ธีรภัทร พริ้งศุลกะ หารือปัญหาที่ดินทำกินในอำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่เกษตรกรทำประโยชน์มานานแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ ในขณะที่ส่วนราชการและเอกชนขอใช้ที่ดินแต่ไม่ดำเนินการจริง พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการใช้ข้อมูลแผนที่หนึ่ง รังวัดอย่างโปร่งใส สร้างความเข้าใจกับชุมชน และเรียกร้องให้มีการจัดการที่ดินอย่างยืดหยุ่นเพื่อออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 ให้แก่ผู้รอคอยมานาน รวมถึงดำเนินการกับผู้บุกรุกอย่างเด็ดขาดเพื่อความเป็นธรรมระหว่างรัฐและประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมแล้วก็เพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอญัตติ ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหา ที่ดินทำกินในพื้นที่อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งญัตตินี้ได้รับการบรรจุเข้าไปในสภา ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ และในวันนี้เป็นที่มาของการอภิปรายร่วมกับเพื่อนสมาชิก ซึ่งมีปัญหาในทำนองเดียวกันอีกหลายพื้นที่ในจังหวัดต่าง ๆ
กราบเรียนท่านประธานสภาครับ เนื่องด้วยมีส่วนราชการและบริษัทเอกชน ได้ขอใช้พื้นที่จำนวน ๖๙,๖๕๐ ไร่ ในพื้นที่ตำบลคลองพา และตำบลประสงค์ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีการขอใช้พื้นที่ดังนี้ กองทัพอากาศ จำนวน ๑๙,๒๐๐ ไร่ กองทัพบก จำนวน ๓๓,๕๕๐ ไร่ บริษัทเหมืองแร่กมลา จำนวน ๙,๘๐๐ ไร่ และบริษัท ประมงวิชิต จำนวน ๗,๑๐๐ ไร่ แต่ปัจจุบันส่วนราชการและเอกชนดังกล่าวมิได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ดังกล่าวแล้ว ประกอบกับได้มีเกษตรกรในพื้นที่ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์มาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๐ ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิในที่ดินทำกินได้ เนื่องจากติดปัญหาเป็นที่ดินส่วนราชการและเอกชนได้ขอใช้ประโยชน์ ดังนั้นเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม สถาบันธรรมาภิบาลไทยได้จัดเวทีสัมมนาเพื่อแก้ปัญหาที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร เรื่องการปฏิรูปที่ดินสัมปทาน ณ บริเวณศาลาประชาคม อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ โดยมีประชาชนกว่า ๕,๐๐๐ คน เข้าร่วมการเสวนา ในเวทีดังกล่าว จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อยู่ใน อำนาจการดูแลของกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งถ้าหาก ทางกรมป่าไม้ได้มีการพิจารณาตรวจสอบและเห็นว่าสามารถส่งมอบที่ดินให้แก่สำนักงาน การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือ ส.ป.ก. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อดำเนินการ จัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกรตามกฎหมายปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้ จะทำให้การแก้ไข ปัญหาที่ดินดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและภาครัฐ มากยิ่งขึ้น ปัญหาดังกล่าวจึงเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างยิ่งในอันที่จะต้องเร่งศึกษาและแก้ไข ปัญหาที่ดินทำกินให้แก่ประชาชน เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นระบบและยั่งยืน และอีกทั้งยังสามารถลดความเหลื่อมล้ำให้กับ ประชาชน อันสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์ของชาติ และแผนปฏิรูปประเทศ ในการลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะการกระจายที่ดินถือครองให้กับเกษตรกรเพื่อประโยชน์ ในที่ดิน ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามข้อบังคับการประชุมสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ดังเหตุผลและรายละเอียดที่ผมจะได้ชี้แจง ในสภานี้ครับ
ท่านประธานครับ ปัญหาที่ดินมันเป็นปัญหาที่เรื้อรังและยืดเยื้อมานาน ปัญหาที่ดินอย่างนี้ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่ใช่มีเฉพาะในอำเภอท่าชนะหรือในอำเภออื่น ๆ เท่านั้น มันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นไปในทั่วประเทศ แต่วันนี้ผมเพียงจะพูดเฉพาะในส่วนพื้นที่ ที่กำลังกระทบอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นประเด็นที่จะนำมาสู่เสนอในการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ครับ ผมขอเล่าสภาพโดยทั่วไปของพื้นที่ดังกล่าว พื้นที่ดังกล่าวตรงนี้เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งมีประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ซึ่งในอดีตเคยมีการประกาศหลายครั้งแล้วว่าพื้นที่ตรงนี้ เป็นพื้นที่ป่าสงวน พื้นที่จัดมอบให้กับราษฎรได้มีการเข้าไปอยู่อาศัยและทำประโยชน์ จนกระทั่งปัจจุบันนี้เหลือเพียงประมาณพื้นที่ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าไร่เท่านั้นที่ยังเป็นเขตที่เป็น ป่าสงวนแห่งชาติจริง ๆ จากพื้นที่ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ท่านประธานครับพื้นที่เหล่านี้ ในช่วงตลอดหลายระยะเวลา ๓๐-๔๐ ปีที่ผ่านมา ได้มีราษฎรเข้าไปทำกินและเข้าไปก่อน หน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็ได้ทำกินเหล่านี้สืบทอดต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบัน ท่านประธานครับ เมื่อมีการปรับให้มีการนำพื้นที่บางส่วนนี่ครับให้เอกชนหรือหน่วยงานนำไปให้ก่อเกิด ประโยชน์ พื้นที่ดังกล่าวได้ถูกตัดออกเป็นบางส่วน ทั้งหมดทั้งสิ้น ๔ ส่วน โดยให้ภาคเอกชน เข้าไปใช้ดำเนินการ ๒ ส่วน นั่นก็คือ บริษัท เหมืองแร่กมลา และบริษัทประมงวิชิต จำกัด เข้าไปทำการปลูกสวนปาล์ม พื้นที่รวมกันแล้วประมาณเกือบ ๒๐,๐๐๐ ไร่ และให้กองทัพบก และกองทัพอากาศเข้าไปใช้พื้นที่รวมประมาณเกือบ ๕๐,๐๐๐ ไร่ ตรงนี้ปัจจุบันนี้พื้นที่ เหล่านี้ไม่มีเอกชนหรือส่วนราชการเข้าไปทำประโยชน์แล้วเพราะว่าหมดอายุสัมปทานไปแล้ว ราษฎรซึ่งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวตรงนี้มีความหวังว่าจะได้เอกสารสิทธิในการดำเนินการ เหมือนกับเพื่อนสมาชิกในพื้นที่ของเขาอื่น ๆ ที่เคยได้รับเอกสารสิทธิ ซึ่งกรมป่าไม้ได้เคย มอบให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ดำเนินการปฏิรูปที่ดินให้กับคนในพื้นที่ มาแล้ว ท่านประธานครับ พื้นที่ตรงนี้ปัจจุบันมีคนเข้าไปอยู่อาศัยประมาณเกือบ ๙,๐๐๐ กว่าครัวเรือน มีประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าคน และในพื้นที่คลองพาและท่าชนะนี่ครับ มีประมาณ ๔,๕๐๐ ครัวเรือน คิดเป็นประชากรประมาณเกือบ ๒๐,๐๐๐ กว่าคน คิดดู ก็แล้วกันในพื้นที่ตรงนี้มันมีประชากรที่เข้าไปอยู่จำนวนมากมหาศาลอยู่แล้วนะครับ พื้นที่บริเวณที่ถูกกันออกมาตรงนี้ผมขออนุญาตพยายามให้ทุกท่านเข้าใจถึงสภาพพื้นที่ ก็คือว่า ถ้าเราเปรียบเทียบพื้นที่ตรงนี้เป็นไข่ พื้นที่ไข่ขาวเป็นพื้นที่ที่กรมป่าไม้ได้มอบให้กับสำนักงาน การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนี่ครับ ได้ดำเนินการออกเอกสารสิทธิให้กับประชาชนไปแล้ว แต่ขณะเดียวกันพื้นที่ที่เอกชนและส่วนงานราชการเข้าไปขอใช้พื้นที่สัมปทาน จำนวน ๗๐,๐๐๐ กว่าไร่ ผมถือว่าเป็นพื้นที่ไข่แดง สิ่งเหล่านี้ได้สืบทอดต่อเนื่อง กันมาเป็นเวลายาวนาน จนกระทั่งวันนี้เมื่อมันหมดอายุสัมปทาน พื้นที่ที่เป็นพื้นที่ไข่แดง ตรงนี้ ประชาชนที่เข้าไปอยู่ตรงนี้เขาก็มีความคาดหวังว่าเขาควรจะได้รับเอกสารเหมือนกับ เพื่อนเกษตรกร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผมเรียกว่าไข่ขาว ได้รับ ส.ป.ก. ๔-๐๑ มาแล้ว แต่ปรากฏว่า เนื่องจากความไม่ชัดเจนของนโยบายของรัฐบาลซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงมาในหลาย ๆ ครั้ง และหลายโอกาส ปัจจุบันแนวคิดของการใช้คณะกรรมการจัดการที่ดินแห่งชาติ จะนำที่ดิน ของส่วนราชการต่าง ๆ หรือหน่วยงานต่าง ๆ นำมามอบให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เป็นผู้บริหารและจัดการ แนวความคิดก็คือว่าจัดพื้นที่ต่าง ๆ มอบ โดยใช้คำว่า โฉนดแปลงรวม ทีนี้พอเป็นที่มาของโฉนดแปลงรวมครับ ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ที่เขาคาดหวัง เขารอคอย เป็นระยะเวลาประมาณเกือบ ๓๐-๔๐ ปีที่เขาจะได้เอกสารสิทธิ ท่านประธานครับ คนที่เขารอเอกสารสิทธิของรัฐทั้งชีวิตขอให้มีตราครุฑที่เป็นชื่อเขา เขารอมานาน เขารอด้วย ความหวังครับ วันดีคืนดีนโยบายของรัฐเปลี่ยนไป สิ่งที่เขาคาดหวังกลายเป็น ความผิดหวัง เขาคาดหวังว่าเขาจะได้เอกสารสิทธิเหมือนกับเพื่อนคนอื่น ๆ ที่เขาอาจจะได้ เอกสารสิทธิ ส.ป.ก. ๔-๐๑ มาแล้ววันนี้เปลี่ยนไป เพราะพื้นที่ทั้งหมดคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติมีนโยบายว่าเราจะจัดให้เป็นลักษณะของโฉนดแปลงรวม โฉนดแปลงรวม ท่านประธานครับ ในความเข้าใจของประชาชนมันต่างกับเอกสารสิทธิอื่น ๆ มากมาย เขาได้รับสิทธิ แต่ยังถือว่าเป็นผู้เช่าครับ ไม่ได้เป็นสิทธิที่เขาจะได้มอบเอง ความแตกต่างของ เอกสารทั้ง ๒ ส่วนนี้ทำให้ราษฎรเกิดความกังวลว่าเอกสารที่เขาได้รับทำไมเขาไม่ได้รับ ความยุติธรรมเหมือนกับเพื่อนคนที่เคยได้ออกมาแล้วเมื่อ ๓๐-๔๐ ปีก่อน วันนี้เขารอเอกสาร ชิ้นนี้ชิ้นเดียวกันครับ ในเมื่อรัฐมีความชัดเจนในการที่จะวางแผนแล้วว่านโยบายของที่ดิน แห่งชาติจะถูกนำมาใช้ มีการจัดตั้งหน่วยงานที่ชื่อ คชก. ซึ่งตรงนี้เป็นเหตุที่ทำให้มีปัญหา อยู่ในทุกวันนี้เพราะความไม่ชัดเจนของรัฐบาลนี่เองครับ ในช่วงที่ผ่านมาหน่วยงาน อย่างเช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งในอดีตมีกรมป่าไม้ มีสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมอยู่ด้วยกัน พอวันหนึ่งมีการปฏิรูประบบราชการ ๒ ส่วนนี้แยกออกจากกัน มีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ ไปอยู่ที่นี่ และมีการตั้งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ขึ้นมาเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งต่างหาก ทำให้ปัญหาที่ควรจะได้รับการแก้ไข ในหน่วยงานเดียว ในกระทรวง ๆ เดียวถูกแยกออกไป กลายเป็นว่าวันนี้แต่ละกระทรวง ก็มีหน้าที่ และบทบาท และงานของตัวเอง สุดท้ายในเมื่อแก้ไขปัญหาไม่ได้ก็ต้อง มาทำ คชก. ขึ้นมา ตั้งเอามา เอารวมกันขึ้นมาอีกครับ นี่ละครับคือความสับสนในช่วง การทำงานของรัฐที่ผ่านมา ประชาชนเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เขาไม่มีส่วนรับรู้ ในเรื่องนี้ สิ่งที่เขาคาดหวังอย่างเดียวอย่างที่ผมเรียนท่านประธานก็คือว่าการได้เอกสาร ชีวิตหนึ่งชิ้นเดียวที่มีชื่อของเขาเป็นผู้ครอบครอง วันนี้หลายคนเขารอมา หลายคนไม่มีโอกาส ดูเอกสารชิ้นนี้ด้วยซ้ำ วันนี้พอเมื่อมีการออกเอกสารที่เรียกว่าโฉนดแปลงรวม เขาก็เกิด ความคับข้องใจว่าทำไมความยุติธรรมไม่เกิดขึ้นกับเขา เขาควรจะได้เอกสารสิทธิ เหมือนเพื่อนสมาชิกในชุมชนคนอื่น ๆ ก็คือ ส.ป.ก. ๔-๐๑ ตรงนี้ละครับเป็นที่มาของปัญหา ของเขตที่ดินที่ผมกล่าวว่าเป็นไข่แดงตรงนี้ครับ ท่านประธานครับเมื่อเป็นเช่นนี้ผมจึงคิดว่า ถ้ามีการตั้งญัตติเรื่องนี้ขึ้นมา ก็จะได้มีการนำเสนอและแนวทางในการปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา ให้กับราษฎรในอำเภอท่าชนะ โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลประสงค์ ตำบลคลองพาดังกล่าว แต่เมื่อ มีการทราบว่าจะได้มีการมอบเรื่องนี้ให้คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร ที่พวกเราได้มี การตั้งกันขึ้นมาอยู่แล้วเพื่อพิจารณา ผมก็ขออนุญาตครับ ฝากในเรื่องนี้ คงเป็นประเด็น ที่จะทำให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ที่จะได้รับเรื่องของพวกเรานี้เข้าไปเพื่อดำเนินการแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของป่าท่าชนะ ก็คือว่าขอให้กรมป่าไม้ในพื้นที่ดังกล่าวทำหนังสือ มอบให้ชัดเจนอีกครั้งครับ วันนี้ได้รับที่ดิน ๒ แปลงของเอกชนคืนมาแล้ว มีราษฎรเข้าไปอยู่ ในนั้น แต่ขณะเดียวกันที่ดินในชื่อการขอใช้ที่ดินของกองทัพอากาศและการขอใช้ที่ดินของ กองทัพบกวันนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน กองทัพบกและกองทัพอากาศยังไม่มีหนังสือยืนยันมา ว่าได้มีการส่งมอบพื้นที่ตรงนี้กลับคืนให้กับกรมป่าไม้แล้ว ผมเคยสอบถามไปครับ ปรากฏว่า มันมีประโยคอยู่ประโยคหนึ่งครับ ที่ไม่ระบุวัน เวลาในการหมดอายุของการขอสัมปทาน ก็คือมีการระบุเอาไว้ว่าขอสงวนสิทธิใช้จนถึงเวลาที่จำเป็น ท่านประธานครับ ประโยคตรง จุดนี้มันไม่สามารถบอกหรือระบุได้เลยว่าหน่วยงานทั้ง ๒ หน่วยจะใช้จนถึงสิ้นสุดเมื่อไร ทั้ง ๆ ที่ปัจจุบันนี้ครับพื้นที่ทั้ง ๒ ส่วนนี้ หน่วยงานทั้ง ๒ หน่วยนี้ไม่ได้ใช้อยู่แล้ว ขอให้ หนังสือจากกรมป่าไม้ที่มีถึงหน่วยงานทั้ง ๒ ดังกล่าว คือกองทัพบกและกองทัพอากาศ ได้ดำเนินการตอบมาโดยชัดเจนครับ เพื่อจะได้ให้เจ้าหน้าที่ที่เขารอคอยในการวัดอยู่จะได้ ดำเนินการเข้าไปรับมอบและดำเนินการเข้าไปรังวัดได้อย่างชัดเจน
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมจะฝากก็คือว่าขอให้ดำเนินการเข้าไปสำรวจ และทำความเข้าใจกับราษฎรที่อยู่ในพื้นที่ที่เป็นไข่แดงตรงนี้ว่าการดำเนินการเข้าไป สำรวจนั้นเป็นการดำเนินการสำรวจเพื่อที่จะระบุว่าใครมีที่ดิน มีใครเป็นชื่อเจ้าของ จำนวนเท่าไร ตรงนี้ขอให้สร้างความชัดเจน เพราะหลาย ๆ ท่านหวั่น เพราะจาก ประสบการณ์ที่ผ่านมาหลายครั้งที่มีความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ เขาก็คิดว่ามีความรู้สึกว่าอาจจะถูกรังแกหรือเปล่า แต่ในเมื่อวันนี้มันมีความชัดเจนของ การแก้ปัญหาเรื่องที่ดินอยู่แล้ว ขอให้เข้าใจครับ พยายามแก้ปัญหา เจ้าหน้าที่ในหลาย ๆ ช่วงเปลี่ยนมาหรือเปลี่ยนไป แต่ราษฎรเขาอยู่ที่เดิม คนที่เข้ามาพบ เจ้าหน้าที่ที่เข้ามาพบเขา บุคลิก หน้าตา ท่าทาง วิธีการนั้นต่างกันไป สิ่งเหล่านี้มันทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นตลอดมา แต่เมื่อวันนี้ทุกอย่างมันชัดเจนแล้ว ขอให้มีการส่งเจ้าหน้าที่ที่มีความเข้าใจในพื้นที่ เป็นคน ในพื้นที่เข้าไปดำเนินการขอการทำการรังวัดสำรวจ ขณะเดียวกันก็ขอให้ดำเนินการ อีกส่วนหนึ่งก็คือว่าถ้าเมื่อมีการรังวัดที่ชัดเจนอยู่แล้ว นโยบายในการกำหนดตัวพื้นที่ที่เรา จะใช้ต่อไปก็คือว่าแนวเขตที่ดินแห่งชาติหรือว่าวันแมป (One Map) ขอให้นำมาใช้ได้อย่าง ชัดเจน และขณะเดียวกันก็ขอให้มีการดำเนินการกับผู้ที่บุกรุกในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมา ผมได้มี โอกาสอภิปรายมาหลายครั้งแล้วว่าได้มีผู้บุกรุก แล้วราษฎรเป็นผู้แจ้ง แล้วเจ้าหน้าที่ ดำเนินการ ขอให้มีการดำเนินการจัดการจับกุมกับผู้บุกรุกแผ้วถาง นายทุน หรือเข้าไป ดำเนินการในส่วนนี้ นี่คือการทำงานร่วมกันของเจ้าหน้าที่ของภาครัฐและชาวบ้าน หรือเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่
ส่วนเรื่องที่ ๓ ครับ ลองพิจารณาดูครับ ถ้าหน่วยงานของรัฐที่ได้มีการตั้ง เสร็จแล้ว คณะกรรมการจัดการที่ดินแห่งชาติลองพิจารณาครับ มันมีความยืดหยุ่นได้หรือไม่ ว่าที่ดินทั้งหมดถ้าคุณได้มาแล้วลองพิจารณาดูไหมว่าแนวทาง แนวทางเดียวเลยหรือที่คุณจะให้ กับราษฎรก็คือว่าโฉนดแปลงรวม เป็นไปได้ไหมที่หน่วยงานต้นสังกัดหรือบริเวณพื้นที่ ใกล้เคียงที่เขาได้ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ อย่างเช่นในกรณีนี้มีการมอบที่ดินของกรมป่าไม้ ให้กับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม แล้วออกเอกสารสิทธิเป็น ส.ป.ก. ๔-๐๑ ก็ขอให้ดำเนินการเช่นนี้เช่นกัน ดูเป็นพื้นที่ ดูเป็นความเหมาะสม ราษฎรกลุ่มนี้เขาต้องการ ความชัดเจนในเรื่องนี้
แล้วก็สุดท้ายครับ ถ้าสิ่งที่ราษฎร เกษตรกรหรือประชาชนทั้งหมดที่เขามี ความฝันในเรื่องนี้ให้เขาเป็นจริงขึ้นมาครับ ก็ขอให้ได้พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่กรมป่าไม้ มอบให้กับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และดำเนินออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. ๔-๐๑ ให้กับราษฎรที่อยู่ในพื้นที่นี้ ซึ่งเขารอคอยเรื่องนี้มาเป็นเวลานานครับ ก็ขอหวังใจเป็นอย่างยิ่งครับว่าข้อเสนอทั้ง ๔ ข้อของผมนี่ครับ คณะกรรมาธิการ หรือส่วนราชการถ้ามีโอกาสได้ยินขอให้ได้นำไปพิจารณาแล้วก็ดำเนินการ ราษฎรเขารอคอย สิ่งนี้มาเป็นเวลายาวนานแล้วครับ ขอให้สำเร็จในรุ่นของเราครับ ขอบคุณครับท่านประธาน