สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง หารือปัญหาที่ดินสัมปทานหมดอายุ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดกระบี่และพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันทั่วประเทศ หลังสัญญาเช่าที่ดินของรัฐสิ้นสุดลงตั้งแต่ปี 2556 และรัฐบาลไม่อนุญาตให้ต่อสัญญา พร้อมชี้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับนายทุน การทับซ้อนของที่ดิน และการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน จึงเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบและกำหนดแนวทางการจัดสรรที่ดินใหม่อย่างโปร่งใส เป็นธรรม และชัดเจน เพื่อประโยชน์สาธารณะและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย เขต ๒ ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับ ที่ญัตติของกระผมแล้วก็เพื่อนสมาชิกนะครับ ในเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาตรวจสอบและแก้ไข ปัญหาในที่ดินหมดสัญญาสัมปทานในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ซึ่งค้างมานานแล้วนะครับ สภาพปัญหาในเรื่องของที่ดินเช่าของกรมป่าไม้ ท่านประธานครับ ไม่ใช่เกิดขึ้นแต่เฉพาะ จังหวัดกระบี่และจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่เป็นที่ดินที่เช่าในลักษณะเดียวกัน เกือบทั่วประเทศนะครับ แล้วก็โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ก็มีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันประมาณ ๕,๘๐๐,๐๐๐ ไร่นะครับ เพราะฉะนั้นใน ๕,๘๐๐,๐๐๐ ไร่ ก็จะมีส่วนหนึ่งที่เป็นที่ดินของรัฐ แล้วก็มีนายทุนเข้าไปสัมปทานในการเช่าที่ดินรายละ ๓๐ ปี แล้วก็ในขณะนี้สัญญาสัมปทาน ในการเช่าที่ดินนั้นก็หมดสัญญาไปแล้วนะครับ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ แล้วก็หมดสัญญา ครบ ๓๐ ปี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๖ แล้วมติ ครม. ก็ไม่ได้ต่อสัญญาให้กับผู้เช่าสัมปทาน
ประเด็นปัญหาด้วยเหตุผลนะครับ ก็เนื่องจากว่าที่ดินในจังหวัดกระบี่ เมื่อหมดสัมปทานก็จะเกิดปัญหา พี่น้องประชาชนที่อ้างว่ายากจน และบางท่านก็ยากจนจริง บางท่านก็อยากจน ไม่ได้ยากจน ก็มาตั้งทีมเป็นขบวนการในการไปยึดครองที่ดิน ในการยึด ครองที่ดินนั้นเป็นการยึดครองด้วยมีกลุ่มผู้นำ ไม่ได้กระทำโดยภาครัฐให้อนุญาต เพราะฉะนั้นในการเข้าไปบุกรุกที่ดินนั้น เจ้าของสัมปทานก็มีประเด็นปัญหาในเรื่องของ ความขัดแย้งกับผู้บุกรุก กลุ่มผู้บุกรุกหลายคน กลุ่มหนึ่งก็มีร่วมเกือบร้อยคน แล้วก็ไปแบ่งปัน ในส่วนของที่ดินคนละ ๒๐๐ ต้น แล้วบางพื้นที่ก็มีอาวุธสงครามเข้าไปด้วย ก็จะเป็นประเด็น ปัญหาในเรื่องของการที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ที่หมดสัมปทาน แล้วก็มีพี่น้องประชาชนเข้าไปบุกรุกนั้นต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมก็เป็นเหตุให้สถิติ คดีในส่วนของจังหวัดนั้น ๆ ก็เพิ่มขึ้นแต่ละครั้งร่วม ๓๐-๔๐ คดี หรือเป็นร้อยคดี แล้วก็ ไม่เคยมีภาครัฐในส่วนของการไปแก้ปัญหาที่มีความชัดเจนให้เป็นระบบนะครับ เพราะฉะนั้น ในวันนี้ก็ยังมีให้ได้เห็นว่าพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้มีความต้องการที่จะเข้าไปครอบครอง ที่ดินนะครับ แล้วรัฐโดยกรมป่าไม้ก็ดี วันนี้ยังมีอุปสรรคในเรื่องของการกำหนดแนวเขต ในขณะที่ให้พี่น้องประชาชนเข้าไปสัมปทาน ๓๐ ปีนะครับ แนวเขตเบื้องต้นนี่ครับ ท่านประธานไม่มีแนวเขตชัดเจนว่าจะให้บริษัทใดบริษัทหนึ่ง หรือกลุ่มของนายทุน กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนั้นจะเช่าในจำนวน ๑๐,๐๐๐ ไร่ ๒๐,๐๐๐ ไร่ โดยในการขีดตามแผนที่ เมื่อผู้เช่าเข้าไปดำเนินการในส่วนของปลูกปาล์มน้ำมัน ก็โดยเอากำหนดแผนที่ว่ามีเช่า ๑๐,๐๐๐ไร่ ก็วัดในจำนวนให้ได้ครบ ๑๐,๐๐๐ ไร่ ปรากฏว่าในจำนวนที่เช่า สมมุติว่า ๑๐,๐๐๐ ไร่นะครับ ปรากฏว่าก็เข้าไปทับที่ดินของชาวบ้านที่มี น.ส. ๓ แล้วก็ที่ดินของ ชาวบ้านที่ครอบครองอยู่ก่อนนะครับ หรือว่าในส่วนของโรงเรียน แล้วก็วัดด้วย เมื่อเข้าไป ครอบครองทับซ้อนกันก็เกิดการฟ้องร้อง อันนี้ก็เป็นประเด็นปัญหาหนึ่งที่ชาวบ้านกับนายทุน ก็มีการฟ้องร้องโดยอ้างสิทธิว่าไปทับซ้อนในเรื่องของที่ดินเช่า
อีกประการหนึ่งนั้น ในส่วนของนายทุนที่เช่าเมื่อวัดไปแล้วไปเจอของชาวบ้าน ชาวบ้านออกมาโต้แย้งสิทธิ ก็พยายามวัดให้ครบกับจำนวนที่เช่า ก็ปรากฏว่าไปบุกรุกในส่วน ของเขตป่าที่ภาครัฐไม่อนุญาตให้เช่า ก็เป็นประเด็นมีความขัดแย้งกันระหว่างผู้เช่าสัมปทาน กับภาครัฐในพื้นที่ทับซ้อนที่รัฐไม่ได้อนุญาตตั้งแต่ตอนต้น นี่ครับท่านประธาน ถ้าฟังแล้ว จะเห็นว่ามันจะเป็นปัญหาทับซ้อนกันหลายประเด็น และมีข้อพิพาทกันระหว่างราษฎรกับ ราษฎร ระหว่างนายทุนกับราษฎร ระหว่างราษฎรกับภาครัฐ และระหว่างผู้เช่ากับ ภาครัฐด้วย ประเด็นปัญหาเหล่านี้ต้องมีความชัดเจนในส่วนของมติ ครม. เมื่อปี ๒๕๕๖ แล้วก็ไม่มีการต่ออายุสัญญาเช่า ประเด็นที่ควรพิจารณาท่านประธานครับ ภาครัฐการที่จะ มอบสิทธิให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น ๆ เข้าไปแก้ปัญหาโดยการที่จะกดดันหรือผลักดัน ผู้บุกรุกออกไปนั้น โดยหลักการแล้วอาจจะไม่มีกฎหมายรองรับที่ชัดเจน แล้วก็อาจจะต้องใช้ กำลัง แล้วก็ใช้ทุนในเรื่องของการเข้าไปดำเนินการ แต่วิธีที่ชัดเจนที่สุดผมเข้าใจว่ามติ ครม. ต้องมีความชัดเจน แล้วก็ให้นโยบายในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในส่วนที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการอนุญาตให้เช่า เพราะฉะนั้นใบอนุญาตให้ เช่าก็สามารถที่จะกำหนดว่าเมื่อสัญญาเช่าครบ ๓๐ ปี ถ้ารัฐจะต่อสัญญาเช่าให้ผู้เช่ารายเดิม ก็ไปดำเนินการต่อ โดยอาจจะกำหนดในส่วนค่าธรรมเนียม ค่าเช่าที่สูงขึ้น หรือมีในข้อจำกัด เงื่อนไขว่าในประเด็นอาจจะให้เช่าน้อยลงก็ได้ อันนี้ก็ว่ากันไปนะครับ แต่ปรากฏว่ายังไม่ได้ กระทำเช่นนี้
ประการที่ ๒ ถ้าในกรณีนโยบายของรัฐไม่ให้เช่า ต้องการที่จะเอาคืนมา อาจจะให้ ส.ป.ก. เข้าไปจัดสรรที่ดินทำกิน แล้วก็ออกเป็น คทช. ในส่วนของที่ดินทำกินให้กับ ชาวบ้าน ก็ไปว่ากันไปตามระเบียบ แต่ในขณะนี้ความไม่ชัดเจนในส่วนของการจัดสรร ในส่วนของจากกรมป่าไม้ไปสู่ ส.ป.ก. จาก ส.ป.ก. ไปสู่จังหวัด จากจังหวัดไปสู่ภาคประชาชนนั้น ทำได้ล่าช้าและไม่มีความชัดเจน ก็ทำให้พี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ต้องการอยากได้ ที่ดินทำกิน ก็แบ่งกันคนละ ๑๐ ไร่ ๕ ไร่ ๕ ไร่ บวก ๑ ก็มี ๒๐ ไร่ ๒๕ ไร่ อะไรประมาณนี้ ครับ ซึ่งในประเด็นปัญหาทั้งหมดผมกราบเรียนท่านประธานว่าที่ดินของรัฐที่พ้นจากการเช่า สัมปทานที่ดินนั้น และนายทุนหลายบริษัทก็ร่ำรวยไปแล้ว ร่ำรวยตั้งแต่ตอนประกาศ เป็นป่าเสื่อมโทรม แล้วก็ให้นายทุนเข้าไปเช่า ท่านประธานครับ ป่าเสื่อมโทรมในขณะนั้นยังมีต้นไม้หลงเหลืออยู่ เพียงแต่เอาไม้ที่หลงเหลืออยู่ จำนวนที่ดิน ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ไร่ รวม ๆ เบ็ดเสร็จจังหวัดละประมาณ ๗๐,๐๐๐ ไร่ จังหวัดสุราษฎร์ธานีก็ประมาณสัก ๗๐,๐๐๐ ไร่ ก็รวมเป็นแสนกว่าไร่ และยังมีแปลงอื่น ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ นะครับ เพียงแต่เอาต้นไม้ยืนต้นออกมาขายแปรรูปก็รวยมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ แล้ว แต่ในขณะปี ๒๕๒๖ ก็มาปลูกปาล์ม แล้วก็เก็บผลปาล์มมา ๓๐ ปี ท่านประธานครับ วันนี้ ปาล์มน้ำมันในประเทศไทย ๕.๘ ล้านไร่ เก็บเกี่ยวได้ประมาณสัก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ ๔,๘๐๐,๐๐๐ ไร่ ไร่หนึ่งเฉลี่ยแบบต่ำสุด ผลผลิตของปาล์มน้ำมันนะครับ ๒.๙ ตันต่อไร่ต่อปี ณ วันนี้ท่านประธาน ๗ บาท ๕๐ สตางค์ ต่อ ๑ กิโลกรัม ท่านประธานคิดดูสิครับว่า ผลประโยชน์ในส่วนของปาล์มน้ำมันทั้งประเทศนี่ปีละกี่หมื่นล้าน แต่เรามาโฟกัสในส่วน ประเด็นที่เป็นพื้นที่ปัญหาที่เป็นที่ของรัฐนี่ครับว่าเมื่อหมดสัญญาเช่าแล้วรัฐควรจะดำเนินการ อย่างไรให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวม รัฐจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์กับ ประเทศชาติ ผมขอแยกอย่างนี้ครับท่านประธาน ที่จริงแล้วนี่ในญัตตินี้นะครับ เพื่อน ๆ ทั้ง ๓ ท่านด้วยกันซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ภาคใต้นะครับ ก็มีความเห็นว่า ควรจะตั้งกรรมาธิการศึกษา เนื่องจากว่ามันจะมีประเด็นปัญหาทางด้านกฎหมาย ประเด็น ปัญหาในเรื่องของเชิงนโยบาย ประเด็นปัญหาในพื้นที่ แล้วก็เป็นประเด็นปัญหาที่เรื้อรัง แก้ไขไม่เคยจบสักครั้งหนึ่ง แต่เนื่องจากว่าสภาของเรานั้นในส่วนของวิป (Whip) รัฐบาลก็ดี ก็มีความเห็นว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ในส่วนของญัตตินั้นก็ไม่ควรที่จะตั้งขึ้นมาใหม่ ผมก็ ไม่ขัดข้อง ในการที่จะให้ญัตติของผมไปสู่คณะกรรมาธิการสามัญในส่วนของที่ดิน และทรัพยากรเป็นผู้กำหนด แต่ท่านประธานครับผมก็อยากจะอภิปรายในเรื่องของประเด็น ปัญหาเพื่อให้ครบในประเด็นปัญหา เมื่อกรรมาธิการสามัญของสภาได้รับเรื่องไป แล้วก็จะได้ไปพิจารณาเพื่อที่จะได้ครบประเด็นว่าวันนี้เราควรจะพิจารณาประเด็นอะไร เป็นประเด็นหลัก ประเด็นสำคัญในเรื่องของการแก้ปัญหาเรื่องที่ดินที่หมดสัมปทาน ที่ดิน ที่หมดสัมปทานในส่วนของภาครัฐนะครับ เป็นพื้นที่แปลงใหญ่ต่อเนื่องกัน บางพื้นที่มีพื้นที่ ติดต่อกันเป็นหมื่นไร่ครับ เพราะฉะนั้นผมมีความเสียดายครับ ผมมีความเสียดายว่าเป็นที่ดิน ของรัฐผืนใหญ่นั้น บางพื้นที่ไม่เหมาะสมในเรื่องของการที่จะไปปลูกพืชการเกษตร ลักษณะ ที่ดินอย่างนี้ควรสงวนเอาไว้
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ไม่ควรนำไปสู่ ส.ป.ก. แล้วก็จัดสรรนะครับ ไม่ควรไปจัดสรรให้ ไม่ควรไปจัดสรรให้กับพี่น้องประชาชน แต่ในขณะเดียวกันที่ดินของรัฐ ขออภัยครับ อันนี้ของกรมอุทยานในเรื่องของจำนวนอุทยานนะครับ เป็นประเด็นในเรื่องของ อ่าวมาหยา ขออนุญาตนะครับ ซึ่งประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ในส่วนของกรมป่าไม้ บางพื้นที่ เป็นที่ดินแปลงน้อยคือตั้งแต่ ๒๐๐ ไร่ขึ้นไป ๕๐๐ ไร่ ๑,๐๐๐ ไร่อย่างนี้ครับ เอามาจัดสรร ให้กับเกษตรกรผู้ยากไร้ผมเห็นด้วย แล้วก็จัดในรูปแบบ คทช. ผมก็เห็นด้วย แต่คราวนี้ อาณาเขตความชัดเจนกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐในพื้นที่ ในส่วนของรัฐบาลต้องมี ความชัดเจนในเรื่องของวิธีทำ และวิธีคัดกรอง กลั่นกรองเกษตรกรผู้ยากจนโดยมีมาตรฐาน ที่ชัดเจน ไม่ใช่ใช้เส้นในเรื่องของการไปวิ่งเต้น แล้วก็เป็นบุคคลที่อยากจนแล้วก็เข้าไปทำ เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ บางพื้นที่ไม่เหมาะสมกับภาคการเกษตรแล้วเนื่องจากว่าเวลาล่วงเลยไป ๓๐ ปี และที่ดินก็อยู่ในเมืองแล้ว อยู่ในเขตตัวเมือง อยู่ในเขตเทศบาล ในส่วนของอำเภอ ปลายพระยา ก็ควรที่จะกันเอาไว้เป็นพื้นที่ เช่นพื้นที่ตรงนี้เหมาะสมที่จะปลูกป่าใหม่ขึ้นมา ทดแทน เพื่อให้ลูกหลานได้เห็นว่าต้นยาง ต้นหลุมพอในอดีตที่ถูกทำลายไปนั้น ในอนาคต ก็หลงเหลืออยู่บ้าง แล้วก็เป็นปอดของเมืองเพื่อที่จะให้ได้พี่น้องประชาชนรุ่นลูกรุ่นหลาน ได้ไปเรียนรู้ว่าป่าชุมชน หรือว่าป่าที่อยู่ในดั้งเดิมในพื้นที่ที่สูญเสียไปร่วม ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ไร่นั้น สภาพเดิม มันเป็นอย่างไร ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเราต้องไปจัดโซนนิง (Zoning) ว่าส่วนนี้คงสงวนไว้ เพื่อปลูกป่าชดเชยแบบดั้งเดิม พื้นที่บางส่วนนี่ครับก็ควรจะไปใช้ประโยชน์ร่วมกัน เพราะฉะนั้นการที่แก้ปัญหาคนจนนี่ครับไม่มีวันหมดสิ้นนะครับ เดี๋ยวก็คนจนเกิดขึ้นใหม่ แล้วก็คนจนบางท่าน บางส่วนหลังจากไปครอบครองได้สิทธิจากรัฐแล้วก็เป็นนอมินี (Nominee) ให้กับนายทุน ก็เป็นการรวบรวมรายชื่อเพื่อที่จะให้นายทุนอยู่เบื้องหลังแล้วก็ เข้ามาดำเนินการต่อ ซึ่งอย่างนี้ก็เห็นอยู่บ่อยครั้งนะครับ บางเรื่องทำแล้วเกิดความเหลื่อมล้ำ เพราะว่ากำลังของภาครัฐไม่เพียงพอ ก็จะได้เห็นว่าบางพื้นที่ ๕๐๐ ไร่นะครับที่ประชาชน โดยเขาไม่ทราบเรื่องของข้อกฎหมาย เกิดขึ้นที่อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ เป็นข้าราชการเกษียณ ขายที่ดินห้องในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ ได้ราคาห้องละ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง ๘๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง รวบรวมเงินที่เหลือจากชีวิตราชการไปซื้อต่อจากนายทุนซึ่งหมดสัญญา สัมปทานเพื่อที่จะเก็บเกี่ยวผลปาล์มมาเลี้ยงชีวิตในบั้นปลาย ปรากฏว่าภาครัฐก็เห็นว่า เป็นความผิด วันนี้ก็ใช้รถแบ็กโฮ (Backhoe) ไปดันต้นปาล์มแล้วก็นำคืนมาสู่ภาครัฐ ในขณะที่ที่ดินบางแปลงก็มีลักษณะเดียวกัน แต่ก็ยังไม่ได้ถูกล้มต้นปาล์มนะครับ ผมชี้ให้ ท่านประธานเห็นว่าบางแปลงนะครับ นายทุนที่หมดสัญญาสัมปทานแล้วไปหลอกขาย ชาวบ้านในกลุ่มที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งเป็นข้าราชการเกษียณก็มี เป็นพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ ก็ดี ต้องการที่จะมาเก็บเกี่ยวผลปาล์มนั้น อย่างนี้นะครับผมคิดว่าก็ควรที่จะผ่อนผันเยียวยา หรือว่ายืดระยะเวลา เพื่อที่จะให้เขานี่ครับได้เงินทุนจากการลงทุนนะครับ เป็นทรัพย์สิน ชิ้นสุดท้ายที่เขามีอยู่ แต่เขาไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ในเขตเทศบาล คือเป็นที่ดินห้อง เมื่อเป็นที่ดินห้อง กว้าง ๕ เมตร ลึก ๒๐ เมตรนี่ครับ เขาก็ยอมขายเพื่อที่จะมาซื้อสวนปาล์ม ได้ก็ประมาณสัก ๓๐ ไร่ ๒๕ ไร่ ท่านเห็นไหมครับท่านประธานว่าพี่น้องประชาชนจากการที่ กำหนดนโยบายที่ไม่ชัดเจนของรัฐบาลมันส่งผลให้กับความเดือดร้อนต่อเนื่องไปสู่ภาคส่วน ของพี่น้องประชาชนผู้ที่สุจริต แล้วก็นำมาซึ่งสถิติคดีในส่วนของศาลแต่ละจังหวัดนั้นนี่ครับ เรือนจำก็ล้น แล้วก็ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวที่พี่น้องประชาชนเกษตรกรซึ่งเขาไม่ใช่ เป็นอาชญากรอาชีพ แต่เขามีความตั้งใจในการประกอบอาชีพ เพราะฉะนั้นความชัดเจน ในส่วนของการจัดสรรที่ดินนี่ควรจะต้องมีความชัดเจนนะครับว่าที่ดินในจังหวัดกระบี่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดตรัง จังหวัดอื่น ๆ นั้นนี่ควรจะมาจัดว่าที่ดินแปลงนี้หมดอายุ สัมปทานเมื่อไร ควรจะต้องไปจัดสรรเหมาะสมกันอย่างไร แล้วควรจะไปจัดสรรให้ใคร จำนวนเท่าใด ในวิธีแบบใดนะครับ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็นนะครับ เพื่อที่จะให้สภา เพื่อนสมาชิกได้รับทราบประเด็นจากการที่ยื่นญัตติของกระผมมาร่วมเกือบปีแล้ว แล้วปัญหาก็ยังไม่ได้ถูกแก้ปัญหา แล้วก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกในพรรคภูมิใจไทย ที่สนับสนุนเห็นด้วยทุกคนในการเซ็น ในการยื่นญัตติ แล้วก็เพื่อนสมาชิกของภาคใต้ที่เห็น ในทำนองเดียวกัน แล้วก็มีปัญหาเหมือน ๆ กัน แล้วท่านประธานได้กรุณาในเรื่องของ การรวบญัตติในลักษณะทำนองเดียวกันเข้ามาพิจารณาเพื่อให้เกิดความรวบรัดและก่อให้เกิด ประโยชน์ ผมเชื่อว่าต้องฝากกรรมาธิการสามัญในส่วนของที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งท่านอภิชาติ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเป็นประธาน เพื่อที่จะให้ ความสำคัญ แล้วก็นำประเด็นทั้งหมดนี่ครับเพื่อนำเสนอในส่วนของกระทรวงที่เกี่ยวข้องนะครับ ผมก็ขอขอบคุณท่านประธานไว้เพียงแค่นี้ครับ กราบขอบคุณครับ