สาธิต ปิตุเตชะ ชี้แจงนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับ สปสช. ในการตรวจคัดกรอง ป้องกัน และรักษาโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกฟรี ผ่านหลักประกันสุ000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000
กราบเรียนทานประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีชวยวาการกระทรวง สาธารณสุข ไดรับมอบหมายใหตอบกระทูทั่วไปของเพื่อนสมาชิก จากทานรัฐมนตรีวาการ กระทรวงสาธารณสุขนะครับ
สําหรับคําถามขอแรกของเพื่อนสมาชิกนะครับ ตองกราบขอบคุณที่เพื่อน สมาชิกทานไดเป็นหวงในเรื่องการจัดการใหบริการกับผูหญิงในประเทศเรา ซึ่งขอมูล ก็ชัดเจนนะครับที่เพื่อนสมาชิกไดพูดถึงวาตัวเลขการเสียชีวิตของผูปุวยมะเร็งทั้ง ๒ ชนิด เป็นอัตราเสียชีวิตที่สูงที่สุด ก็คือมะเร็งเตานมแลวก็มะเร็งปากมดลูก สวนของสิทธิประโยชน ในการรักษาที่เป็นคําถามนั้น เดี๋ยวผมขออนุญาตตอบภายหลังนะครับ แตวาก็ขอย้ําอีกครั้งหนึ่งวา กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายรวมกับสํานักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติไดกําหนด สิทธิประโยชนเพื่อที่จะใหประชาชนไดรับบริการดานการปูองกัน การสงเสริมปูองกัน รวมทั้งการบําบัดรักษามะเร็งปากมดลูกแลวก็มะเร็งเตานม ซึ่งประชาชนก็จะไดรับสิทธิ ในการบริการฟรีโดยไมตองเสียคาใชจายในการเขารับบริการ การตรวจคัดกรอง ที่เพื่อนสมาชิกไดพูดถึงก็เป็นสิ่งที่สําคัญมาก เพราะวาถาเราพบกอน รักษากอน รักษาเร็วก็จะทําใหโอกาสเสียชีวิตลดนอยลง การเขาถึงการคัดกรองนี่สวนใหญเราสงเสริม ใหความรูกับผูหญิงทั่วประเทศ ใหไดมีการคัดกรองมะเร็งเตานมดวยตัวเอง เมื่อมีการให ความรูวาเขาสามารถที่จะมีวิธีในการตรวจสอบคัดกรองในเบื้องตน แลวถาพบขอสงสัย หรือมีสัญญาณก็จะนําไปสูการบําบัดรักษา ซึ่งขณะนี้สิทธิในการตรวจเบื้องตนและรวมทั้ง สิทธิประโยชนในการรักษาที่เพื่อนสมาชิกไดพูดทั้งหมดก็ไดรับเป็นสิทธิประโยชนแจาก หลักประกันสุขภาพแหงชาติ ก็คือ สปสช.
ทีนี้มาพูดถึงเรื่องการรักษา ก็ขอเรียนเพื่อนสมาชิกเพื่อเป็นความกาวหนา ขณะนี้ปกติเราจะมีการรักษาผูปุวยมะเร็ง ซึ่งเป็นสิทธิประโยชนแอยูแลวนะครับ แตวันนี้ กระทรวงสาธารณสุขไดรวมมือกันกับสํานักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติไดมีโครงการ ที่สําคัญก็คือมะเร็งรักษาไดทุกที่ ผูปุวยที่เป็นโรคมะเร็งในอดีตที่ผานมาเราก็จะพบวา การเขาถึงการรักษาอาจจะมีคิวที่หนาแนน ถึงแมเราจะมีโรงพยาบาลใหการบริการ อยูทั่วประเทศก็ตาม แตวาตอไปนี้เราจะมีระบบการรักษามะเร็งทุกที่ ซึ่งเราเชื่อมโยง ความรวมมือกันกับโรงพยาบาลในทุกที่ และการรักษาทุกที่ก็จะเบิกสิทธิประโยชนแจาก หลักประกันสุขภาพแหงชาติได วิธีก็คือวาเราจะรวมขอมูลผูปุวยที่เป็นมะเร็ง ในทุกเขตสุขภาพทั่วประเทศในการคีย (Key) เขามาในระบบ เราเรียกระบบนั้นวา ระบบเดอะวัน (The 1) แลวก็เราใชระบบที่เป็นขอมูลถึงกันทั้งหมดคือทีซีบี พลัส (TCB Plus) ซึ่งอันนี้ก็จะสามารถ โรงพยาบาลหรือหนวยบริการจะสามารถเขาถึงขอมูลของผูปุวยมะเร็ง ผมยกตัวอยางเชน สมมุติมีผูปุวยเป็นมะเร็งที่จังหวัดอุบลราชธานีนะครับ ปกติตองไปเขาคิวเพื่อที่จะเขาสู การรักษาไมวาจะเป็นขั้นตอนในการที่จะตรวจหรือการใหคีโม (Chemo) หรือการบําบัด รักษาดวยวิธีตาง ๆ ที่ถูกกําหนด แตการเขาถึงการรักษานี้ก็จะมีระบบคิว เพราะวามีผูปุวย จํานวนมาก แตวาขณะนี้ในภายใตโรงพยาบาลหรือหนวยบริการที่สามารถมีศักยภาพ ที่จะรักษามะเร็งไดในเขตสุขภาพนั้นนี่ ถาสามารถที่จะเลือกไปรับบริการในตางจังหวัด หรือถาตองการรับบริการในกรุงเทพฯ ก็จะอยูบนพื้นฐานขอมูลเดียวกันทั้งหมดของผูปุวย มะเร็งทั้งประเทศนี้ เพราะฉะนั้นโครงการนี้ก็จะทําใหประชาชนที่ปุวยเป็นโรคมะเร็ง จะสามารถเลือกเขารับบริการในสถานบริการหรือหนวยบริการที่เขาไดเลือกเองนะครับ แลวก็ที่สําคัญก็คือวาตอไปนี้ไมตองใชบัตรสีชมพูที่มีการสงตัวก็ลดขั้นตอนของการเขาถึง บริการ เขาสามารถจะมารับบริการไดในหนวยบริการของโรงพยาบาลในทั่วประเทศนะครับ อันนี้รวมทั้งโรงพยาบาลเอกชนดวยนะครับ โรงพยาบาลในเครือโรงเรียนแพทยแทั้งหมด เพราะฉะนั้นโครงการนี้เพิ่งเริ่มตนเมื่อวันที่ ๑ มกราคมที่ผานมา ก็เรียนวาขณะนี้ความคืบหนา ของโครงการก็เป็นไปไดดวยดี การบริหารขอมูลของผูปุวยมะเร็งในแตละเขตสุขภาพ ผมเรียนเป็นตัวอยางวาขณะนี้เรามีจํานวนผูที่เป็นผูปุวยจํานวนราย ผูปุวยที่เขามาในแตละ เขตสุขภาพที่ถูกคีย (Key) เขามาในระบบ แลวก็สามารถที่จะเป็นระบบที่ดูเขาถึงขอมูลอันนี้ ทั่วถึงกันทั้งประเทศนะครับ อยางเชน ในเขตสุขภาพที่ ๑ ก็มีผูปุวยประมาณ ๕๐ ราย เขตสุขภาพที่ ๒ ๒๙๐ ราย เขตที่เยอะที่สุดคืออุบลราชธานี เขตที่ ๑๐ ก็คือ ๓๒๑ ราย ทั้งหมดนี้ก็เป็นโครงการที่สําคัญในการที่จะใหผูปุวยผูหญิงที่เป็นมะเร็งหรือวาผูปุวย ทั้งประเทศที่เป็นมะเร็งไดสามารถเขาถึงบริการไดอยางรวดเร็วมากยิ่งขึ้น แลวก็มีคุณภาพ การรักษาที่ดีขึ้นลดความแออัดนะครับ เพราะฉะนั้นคําตอบก็คือวาผูปุวยสําหรับสตรีที่เป็น โรคมะเร็งก็สามารถเขาถึงการบําบัดรักษาและการใหบริการไดอยางทั่วถึงทั่วประเทศครับ