านประธานก็จำเรื่องนี้ได้ดี แต่ปัญหา อุปสรรคมันเกิดอะไรขึ้นตรงไหน ใครถ่วงรั้ง ระบบราชการใช่หรือไม่ หรือผู้กำหนดนโยบาย โดยพรรคการเมือง โดยรัฐบาลหรือเปล่า ตอนหาเสียงก็บอกว่าจะกระจายอำนาจ จะให้มี พ.ร.บ. จัดการตนเอง บอกพยายามจะให้กระจายไปให้ท้องถิ่นมีอำนาจเรื่องภาษีนั่นนี่โน่น แต่ปัจจุบันทำได้ไหม ประชาชนเขาติดตามอยู่ครับท่านประธาน แล้วเขาก็เห็นว่าส่วนไหน มีการโกหก ส่วนไหนมีการผลักดัน ส่วนไหนหลอกประชาชน กฎหมายหลายอย่างที่บอกว่า จะกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ โดยเฉพาะเรื่องภาษีที่บอกว่า จะให้ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ มาตั้งแต่สมัยโน้นละครับ พ.ร.บ. กระจายอำนาจที่ให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นจะต้องมีสัดส่วนของภาษี ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ทำไมหน่วยงานต่าง ๆ ถึงไม่ได้รับ สัดส่วน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ผ่านมา ๒๐ ปีมันเกิดอะไรขึ้นครับ รัฐไทยทำไมมองไม่เห็น การบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำไมยังคิดวิธีรวบอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ทำไมยังดูถูกดูแคลนท้องถิ่น ทำไมพยายามจะสร้างข่าวว่ามีการทุจริตมากมายเหลือเกิน ในขณะที่ราชการส่วนกลางมีงานวิจัยรองรับว่ามีการทุจริตของระบบบริหารราชการส่วนกลาง มากมายมหาศาล เป็นยอดเงิน เม็ดเงินในกระทรวง อย่างกระทรวงพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ มีข่าวมากมายของปลัดกระทรวง มีข่าวของหลายกระทรวง เม็ดเงินเหล่านั้นปรากฏในงานวิจัยว่ามากมายมหาศาลกว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กว่า ๗,๐๐๐ แห่ง เรากำลังถูกทำลายโดยวิธีคิดของคนราชการส่วนกลาง ของระบบบริหาร ราชการส่วนกลางครับท่านประธาน ท้องถิ่นมีความสำคัญแน่นอนเพราะอยู่ด่านหน้า รับปัญหาของพี่น้องประชาชนมากที่สุด และผู้บริหารท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งก็เป็นคน ในท้องถิ่น เขารักบ้านเกิดเขาเองแน่นอน แต่ราชการส่วนกลางออกระเบียบไปครอบไปงำ ถามว่าราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค มีหน้าที่อะไรไปสั่งการครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ได้สังกัดจังหวัดนะครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ได้สังกัดอำเภอครับ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นอยู่ภายใต้การกำกับดูแลเท่านั้น มีกฎหมายรัฐธรรมนูญรองรับอำนาจอิสระของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถกำหนดนโยบายการเงินการคลัง บุคคลต่าง ๆ นะครับ อำนาจหน้าที่และต้องกำกับดูแลเท่าที่จำเป็น แต่ปัจจุบันเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน พยายามจะสั่งการ ครอบงำ ใช้อำนาจของรัฐบาลกลางนี่ละครับล่าสุดออกหนังสือสั่งการ เรื่องของภาษี อบต. เทศบาลหลายที่ครับ งบประมาณเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นของตัวเอง เข้าแผนพัฒนา ๓ ปี ๔ ปี ๕ ปีทิ้งไว้ แผนรายปีทิ้งไว้ ว่าจะต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน บ้านเกิดของตัวเขาเองก็บอกว่าให้ชะลอไปก่อน งบการพัฒนาเขาวางเอาไว้หลายพื้นที่นะครับ เทศบาลบางแห่งงบหายไป ๑๗ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่มีห้างร้านใหญ่โตไปอยู่ในพื้นที่ ที่ผ่านมา เก็บภาษีเอามาพัฒนาท้องถิ่นของเขา สร้างถนน สร้างสะพาน มีเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกัน ระหว่างเทศบาล อบต. กับ อบจ. เพื่อพัฒนาถนนนะครับ มีนวัตกรรมอะไรใหม่ ๆ เยอะแยะ มากมายที่ท้องถิ่นพยายามช่วยเหลือตัวเองนะครับ ผมยกตัวอย่างองค์การบริหารส่วนจังหวัด กระบี่ครับท่านประธาน อบต. หลายที่ เทศบาลหลายที่ขาดงบประมาณที่จะไปทำถนนลาดยาง ไม่เพียงพอ เกิดนวัตกรรมอะไรรู้ไหมครับ เกิดนวัตกรรมคือต่อไปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในระดับ อบต. หรือเทศบาล เวลาตั้งงบประมาณนี่บดอัดชั้นพื้นทางให้แน่นครับ แล้ว อบจ. กระบี่ไปลาดยางครับ แปลว่าเดิมที่ผ่านมา อบต. ทำได้แค่ซ่อมถนน ทำแค่ถนน ลูกรัง ฝนตกมาพัง ปีหน้าตั้งงบอีกพัง หมุนเวียนกันเป็นวัฏจักร แล้วพอมีนวัตกรรมใหม่ ๆ แบบนี้ เกิดจากการช่วยเหลือตัวเองของวิธีคิดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับ จังหวัดที่เขาคิดกันได้ และได้รับรางวัลจากสถาบันพระปกเกล้า แล้วส่วนกลางคิดอะไรได้ ครับ ส่วนกลางคิดแต่เรื่องของการสั่งการ ที่ผ่านมาออกหนังสือการให้ อบจ. ไปทำซุ้ม ถามว่า เกิดประโยชน์ไหม แน่นอนเป็นการเทิดพระเกียรติ แต่เวลาคิดนี่ให้ท้องถิ่นเขาคิดเองได้ไหม ปรากฏว่าแบบก็แบบเดียวกันทั้งประเทศนะครับ แล้วก็มีหนังสือสั่งไปจากส่วนกลาง งบประมาณอยู่ในแผนก็ไม่มีนะครับ แต่หาช่องทางในการสั่งการให้แต่ละ อบจ. ไปจัดการ เรื่องนี้เพื่อตอบสนองความคิดเห็นของตัวเอง ตัวเองได้หน้านะครับ แต่เงินของคนท้องถิ่น ที่จัดเก็บรายได้ในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน ภาษีผู้พักโรงแรม ภาษีน้ำมัน หรือภาษีจากอากรรังนกต่าง ๆ ปรากฏว่าโดนรัฐบาลกลางเบียดบังออกหนังสือสั่งการ ผ่านกระทรวงมหาดไทยต่าง ๆ เพื่อตอบสนองว่าตัวเองได้หน้าหาเสียง เป็นเรื่องปกติครับ นักการเมืองหาเสียงเป็นเรื่องปกติ ผมกับท่านก็ต้องหาเสียงเพราะสร้างคะแนนนิยม ด้วยการเสนอนโยบายอยู่แล้วว่าเราจะทำอะไร ๑ ๒ ๓ ๔ นักการเมืองต้องหาเสียง ต้องรักษา คะแนนนิยม ต้องสนองนโยบาย เพราะพรรคการเมืองมาจากคำนิยามที่ปรากฏชัดเจนแล้วว่า พรรคการเมืองต่าง ๆ เป็นองค์กรที่จัดตั้งเพื่อบริหารราชการแผ่นดินเสนอนโยบาย มีความคิดเห็นสอดคล้องต้องกันเกี่ยวกับหลักการบริหารราชการของประเทศนะครับ เพราะฉะนั้นวิธีคิดของข้าราชการตอนนี้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ มององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในแง่ลบ เวลามีข่าวทุจริตขึ้นมาสักเรื่องก็ตีข่าวกัน ทั้ง ๆ ที่เปอร์เซ็นต์ เรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมันมีเยอะครับ เวลาทุจริตก็ว่ากันไป แต่มูลค่า ความเสียหายที่ผมเปรียบเทียบให้ฟังบอกเลยว่าราชการส่วนกลางเสียหายเยอะกว่ามากมาย แล้วมีการบอกกันนะครับ พยายามทำลายท้องถิ่นว่า อบจ. มันทับซ้อนกับเทศบาล มันทับซ้อน กับ อบต. เขาแบ่งหน้าที่กันทำครับ แบ่งหน้าที่ตามอำนาจหน้าที่ ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งของตัวเอง ถ้าจะบอกว่าทับซ้อนพื้นที่ ราชการส่วนภูมิภาคไปทับซ้อนพื้นที่ แล้วราชการส่วนภูมิภาค ในอดีตท่านประธานครับ พ.ร.บ. อบจ. ปี ๒๔๙๘ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนายก อบจ. โดยตำแหน่งนะครับตอนนั้น หัวหน้าส่วนราชการมานั่งประชุมสภา อบจ. ผมว่าท่านประธาน ผ่านเรื่องนี้มาแน่นอน แล้วก็ทราบเรื่องนี้ดี เวลาประชุมสภา อบจ. ในพื้นที่หัวหน้าส่วนราชการ มานั่ง สจ. สมาชิกสภาจังหวัดเสนอปัญหามากมาย ผู้ว่าราชการจังหวัดก็รีบแก้ปัญหาให้ได้ แต่พอมีการแก้กฎหมาย พ.ร.บ. ปี ๒๕๔๐ เกิดอะไรขึ้นครับ ปรากฏว่าเวลาข้อบกพร่อง ของราชการส่วนภูมิภาค ราษฎรมาร้องเรียน สจ. บอกว่าปล่อยน้ำเสียทิ้งลงคลอง เสนอใน สภา อบจ. แต่หัวหน้าส่วนราชการเหล่านั้นมาทับซ้อนอยู่ในพื้นที่อย่างไรครับ วิธีแก้ปัญหา ก็คือสภา อบจ. ต้องมีหนังสือสอบถามผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และผ่านไปยังหัวหน้า ส่วนราชการ ถ้าน้ำเสียต้องถามอุตสาหกรรมจังหวัด ท่านทราบไหม ๘ เดือนกว่าจะตอบคำถาม ในขณะที่กฎหมายเก่าสมัยผู้ว่าราชการจังหวัดนั่งเป็นหัวโต๊ะ หัวหน้าส่วนราชการต้องมานั่งฟัง แล้วก็รีบแก้ไขปัญหา พอออกแบบกฎหมายแบบนี้ออกมามันทำให้ปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนล่าช้าออกไปเป็นปีครับ แล้วหัวหน้าส่วนราชการภูมิภาคเชื่อมอย่างไร กับประชาชนครับ ตอนนี้ไม่เชื่อมเลยครับ ขึ้นอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัด ขึ้นกับอธิบดีโน่น มองไม่เห็นหัวองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรอกครับ วันดีคืนดีก็ออกกำหนด ออกประกาศ ของกระทรวง บอกว่าท้องถิ่นจะต้องมีอำนาจ ๑ ๒ ๓ ๔ เป็นลูกไล่เขาอีก โครงสร้างรูปแบบ ของการปกครองประเทศ ณ วันนี้มันถึงบิดเบี้ยวครับท่านประธาน และเป็นความล้มเหลว ของราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ผมยกตัวอย่างต่อไปอีกเลยนะครับว่าการกำกับดูแล มันไม่เท่ากับการบังคับบัญชาครับ ท่านนายอำเภอ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด หลายพื้นที่ไม่ทราบเป็นอย่างไร ออกหนังสือไปเรื่อยเลยครับ ส่งไปที่ท้องถิ่นนะครับ ขอให้ดำเนินการจัดการงานรัฐพิธีบ้างละครับ ขอให้ช่วยอำเภอ ช่วยจังหวัด ผ่านการจัดการ ของท้องถิ่นซึ่งท้องถิ่นเขาเป็นอิสระนะครับ ท่านทำได้ก็แค่ขอความอนุเคราะห์เท่านั้น ไม่ใช่ ไปสั่งการ ความบิดเบี้ยวเหล่านี้ละครับ จึงจะต้องเสนอญัตติเพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ ศึกษาเรื่องนี้ให้ชัดเจน และผมคิดว่าการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอกันมานาน ได้ยินตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือมัธยมเลยครับ จนป่านนี้ใกล้เกษียณแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นกับ ประเทศไทยครับ ทำไมยังดูหมิ่นดูแคลนคนต่างจังหวัดเหลือเกินครับ ทุกวันนี้เขาไปไกล ขนาดไหนครับ ท้องถิ่นมีการขยายตัว โครงสร้างภาษีครับท่านประธาน โอ้โฮ น่าเสียดายครับ จังหวัดกระบี่บ้านผม จังหวัดภูเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ มีรายได้ในพื้นที่จังหวัดตัวเอง หลักแสนล้านบาท เทียบเป็น ๑ ใน ๕ ของประเทศ แต่เงินเก็บภาษีปรากฏว่ามากองที่ รัฐบาลกลาง พ.ร.บ. กระจายอำนาจบอกจะต้องกระจาย ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ให้ไปไม่ถึง ปรากฏว่าจังหวัดกระบี่เล็ก ๆ ครับ ได้เงินภาษีในพื้นที่ตัวเอง อย่าง อบจ. งบแค่ ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาท ทำอะไรได้ครับ มีงบพัฒนาก็ต้องค่อย ๆ ทำกันไป แต่รายได้ ตามโครงสร้างสัดส่วนภาษีเป็นแสนล้านบาทมากองที่รัฐบาลกลาง เอาไปซื้อเรือดำน้ำกันหมด คนต่างจังหวัดเขาก็ถามสิครับว่าทำไมระบบขนส่งมวลชนในต่างจังหวัดถึงไม่มี ทำไมมันมีแต่ ในกรุงเทพฯ ทำไมคนกรุงเทพฯ มีอภิสิทธิ์ในการเลือกผู้ว่าราชการจังหวัด มีระบบขนส่งมวลชน ที่มีราคาถูก มีรถไฟลอยฟ้า มีรถไฟฟ้าใต้ดิน บนดิน การเดินทางสะดวกสบาย คนต่างจังหวัด ยังนั่งรถสองแถวดมควันพิษอยู่เลย มันเกิดความเหลื่อมล้ำมากมายเกี่ยวกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่ดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกวันนี้ก็ยังทำงานแบบ ผิดพลาด หลง ๆ ลืม ๆ หลงตัวเองครับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอยู่ในสังกัด กระทรวงมหาดไทยยังออกหนังสือสั่งการผิด ๆ เบี้ยว ๆ อยู่เลยครับ ถามว่ากรมนี้ไปดูชื่อ ภาษาอังกฤษสิครับท่านประธาน มีคำว่า ส่งเสริม ไหม ไม่มี มันคือกรมท้องถิ่นครับ ต้องให้ เกียรติให้ศักดิ์ศรี การเสนอญัตติวันนี้ปลายทางกับผลการศึกษาจะออกมาอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ผมค้านอันหนึ่งว่าถ้าจะตั้งเป็นกระทรวงนั่นคือการขยายฐานอำนาจของบรรดาข้าราชการ ส่วนกลางอีกต่างหากซึ่งเป็นไปไม่ได้ ในโลกปัจจุบันไปดูสิครับ ประเทศอินโดนีเซีย มีการกระจายอำนาจ แล้ววันนี้เจริญก้าวหน้าไปไกลขนาดไหน ท่านประธานครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขารักบ้านเกิดของเขา ข่าวล่าสุดที่บอกว่าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นอยากจะได้วัคซีนมาเพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของเขา อำนาจหน้าที่มีนะครับ ไม่ใช่ไม่มี อำนาจหน้าที่เขียนชัดเรื่องป้องกัน ป้องกันโรคครับ พ.ร.บ. จัดตั้ง ทั้ง อบต. เทศบาล อบจ. มีหมด แต่ทำอย่างไรได้ละครับ มาติดเรื่องของรัฐบาลกลางไม่ว่าจะเป็น อำนาจอนุญาตของ อย. สถาบันวัคซีนแห่งชาติ หน่วยงานราชการต่าง ๆ กว่าจะได้ออกมา โน่นละครับ ปีนี้วัคซีนของประเทศไทยไม่รู้จะได้เมื่อไร คำตอบก็เลื่อนออกไปเรื่อย ๆ นะครับ รัฐมนตรีก็บีบน้ำตา แล้วก็ไม่ตอบคำถามให้ตรงประเด็นสักที ท่านประธานครับ การถ่วงรั้ง ละเลยของรัฐบาลที่ผ่านมาเรื่องการกระจายงบ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ เอางบ อสม. ไปคิดรวม ในส่วนนี้ด้วย ผมต้องกระทุ้งในสภานี้ไม่ต่ำกว่า ๓ รอบครับ จนรองนายกรัฐมนตรีมาได้ยิน ในคืนวันนั้นรุ่งเช้าประชุมคณะกรรมการการกระจายอำนาจแล้วก็ยกเลิกออกไป กว่าจะ ได้ยินนะครับมันก็ช้าออกไปเป็นปี ความเสียหายที่เกิดขึ้นคือการพัฒนาท้องถิ่นล่าช้าออกไปครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างอีกหลาย ๆ พื้นที่นะครับ การเลือกตั้งที่ผ่านมาครับท่านประธาน อบจ. มีการออกมาคุยโม้ของ กกต. นะครับว่ามีบทบาทเสียเหลือเกินในการจัดการเลือกตั้ง ผมบอก เลยนะครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการเลือกตั้งล่าสุดคือองค์การบริหารส่วนจังหวัด งบประมาณจาก อบจ. ทั้งก้อนเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นค่าตอบแทน อุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือในการเลือกตั้ง การจัดอบรมก่อนการเลือกตั้ง ไปจาก อบจ. ทั้งนั้น กกต. พยายามจะออกข่าวให้สื่อว่าพร้อม ๑ ๒ ๓ ๔ ปรากฏว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นล่าสุด ความผิดพลาดจาก กกต. นะครับ ต้องเลือกตั้งซ่อม ไม่ใช่ความผิดของผู้เลือกตั้ง กกต. ผิดเอง แท้ ๆ นะครับ มีระบบเจ้าหน้าที่ที่ผิดพลาด ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในหน่วยเลือกตั้งไหนของแต่ละ อบจ. ไหน แต่ไปกำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ แล้วใช้งบใหม่นะครับ ใช้งบไหนอีกครับ ก็เป็น งบจาก อบจ. อีกครับ ของท้องถิ่นเขาแท้ ๆ แต่เกิดจากความผิดพลาดของ กกต. ประชาชน เขาก็เสียประโยชน์สิครับท่านประธาน
และมีอีกประเด็นครับท่านประธาน ราชการส่วนภูมิภาคในแต่ละจังหวัด สามารถตั้งงบประมาณผ่านกระทรวง งบฟังก์ชัน (Function) ผ่านกรม ผ่านกระทรวงเข้ามา ในขณะเดียวกันราชการส่วนภูมิภาคแต่ละที่อย่างกรมโยธาธิการและผังเมืองก็สามารถ ตั้งงบประมาณผ่านกลุ่มจังหวัดเป็นงบเติมเต็ม เพื่อจะเอาตัวเองเอามาพัฒนาในอำนาจหน้าที่ ของตัวเอง แต่ อบจ. ล่ะครับ อบจ. กฎหมายบอกสามารถเสนองบประมาณโดยตรงมาที่ สำนักงบประมาณ แต่ปรากฏว่าไปออกหนังสือกีดกันไม่ให้ อบจ. เสนองบผ่านกลุ่มจังหวัด เพื่อมาเติมเต็มภารกิจของเขา อ้าวมันเลือกปฏิบัตินี่ครับแบบนี้ ราชการส่วนภูมิภาคของบ ผ่านได้หลายเส้นทางนะครับท่านประธาน อย่างน้อย ๒ เส้นทาง ขอผ่านกลุ่มจังหวัดได้ ขอโดยตรงไปที่กระทรวง ทบวง กรม ของตัวเองได้ แล้วท้องถิ่นล่ะครับ ไปจำกัดเขา เขาบอก ว่าเขายังมีโครงการที่สามารถเติมเต็มนอกจากขอตรงมาที่สำนักงบประมาณได้ ขอผ่าน งบกลุ่มจังหวัดได้ไหม ก็ไปกีดกันเขา นี่คือความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น รัฐบาลต้อง ไม่นิ่งดูดายนะครับ ผมคิดว่ากรรมาธิการที่จะตั้ง หรือถ้าไม่ตั้งมีอนุ หรือสภาแห่งนี้ได้รับทราบ ข้อมูลแบบนี้จะต้องรีบไปแก้ไขครับท่านประธาน งบฟังก์ชัน (Function) ต่าง ๆ เหล่านี้สิทธิ ต้องเท่าเทียมกันครับ เพราะว่าเราใช้ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ อันเดียวกันนะครับท่านประธาน และท้องถิ่นถ้าเกิดกรณีทำผิดเกิดขึ้นนี่ล่าสุดนะครับ ปลัดกระทรวงออกหนังสือไล่บี้เลย ป.ป.ช. บอกว่าถ้า ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด สั่งฟันเลยครับ ผู้บริหารท้องถิ่น ผมถามนะครับว่าที่ผ่านมาเวลามีเรื่องความผิดระดับประเทศเป็น ซูเปอร์สเปรดเดอร์ (Super spreader) ของสนามมวยลุมพินี ประธานกรรมการระดับพลเอก ที่ฝ่าฝืนคำสั่งมีการลงโทษหรือยัง ประเทศนี้มันบิดเบี้ยวขนาดไหนครับ โอ๊ยไล่บี้กันจัง ถ้าไม่ใช่พรรคพวกของตัวเอง ไล่บี้ท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น จะเอาจะเป็นจะตาย ศาลยังไม่ ตัดสินเลยนะครับ แต่ใช้วิธีความเห็นของ ป.ป.ช. ชี้มูลแล้วก็ตัดสินเขา มีหนังสือสั่งการ ออกไปชัดเจน แต่กรณีระดับส่วนกลางล่ะครับ ทำผิด ทำให้เศรษฐกิจทั้งประเทศเสียหาย เป็นพลเอกนะครับ