จรัญ ภักดีธนากุล ชี้แจงและอภิปรายร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น โดยเสนอให้มีกลไกสนับสนุนผู้หญิงตั้งครรภ์ไม่พร้อมทุกวัยและอายุครรภ์ให้ได้รับการปรึกษาและการช่วยเหลืออย่างเหมาะสมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรประชาสังคม พร้อมเรียกร้องให้รัฐจัดระบบดูแลต่อเนื่องตั้งแต่ฝากครรภ์ คลอด จนถึงการเลี้ยงดูและศึกษาต่อ เน้นการป้องกันผ่านการศึกษาทางเพศและการคุมกำเนิด แม้ร่างกฎหมายจะจำกัดเพียงสองมาตรา แต่เสนอให้พิจารณาข้อสังเกตเพิ่มเติม 10 ข้อเพื่อขับเคลื่อนนโยบายอย่างรอบด้าน
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผมได้รับมอบหมายให้กราบเรียนชี้แจง ในเรื่องที่เกี่ยวกับการที่จะหาทางช่วยเหลือแก้ปัญหาให้กับหญิงที่ตั้งครรภ์แล้วตกอยู่ใน ภาวะที่ยากลำบากชนิดที่เธอหาทางออกอื่นไม่ได้แล้ว ต้องการที่จะยุติการตั้งครรภ์ เรามีกระบวนการอย่างไรที่จะช่วยเหลือหาทางเลือกอื่นให้แก่ผู้หญิงเหล่านั้นได้บ้าง ในคณะกรรมาธิการได้มีการปรึกษาหารือเรื่องนี้แทบทุกนัดว่าวัตถุประสงค์ในการทำ กฎหมายนี้ไม่ใช่เพื่อต้องการผลักผู้หญิงให้ไปสู่กระบวนการทำแท้ง แต่ต้องการที่จะหา ทางออกที่เหมาะสมที่เป็นที่พอรับได้ของสังคมไทยที่มีความคิดเห็นในเรื่องนี้หลากหลาย แตกต่างจนบางครั้งถึงขนาดขัดแย้งกันอย่างประนีประนอมกันไม่ได้นะครับ เพียงแต่ว่า มีปัญหานิดหน่อยในกระบวนการจัดทำกฎหมาย คือกฎหมายฉบับนี้ถูกนำเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรในรูปของกฎหมายอาญาครับ กฎหมายอาญาแล้วไปอยู่ในประมวล กฎหมายอาญา ซึ่งมีข้อจำกัดมากว่าจะเอาหลักเกณฑ์เกี่ยวกับทางปกครอง หลักเกณฑ์ เกี่ยวกับทางกระบวนการวิธีการบริหารจัดการมาใส่ไว้ในประมวลกฎหมายอาญา ไม่เคยมี แบบอย่างของเรา แล้วก็อาจจะออกนอกหลักการและเหตุผลที่นำเสนอเข้ามา ด้วยเหตุนี้ครับ จึงเป็นความยากและมีข้อจำกัด แต่ว่าคณะกรรมาธิการท่านก็พยายามหาทางนะครับ ผมขอกราบเรียนชี้แจงเท้าความนิดหนึ่งว่าคณะกรรมาธิการไม่ได้เน้นที่ประเด็นใดประเด็นหนึ่ง เพียงด้านเดียวครับ ในเรื่องความปลอดภัยของหญิงและเด็ก ก็เป็นเหมือนกับเป็นหลักการใหญ่ ที่จะใช้เป็นเกณฑ์ในการปรับปรุง แก้ไข และนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าไม่ใช่ หลักเกณฑ์เดียวครับ คณะกรรมาธิการก็ได้คำนึงถึงโอกาสการมีชีวิตรอดเป็นบุคคลของทารก ในครรภ์มารดาด้วยครับ แล้วยิ่งกว่านั้นครับประเด็นที่พูดกันชัดเจนมากปรากฏอยู่ในมติของ คณะกรรมาธิการว่าเราต้องการให้มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าการยุติการตั้งครรภ์หรือการทำแท้ง เพียงแต่ว่าเราจะทำอย่างไรให้เกิดกระบวนการอย่างนี้ และจะสามารถให้ความช่วยเหลือ ผู้หญิงและครอบครัวของเธอที่ตกอยู่ในภาวะยากลำบากแสนสาหัสเหล่านั้นให้พ้นจาก ความกดดันที่จะต้องตัดสินใจทำแท้งได้บ้างหรือไม่ ตรงนี้ครับ มาตรการหนึ่งที่ได้ถูกนำเสนอ ขึ้นมาจะปรากฏเห็นอยู่ในช่วงท้ายของ (๕) ของร่างมาตรา ๓๐๕ ก็คือจะต้องดึงให้ผู้หญิง ที่ตกอยู่ในภาวะที่จะต้องขอให้แพทย์ทำการยุติการตั้งครรภ์จะต้องผ่านกระบวนการปรึกษา ให้คำปรึกษาทางเลือก และคำแนะนำช่วยเหลือจากผู้ประกอบวิชาชีพให้คำปรึกษาทางเลือก และผู้ประกอบวิชาชีพอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยได้ยึดโยงไปสู่ระบบการช่วยเหลือและหาทางออก ให้กับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ในลักษณะนี้ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหา การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ซึ่งก็ได้ผ่านการประกาศใช้ไปแล้ว และในกฎหมายนั้นเนื่องจาก เป็นกฎหมายเฉพาะตามพระราชบัญญัติเฉพาะ ท่านจึงได้วางกลไกกระบวนการในการช่วย แก้ปัญหาเรื่องนี้เอาไว้ได้ดีมาก ประกอบด้วยองค์กรที่เกี่ยวข้องหลายองค์กร ไม่ว่าจะเป็น ทางสาธารณสุข ทางกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จะต้องระดมกระบวนการเข้ามาบูรณาการ เข้ามาช่วยเหลือ แต่กฎหมายฉบับนั้นมีขอบเขตจำกัดไว้ว่าให้ถูกนำมาใช้ได้เพียงในกรณีที่หญิงที่ตั้งครรภ์ มีอายุไม่เกิน ๒๐ ปีบริบูรณ์ ทีนี้ถ้าหญิงนั้นมีอายุเกิน ๒๐ ปีบริบูรณ์ไปแล้วก็ไม่สามารถ จะเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือตามกฎหมายฉบับดังกล่าวได้ครับ และด้วยเหตุนี้ใน (๕) ของร่างมาตรา ๓๐๕ จึงได้หาทางยึดโยงเข้าไปสู่การนำเอากระบวนการและกลไกในการช่วยเหลือ ทั้งด้านป้องกัน ด้านแก้ไขเยียวยาในกฎหมายดังกล่าวว่าต้องเข้ารับคำปรึกษาทางเลือก จากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่นต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด โดยต้องได้รับคำแนะนำ ของแพทยสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๔-๕ กระทรวงนั่นละครับตามกฎหมายว่าด้วย การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น นี่ก็อาจจะเป็นตัวอย่างเดียวในประมวล กฎหมายอาญาที่มีการเขียนยึดโยงเอากลไกกระบวนการในการช่วยแก้ปัญหาตามกฎหมายอื่น เข้ามา แต่ก็เมื่อคณะกรรมาธิการท่านเห็นว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญ เป็นประเด็น ที่จำเป็น เพราะฉะนั้นเสียงข้างมากท่านก็ให้ใส่เข้ามาได้นะครับ แล้วถ้าเผื่อหญิงที่อายุครรภ์ เกิน ๒๐ สัปดาห์ไปแล้วเราจะปล่อยเขาหรือ เราจะไม่มีกระบวนการช่วยเหลืออย่างนี้หรือ หญิงที่อายุครรภ์ยังไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ก็จะไม่มีกลไกกระบวนการช่วยเหลือเขาอย่างนั้นหรือ คำตอบครับ คณะกรรมาธิการเห็นว่ามันไปอยู่นอกกลไกของกฎหมายอาญา ก็เลยขอนำเสนอ ไว้ในข้อสังเกตครับ ซึ่งทางสภาแห่งนี้ก็คงจะได้พิจารณาต่อไปนะครับ ผมขออ้างอิง ไปที่ข้อสังเกตตามร่างตามข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ ข้อ ๕ ครับ
ข้อ ๕ นี้พูดชัด ระบบการปรึกษาทางเลือกตามมาตรา ๓๐๕ นั้นต้องเปิด โอกาสให้ผู้หญิง ซึ่งหมายถึงผู้หญิงทั้งหมดครับ ไม่จำกัดวัย ไม่จำกัดอายุครรภ์ มีสิทธิที่จะขอรับ การปรึกษาทางเลือกและการช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหา และการจัดสวัสดิการสังคมได้ด้วย ทั้งนี้หน่วยงานที่ให้การปรึกษาทางเลือกหมายรวมถึง องค์กรประชาสังคมที่ทำงานด้านนี้ด้วย ข้อเสนอในตอนแรกเสนอจะให้เอาข้อสังเกตตาม ข้อ ๕ นี้ใส่เป็นวรรคสองของร่างมาตรา ๓๐๕ แต่ว่าเสียงข้างมากท่านเห็นว่า ไม่ใช่เสียงข้างมาก ธรรมดา ท่วมท้นเลยท่านเห็นว่ามันจะไกลเกินไปสำหรับกฎหมายอาญาในประมวลกฎหมาย อาญา
และอีกประการหนึ่งกระบวนการนี้ก็ควรจะจัดให้บริการแก่หญิงที่ไม่เข้าเกณฑ์ ตามมาตรา ๓๐๕ ได้อยู่แล้วโดยการบริหารจัดการ เพราะฉะนั้นก็เลยไม่เห็นชอบที่จะเอาใส่ วรรคสองเข้ามา แต่ผมก็คิดว่านำไปไว้ในข้อสังเกตนี้ แล้วถ้าสภามีมติเห็นชอบกับข้อสังเกตนี้ ส่งให้กับทางรัฐบาล กระบวนการที่ห่วงใยก็จะได้รับการสนองตอบแน่นอนครับ
ข้อสังเกต ข้อ ๖ บอกว่า รัฐบาลควรดำเนินการโดยองค์รวมซึ่งครอบคลุมถึง การจัดสรรงบประมาณ สนับสนุน ช่วยเหลือดูแลผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อมและตัดสินใจ ตั้งครรภ์ต่อ ตั้งแต่การฝากครรภ์ การคลอด การดูแลหลังคลอด การเลี้ยงดูทารกให้เติบโต และได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นประชากรที่มีคุณภาพของ ประเทศ ข้อนี้เชื่อมโยงกับหลักคิดของคณะกรรมาธิการว่าเราจะต้องช่วยกันคิดหาทาง สร้างทางเลือกอื่นให้กับผู้หญิงที่ตกอยู่ในภาวะยากลำบากนั้นไม่ต้องกระโจนเข้าไปสู่ การทำแท้งอย่างเดียว หาโอกาสให้มีทางเลือก แล้วทางเลือกเหล่านี้รัฐบาลควรจะต้องมี หน้าที่จัดการ จัดตั้งให้บริการนะครับ เพราะฉะนั้นถ้ามีการจัดการบริหารตรงนี้ดีจำนวน ผู้หญิงที่จะเข้าสู่การทำแท้งก็จะมีจำนวนน้อยลง เพราะจะมีจำนวนหนึ่งเรายังไม่มีตัวเลข เพราะว่ายังไม่เคยมีการจัดทำอย่างเป็นระบบ แต่มั่นใจว่าจะมีผู้หญิงจำนวนหนึ่งซึ่งก็ไม่ได้ ประสงค์จะทำแท้งอยู่แล้วได้เห็นทางเลือกอื่น ได้มีความมั่นใจว่าสังคมจะไม่ทอดทิ้งเขา รัฐจะช่วยดูแลถ้าเขาตั้งครรภ์ต่อไปเขาประสบปัญหาอะไร รวมตลอดทั้งเด็กที่คลอดออกมา จะมีปัญหาลำบากยากแค้นอย่างไร รัฐจะดูแลอุ้มชู ซึ่งก็ปรากฏชัดเจนในข้อเสนอหรือข้อสังเกต ข้อ ๖ ครับ
และสำหรับมาตรการป้องกันปรากฏอยู่ในข้อสังเกต ข้อ ๘ การแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญาในครั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ด้วยการยุติการตั้งครรภ์ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ดังนั้น ทุกภาคส่วนจึงควร ร่วมมือกันอย่างแข็งขันด้วยการดูแลเอาใจใส่บุคคลในครอบครัวและให้ความรู้ความเข้าใจ เรื่องเพศศึกษารอบด้านในสถานศึกษา จัดให้มีการคุมกำเนิดอย่างจริงจังและทั่วถึง อันเป็น การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุและลดปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมอย่างแท้จริง
ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้ากฎหมายฉบับนี้เป็นพระราชบัญญัติป้องกัน และแก้ไขปัญหาให้หญิงที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม แล้วก็เอากลไกเต็มรูปแบบตามกฎหมายว่าด้วย การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นขยายออกมา เราก็จะใส่มาตรการพวกนี้ ได้ครบถ้วนตามที่ท่านสมาชิกห่วงใยและประสงค์จะให้ประเทศไทยมีระบบ ระเบียบ กลไกอย่างนี้ครับ แต่เนื่องจากในวาระนี้ก็เป็นร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เพียง ๒ มาตราเท่านั้น แล้วก็อ้างปฐมเหตุมาจากคำวินิจฉัยและคำแนะนำของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็จำกัดคับแคบอยู่เฉพาะมาตรา ๓๐๑ และมาตรา ๓๐๕ ในประมวลกฎหมายอาญา เพียง ๒ มาตรา เพราะฉะนั้นก็ทำกันได้เต็มที่ได้เพียงแค่นี้ครับ ก็หวังว่าข้อสังเกตทั้ง ๑๐ ข้อ ท้ายรายงานนี้จะได้รับการอนุมัติและเห็นชอบครับ กราบขอบพระคุณครับ