ณัฐวุฒิ ตั้งข้อสังเกตแก้มาตรา 301-305 เหตุกังวลบังคับใช้กระทบสิทธิ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๐ มกราคม ๒๕๖๔

ณัฐวุฒิ บัวประทุม แสดงความเห็นต่างต่อร่างกฎหมายที่จะมีผลบังคับใช้ทันทีหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยเสนอให้เลื่อนการบังคับใช้ออกไป 30 วัน พร้อมตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความสอดคล้องของเวลาการดำเนินการกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 และ 305 รวมถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมทั้งในด้านข้อมูลผู้ถูกดำเนินคดี การคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และการชี้แจงท่าทีของแพทยสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในประเด็นการยุติการตั้งครรภ์ในช่วงอายุ 12 ถึง 20 สัปดาห์ ซึ่งต้องมีแนวทางชัดเจนจากกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 6 กระทรวง เพื่อให้มั่นใจว่าการบังคับใช้กฎหมายจะเป็นไปอย่างทันท่วงที คุ้มครองสิทธิของผู้หญิง และสอดคล้องกับหลักนิติธรรม

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กรรมาธิการผู้สงวนความเห็นครับ ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านคณะกรรมาธิการ และเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ เหตุผลที่ผมจำเป็นต้องสงวนความเห็น ในมาตรา ๒ ไว้ครับ ด้วยนัยของสิ่งที่คณะกรรมาธิการยืนยันตามร่างเดิมของรัฐบาลนั้น ให้กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผมเข้าใจ และตระหนักดีครับว่าการมีผลบังคับใช้ของกฎหมายฉบับนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ เนื่องจากว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัย เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ผมเคยนำเรียนในวาระ ๑ นะครับว่าเจตนารมณ์ของท่านที่ตั้งใจจะวินิจฉัยในวันดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ในวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ นั้น ลึก ๆ ท่านคิดอะไรผมไม่อาจทราบได้ครับ แต่คำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะในคำสั่งของ ศาลรัฐธรรมนูญนั้นได้บอกให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ ภายใน ๓๖๐ วัน นับจากวันที่มีคำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะ ผมเข้าใจว่าจะตรงกับวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ นี้ครับ ก่อนวันวาเลนไทน์ (Valentine) ใกล้เคียงกับวันมาฆบูชาซึ่งไม่ได้มีนัยใด ๆ กับกฎหมาย ฉบับนี้ทั้งสิ้นครับ แต่สิ่งที่ผมจำเป็นต้องขอสงวนไว้ครับ โดยผมขออนุญาตที่จะใช้ข้อความว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ด้วยเหตุผล ๒ ประการเพิ่มเติมดังนี้ครับ

ในประการที่ ๑ ท่านประธานครับผมคิดว่าเป็นหลักการโดยทั่วไปที่เวลา ที่มีการแก้ไขกฎหมายฉบับใดก็แล้วแต่ ระยะเวลาของการเตรียมตัวของผู้ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ นั้นล้วนมีนัยสำคัญ ในบทบาทของคณะกรรมาธิการเองวันนี้ผมยังไม่ทราบเลยว่า ณ ขณะนี้ มีผู้ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ ที่ค้างอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนจำนวน เท่าไร ที่ค้างอยู่ในชั้นการพิจารณาของพนักงานอัยการจำนวนเท่าไร ที่ค้างอยู่ในชั้น การพิจารณาของศาลยุติธรรมซึ่งยังไม่ได้มีการลงคำพิพากษาอีกจำนวนเท่าไร หรืออาจจะมี ผู้กระทำความผิดซึ่งจริง ๆ ไม่ควรจะนับว่าเขาเป็นผู้กระทำความผิดด้วยซ้ำตามมาตรา ๓๐๑ นั้นอยู่ในการคุมขังของเรือนจำอีกจำนวนเท่าไร ยังไม่มีผู้ใดที่จะตอบหรือชี้แจงว่าหากมี การประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ซึ่งหลักการทางกฎหมายนั้นเมื่อมีกฎหมายใหม่ออกมาบังคับ ใช้ย่อมเป็นคุณกับผู้ที่ต้องคดีหรือถูกบังคับใช้ตามกฎหมายเดิมอยู่ เขาเหล่านั้นจะได้รับ การดำเนินการอย่างทันท่วงทีตามหลักสิทธิมนุษยชนและสิทธิขั้นพื้นฐานหรือไม่ ฉะนั้น นี่เป็นสิ่งที่ต้องยืนยันไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าวันนี้ ไม่ว่าสภาแห่งนี้จะผ่านกฎหมาย ออกไปอย่างไรหรือไม่ผ่านก็แล้วแต่ท่านต้องเตรียมตัวหรือท่านต้องมีข้อมูลของผู้ที่กำลัง ถูกดำเนินการตามมาตรา ๓๐๑ ในระยะเวลา ๓๐ วันซึ่งไม่มากนัก นั่นเป็นเหตุผล ประการที่ ๑ ครับ

เหตุผลประการที่ ๒ ท่านประธานครับ มาตรา ๔ ที่มีการแก้ไขมาตรา ๓๐๕ ของประมวลกฎหมายอาญานั้นได้กำหนดให้มีหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องในกฎหมายอาญา ฉบับนี้อยู่ ๒ หน่วยงานซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในกฎหมายอาญาความผิดเกี่ยวกับการทำแท้งครับ หน่วยงานที่ ๑ คือแพทยสภาซึ่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ ที่คณะกรรมาธิการ มีการแก้ไขนั้นได้ระบุว่าแพทย์ที่จะทำให้มีความผิดให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภา แพทยสภาก็มาชี้แจงในกรรมาธิการว่ามันมีข้อบังคับแพทยสภาที่ออกตามมาตรา ๓๐๕ เดิม ซึ่งใช้บังคับมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ อยู่แล้วนะ แต่ผมถามแล้วถามอีกว่าตกลงแพทยสภาผมยังไม่รู้ ว่าชุดเดิมที่กำลังรักษาการอยู่หรือชุดใหม่ที่กำลังมีการลงคะแนนไปแล้ว ได้รายชื่อคุณหมอ ฉันชายเป็นอันดับ ๑ คุณหมอทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เป็นอันดับ ๒ ไม่รู้ว่าจะเข้ามาสู่ดำรง ตำแหน่งกรรมการแพทยสภาเมื่อไร แต่ท่านไม่เคยตอบในกรรมาธิการว่าท่านจะแก้ไข ข้อบังคับแพทยสภา ปี ๒๕๔๘ ให้สอดคล้องกับร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาที่กำลัง จะออกไปหรือไม่ ผมจำเป็นต้องขอคำชี้แจงเพิ่มเติมจากท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

หน่วยงานที่ ๒ ที่กำลังจะถูกระบุในมาตรา ๓๐๕ ก็คือกระทรวงสาธารณสุข ที่บอกว่าหลักเกณฑ์และวิธีการในการยุติการตั้งครรภ์ของกรณีผู้หญิงที่อายุครรภ์เกิน ๑๒ สัปดาห์ แต่ไม่เกิน ๒๐ สัปดาห์ ซึ่งผมไม่ได้เห็นด้วยในอายุครรภ์ ๒๐ สัปดาห์นั้น ให้เป็นไปตามการเข้ารับการปรึกษาทางเลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการของกระทรวง สาธารณสุข ร่างกฎหมายที่ผ่านกรรมาธิการไม่ได้บอกแค่กระทรวงสาธารณสุขด้วยนะครับ ไปบอกต้องภายใต้คำแนะนำของแพทยสภาบวกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ. ป้องกัน และแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น แต่เดิมผมเข้าใจว่ามี ๕ หน่วยงานก็ตกใจแล้ว แต่ปรากฏว่าวันนี้กระทรวงที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมีอยู่ ๖ กระทรวง จะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ จะเป็นกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะเป็นกระทรวงสาธารณสุข จะเป็นกระทรวงมหาดไทย จะเป็นกระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านยังไม่ได้เคยมีการออกมาให้ข่าว ออกมาแถลง ออกมาชี้แจงว่าท่านเตรียมจะแก้ไข หลักเกณฑ์และวิธีการของกระทรวงสาธารณสุขที่ออกมารองรับตามมาตรา ๓๐๕ นั้น ได้อย่างไร ด้วยเหตุผลทั้ง ๒ ประการนั้นที่ผมได้นำเรียนท่านประธานครับ ผมคิดว่ากรณี ที่การให้กฎหมายมีผลบังคับใช้หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ๓๐ วันที่ผมได้ตั้ง ข้อสงวนไว้นั้น มีนัยสำคัญครับที่จะทำให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ในรอบ ๖๐ ปีของกฎหมาย อาญานั้นเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้หญิง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้อาจจะมีผู้หญิงที่ถูก ดำเนินคดีอยู่โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้เตรียมการรองรับดังกล่าว ต้องขออนุญาตท่านประธาน ขอคำชี้แจงจากกรรมาธิการเพิ่มเติมครับ และเดี๋ยวผมจะพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่ายังยืนยัน ที่จะสงวนหรือถอนข้อสงวนของผมหรือไม่ ขอบคุณท่านประธานครับ