สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๑ มกราคม ๒๕๖๔

บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือเรื่องกองทุนการออมแห่งชาติ และขอการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อการขยายตลาดและช่องทางในการออมให้เพิ่มขึ้น

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง กระผมขอขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณเพื่อนสมาชิก แล้วก็คณะกรรมการ กองทุนการออมนะครับ ที่วันนี้ได้นำรายงานประจำปี ๒๕๖๒ มาให้สภาผู้แทนราษฎร ได้อภิปรายเพื่อบันทึกไว้ประกอบการรายงานของกองทุนการออม ปี ๒๕๖๒ ก่อนอื่นจะต้อง ขอเท้าความนิดหนึ่งว่า พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ สมัยนั้นรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลายท่านที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขณะนี้ ก็เป็นกรรมาธิการวิสามัญแล้วก็เป็นสภาผู้แทนราษฎรในช่วงนั้นได้พิจารณากฎหมายฉบับนี้ คงไม่ลืมที่สมัยก่อนเราเรียกว่า บำนาญประชาชน กฎหมายบำนาญประชาชน กฎหมายฉบับนี้ออกเมื่อปี ๒๕๕๔ แต่ว่ากว่ารัฐบาลจะได้ตั้งงบประมาณเข้ามาสมทบการออม ของพี่น้องประชาชนก็ปาเข้าไปปี ๒๕๕๘ สมัยรัฐบาลท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลักการก็คือว่า ๑. เป็นการสร้างวินัยการออมให้แก่พี่น้องประชาชน ๒. สร้างความมั่นคง ในบั้นปลายของชีวิตโดยยึดหลักว่าใครออมใครได้ ยกตัวอย่างถ้าอายุ ๑๕-๓๐ ปี มีการออม เกิดขึ้นขั้นต่ำ ๕๐ บาทต่อครั้ง สูงสุดก็ ๑๓,๒๐๐ บาทต่อปี ก็เดือนหนึ่งประมาณ ๑,๐๐๐ บาท ขั้นต่ำออมครั้งละ ๕๐ บาท อายุ ๑๕-๓๐ ปี ถ้าเราออมรัฐบาลจะสมทบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีเพดานให้ ๖๐๐ บาทต่อปี ก็คือเดือนหนึ่งประมาณ ๕๐ บาทนะครับ อายุ ๓๐-๕๐ ปี ถ้ามีการออมรัฐบาลจะสมทบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ อายุ ๕๐-๖๐ ปี รัฐบาลจะสมทบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเพดานในช่วงแรกอายุ ๑๕-๓๐ ปี ดังที่กล่าวไว้ก็คือ ๖๐๐ บาทต่อปี อายุ ๓๐-๕๐ ปี เพดานที่รัฐบาลสมทบให้คือ ๙๖๐ บาทต่อปี แล้วก็อายุ ๕๐-๖๐ ปี ก็มีเพดานอยู่ที่ ๑,๒๐๐ บาทต่อปี เมื่ออายุครบ ๖๐ ปี ก็จะได้บำนาญที่ใช้ในยามเกษียณ สำหรับแรงงานนอกระบบและเกษตรกรที่ไม่มีเงินบำนาญตามระบบ เนื่องจากพี่น้องประชาชน ที่เป็นข้าราชการเขาก็จะมีระบบบำนาญของเขาอันนั้นก็ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ในส่วน ผู้ใช้แรงงานซึ่งใช้กฎหมายประกันสังคม อันนั้นก็จะมีระบบบำนาญของเขาเมื่ออายุ ๕๕ ปี หรือ ๖๐ ปีขึ้นไป แต่สำหรับเกษตรกร แรงงานนอกระบบ ถ้าหากว่าได้มีการออมตั้งแต่อายุ ๑๕ ปีขึ้นไปเรื่อย ๆ พอถึงอายุ ๖๐ ปี ถึงตอนนั้นจะมีเงินที่มาหล่อเลี้ยงค่าครองชีพ เพิ่มความมั่นคงในสังคมผู้สูงวัยในอนาคตนะครับ ก็ต้องชื่นชมคณะกรรมการกองทุน ที่ได้ทำการขยายกิจการให้มีพี่น้องประชาชนเข้ามาในกองทุนการออมนี้ ปัจจุบันสมาชิก ๒,๓๐๐,๐๐๐ คน แต่ก็ยังเหลือกลุ่มประชากรเป้าหมายอีกถึง ๑๕ ล้านคนด้วยกันที่ยังไม่ได้ เข้ามาอยู่ในกองทุนการออม แม้นว่ามีการขยายตลาดออกไป ไปถึงผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็ทำให้มีการสมัครเข้ามาจำนวนมากขึ้นถึง ๒๐๐-๓๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในช่วงระยะหลังนี่นะครับ แต่ว่าตลาดยังอีกใหญ่มาก แล้วก็ในสื่อต่าง ๆ เท่าที่รับทราบ ก็ยังไม่มีแคมเปญ (Campaign) อะไรที่มากมายนัก อาจจะเนื่องจากว่ากองทุนการออมนี้ อาจจะไม่หวือหวา มันเป็นลักษณะของการสร้างวินัยการออม ไม่มีลด แลก แจก แถม จะแตกต่างจากเรื่องของการที่รัฐบาลช่วยเหลือเยียวยา ในกรณีอย่างโควิด (COVID) นี่นะครับ มีการลงแอปพลิเคชัน (Application) อย่างโน้นอย่างนี้นะครับ มีกิจกรรมที่ค่อนข้างจะจูงใจ แต่นี่มันเป็นการที่รัฐบาลช่วยแต่ถ่ายเดียว สำหรับการออมในกองทุนการออมแห่งชาตินี้ เป็นลักษณะว่าใครออมใครได้ ถ้าเราออมรัฐบาลก็สมทบให้ เป็นแรงจูงใจ ผมคิดว่าถ้าหากว่า พี่น้องประชาชนของเราอายุ ๑๕ ปี ก็ประมาณนักเรียน ม. ๔ นะครับ ถ้าได้จับมือกับ กระทรวงศึกษาธิการ หรือ ปวช. กรมอาชีวศึกษาให้โรงเรียนออม ถ้ามีการออมเกิดขึ้น รัฐบาลสมทบถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วไม่จำเป็นจะต้องออมทุกเดือน บางเดือนค่าขนม ไม่เหลือก็ไปออมในเดือนถัดไปก็ได้ แต่ในแต่ละปี มีหลักเกณฑ์ วิธีการ และช่องทางในการที่จะนำ เงินเข้าสู่การออมของแต่ละท่านที่สะดวกมากขึ้นกว่าเดิมมาก ๆ เลยนะครับ เท่าที่ผมได้อ่าน รายงานนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติที่ได้เพิ่มช่องทางและเร่งขยายตลาด ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้เพื่อใครครับ เพื่อพี่น้องประชาชนชาวไทยที่จะได้อยู่มีชีวิตที่มั่นคงในการที่เข้าสู่ สังคมผู้สูงวัยเมื่อเขาอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตามเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปใน พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ ๒๕๕๔ นี้นะครับ ก็สามารถที่จะให้มีการทบทวนว่าจะมีสิ่งใด ประการใดที่จะปรับปรุงให้เข้ากับยุคเข้ากับสมัย ในสมัยนั้นเงินสมทบ ๖๐๐ บาทต่อปี ก็ดูเยอะนะครับ เมื่อประมาณ ๑๐ ปีที่แล้ว แต่ปัจจุบัน ๖๐๐ บาทต่อปีก็ดูเหมือนน้อยนะครับ ถ้าจะมีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายให้มีแรงจูงใจมากกว่านี้ ผมก็เชื่อว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ก็คงจะเห็นด้วยกับหลักการและเหตุผลนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ