นิติพล ผิวเหมาะ อภิปรายร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพการสัตวบาลและสภาสัตวบาล โดยตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของโครงสร้างองค์กร ความชัดเจนในเหตุผลหลักการของกฎหมาย และการนำแนวคิดเรื่องความรู้วิชาการและหัวใจมาเกี่ยวข้อง พร้อมเรียกร้องให้พิจารณาเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างลึกซึ้งว่าสะท้อนความเมตตาและประสิทธิภาพในการดูแลสัตว์อย่างแท้จริงหรือไม่
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ สิ่งแวดล้อมและสิทธิสัตว์ พรรคก้าวไกลครับ ผมขออภิปรายต่อญัตติในร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. …. จากที่ เพื่อนสมาชิกทุกท่านที่อภิปรายไปก่อนหน้านี้ ก็ได้มีการอภิปรายเน้นหนักไปทางด้านปศุสัตว์ แล้วในหลายมิติ แต่ทีนี้ผมก็จะอภิปรายในประเด็นที่ไม่ซ้ำกับเพื่อน ๆ สมาชิกที่ได้อภิปราย ไปนะครับ ผมนั่งอ่านในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เมื่อคืน ดูในทุกมาตรานะครับท่านประธาน แล้วก็ฟังท่านรัฐมนตรีได้นำเสนอต่อสภา ๒ คำถาม ไม่เอาดีกว่า คำถามเดียวพอครับ ท่านประธาน คำถามเดียวครับ ต้องตอบผมให้ได้ว่ามี ๒ คำนี้อยู่ในพระราชบัญญัติของท่าน หรือเปล่า ๑. ก็คือความรู้วิชาการและหัวใจ ผมใช้คำว่า และ นะครับ ความรู้วิชาการ และหัวใจ มาดูในเหตุผลและหลักการของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ เพื่อประโยชน์ ต่อการเลี้ยงและดูแลสัตว์เลี้ยง สมควรให้มีการจัดตั้งสภาการสัตวบาลขึ้น เพื่อควบคุมมิให้มี การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากบุคคลซึ่งไม่มีความรู้ อันจะก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อการเลี้ยงและดูแลสัตว์เลี้ยงเพื่อการค้า และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศครับ ขอภาพประกอบด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นับในใจไป ๔ วินาที แล้วก็ไล่ไป จนจบทุกภาพเลยนะครับท่านประธาน ผมมีภาพประกอบครับ นี่เป็นตัวอย่างของฟาร์มสัตว์ แห่งหนึ่ง ฟาร์มเพาะพันธุ์หมาครับ แห่งหนึ่งที่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็ได้มีการไปช่วยเหลือ จากทางมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อมที่จังหวัดเชียงใหม่ ให้การช่วยเหลือหมาไทย หลังอานกลุ่มนี้ออกมาจากฟาร์มเพาะพันธุ์ครับ ผมพูดได้เลยว่าเพื่อนสมาชิกของผม ทั้ง ๕๐๐ คนในสภาแห่งนี้ ถึงแม้ว่าวันนี้มีไม่ครบ ๕๐๐ คนแล้วนะครับ ไม่มีเขตไหนเลย ไม่ว่าท่านจะเป็น ส.ส. ในเมือง หรือท่านเป็น ส.ส. ในต่างจังหวัดที่ไม่มีปัญหาเรื่อง การดูแลสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นการปศุสัตว์ หรือสัตว์เลี้ยง หมา แมวจรจัด มีในทุกเขตครับ ฟาร์มเหล่านี้คือฟาร์มเพาะพันธุ์ที่ไม่มีมาตรฐาน เพราะว่ามองแต่ด้านธุรกิจเป็นหลักครับ การช่วยเหลือขององค์กรเอกชนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในทุก ๆ วันนี้นะครับ คือการแก้ไข ที่ปลายเหตุ ผมอ่านดูร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มองผิวเผินแล้วผมรู้สึกว่าน่าจะเข้ามา แก้ปัญหาในโครงสร้างของการสัตวบาลในประเทศไทยได้ ผมไม่แน่ใจครับว่าสัตวบาล แปลว่าอะไร ก็เลยไปกูเกิล (Google) ครับ ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกไว้ ไม่รู้อะไร ก็ถามกูเกิล (Google) สัตวบาล คือผู้อภิบาลปศุสัตว์หรือผู้ทำหน้าที่เลี้ยงดูสัตว์เลี้ยง รวมถึง สัตว์เลี้ยงด้วยแน่นอนนะครับ ผมอยากจะอภิปรายเพื่อให้บันทึกไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ว่า หากต้องการจะแก้เรื่องการสัตวบาลทั้งระบบ ท่านต้องแก้ที่โครงสร้างนะครับ กฎหมายที่ ออกมานี้ผมไม่ได้แน่ใจว่าได้ตอบคำถามที่ผมได้ถามไปหรือเปล่าว่ามีความรู้วิชาการบวกกับ หัวใจหรือเปล่า มองเผิน ๆ เหมือนจะดี เราไปลงลึกในรายละเอียดครับ ไล่ไปเลยครับ เปิดไปที่มาตรา ๖ สภาสัตวบาล มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ ไล่ไปเลยครับ ตั้งแต่มาตรา ๖ (๑) ถึง (๘) อ่านไล่ ไปครับ สิ่งที่ผมเห็นใน ๘ อนุมาตรานี้คืออะไรครับ คือเน้นแต่เพียงการสร้างภาพลักษณ์ ขององค์กร แล้วยังเป็นเรื่องที่น่าเสียใจครับ คือไม่มีการสร้างให้คนในองค์กรได้มีหัวใจ ที่เมตตาต่อสัตว์เลย ทั้งที่องค์กรการสัตวบาลที่จะตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ สร้างขึ้นมาเพื่อดูแลสัตว์โดยตรง จากมาตรา ๖ ไปถึงมาตรา ๑๕ เปิดไปที่มาตรา ๑๕ ครับ คณะกรรมการสภาสัตวบาล ประกอบด้วย เมื่อสักครู่นี้เราพูดถึงแล้วว่าองค์กรนี้ทำอะไร เราก็ต้องไปดูคนในองค์กรที่จะเกิดขึ้นต่อไปหลังจากพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับว่า มีใครบ้าง ไล่เลียงไปครับ ตั้งแต่ (๑) ถึง (๕) อ่านไปปุ๊บมาสะดุดที่ (๒) ครับ คณะกรรมการ สภาการสัตวบาล ประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงกลาโหม ท่านล้อผมเล่นหรือเปล่าครับ เอากระทรวงกลาโหมที่มีปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ดูแลแม้กระทั่งทหารเกณฑ์ ไม่ดูแล แม้กระทั่งคนในองค์กร ไม่เห็นความสำคัญของคน แล้วจะให้คนกลุ่มนี้มาดูแลสัตว์ ล้อผมเล่น ใช่ไหมครับ ไปต่อครับ
ถัดไปก็คือผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ทุกวันนี้ ยังแก้ไขปัญหาเรื่องฟาร์มเถื่อนไม่ได้เลยครับ ต้องมีคำตอบนะครับ ไปอีกขั้นหนึ่งครับ มีความรู้ จริงหรือเปล่า พอไล่ไปถึง (๓) คณบดี ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งไปสะดุดที่ผลิตบัณฑิต ด้านการสัตวบาล ไปดูหลักสูตรด้านการสัตวบาลที่มีในประเทศไทยครับ มีหลักสูตรใดบ้าง ที่สอนให้นักสัตวบาลมีหัวใจ ในทางวิชาการผมไม่เถียงครับว่าสอนมาอย่างเข้มงวด แต่มีไหมครับ วิชาที่สอนให้นักสัตวบาลมีหัวใจในการรักสัตว์ ในการดูแลสัตว์ ผมว่าไม่มีนะครับ
ถัดไปครับ ย้อนกลับไปดูที่มาตรา ๘ องค์กรที่จะเกิดขึ้นในต่อไปนี้หลังจากที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผมไม่แน่ใจว่านี่คือการผลาญภาษีประชาชนหรือเปล่านะครับ เพราะว่าสภาการสัตวบาล ดูใน (๑) เลยนะครับ รับเงินสนับสนุนจากงบประมาณแผ่นดิน พี่น้องที่มีจิตใจรักสัตว์ที่ฟังผมอภิปรายอยู่ในวันนี้นะครับ ท่านฟังให้ดี แล้วโปรดติดตาม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ทุกฝีก้าว เพราะว่ากลุ่มบุคคลที่จะเกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติ ฉบับนี้จะเข้ามาบริหารแล้วใช้เงินภาษีของท่านในการดูแลสัตว์ ทิ้งท้ายสรุปนิดเดียวครับ ตอบคำถามให้ได้ว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีความรู้วิชาการบวกกับหัวใจหรือไม่ ขอบคุณท่านประธานครับ