โกวิทย์ เปิดหลายมาตรการสกัดโควิด-19 หวังป้องกันระบาดเพิ่ม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๓

โกวิทย์ พวงงาม หารือสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ขยายวงไปหลายจังหวัด โดยเฉพาะในนครศรีธรรมราชที่เกี่ยวข้องกับแรงงานจากสมุทรสาคร จึงเสนอให้รัฐเร่งรวบรวมข้อมูลการเคลื่อนย้ายเพื่อติดตามและป้องกันการแพร่ระบาด พร้อมเน้นมาตรการสุขาภิบาลในชุมชนและตลาด การตรวจคัดกรองแรงงานต่างด้าวในโรงงาน การตั้งด่านควบคุมในช่วงปีใหม่ร่วมกับการให้ความรู้และการแจกเจลล้างมือ รวมทั้งเรียกร้องให้มีการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมเห็นด้วยวันนี้ที่ เพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตติด่วนแล้วก็อภิปรายเรื่องของการหาทางป้องกันโควิด (COVID) รอบใหม่ที่จะเกิดขึ้น อันนี้เป็นประเด็นที่สําคัญมากเพราะว่าจริง ๆ แล้วผมเฝ้าดูเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นแล้วก็แพร่กระจายไปทั่ว ปัจจุบันดูตัวเลขแล้วกระจายจาก ๑๐ กว่าจังหวัด เป็น ๓๒ จังหวัด แล้วก็ไม่แน่ใจว่าจะกระจายต่อไปหรือเปล่า อันนี้เป็นเรื่องสําคัญ ที่อยากจะฝากมาตรการต่าง ๆ เพื่อเป็นข้อเสนอให้กับรัฐบาล จริง ๆ แล้วผมอยากกลับบ้าน ไปวันพรุ่งนี้เพราะปิดสภา แต่ข่าวล่าสุดจังหวัดนครศรีธรรมราชมีผู้ติดเชื้อแล้ว ๑ ราย ตอนนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีการประชุมกัน ผมเรียนว่าต้นตอจริง ๆ จากผู้ติดเชื้อที่บ้านผมนั้น ก็เกิดจากว่าเขาเป็นแม่ค้าที่มาติดต่อสัมพันธ์กับทางมหาชัย สมุทรสาคร ที่ทําเครื่องแกงมาขายแล้ว กลับไปบ้าน อันนั้นก็เป็นเรื่องที่ทําให้ติด แต่ผมคิดว่าผมลองจําลองมาตรการจังหวัด ที่ดําเนินการอยู่ขณะนี้ ฟังข่าวแล้วดูเหมือนว่าจะมีมาตรการที่จะระดมคล้าย ๆ ว่าจังหวัด ที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่ดําเนินการป้องกันตามที่รัฐบาลเคยตั้งไว้กลับมาอีก แบบนั้นนะครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องทํา ผมอยากจะเสนอไว้สัก ๓-๔ ประการ

ประการที่ ๑ ผมคิดว่าเรื่องของข้อมูล ผมว่าประเด็นนี้สําคัญ เพราะว่า มันเป็นความเชื่อมโยง ผมไม่แน่ใจว่ารัฐบาลมีข้อมูลแรงงานที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งถือว่าเป็นเมืองหลวงด้านแรงงาน เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ต้องรู้ว่ามีความเชื่อมโยงกับ ผู้ค้าผู้ขายที่กระจายไปตามจังหวัดต่าง ๆ มากน้อยแค่ไหน อย่างที่ผมยกตัวอย่างจังหวัดผม เขามีการค้าขายติดต่อกัน เมื่อกลับไป แน่นอนว่าก็จะเกิดสิ่งนี้ เพราะฉะนั้นตัวเลขที่ อยากจะให้รัฐบาลเร่งทําแล้วก็ดําเนินการเชื่อมโยงดูว่ามันเป็นการเชื่อมโยงกับจังหวัดใดบ้าง อย่างไร นั่นคือประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าผมดูจากการที่เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการ ก็ลงไปที่ อําเภอ ลงไปที่ท้องถิ่น เพราะฉะนั้นมาตรการหนึ่งผมคิดว่าน่าทําก็คือมาตรการเรื่อง สุขาภิบาลชุมชน เรื่องตลาด เรื่องอะไรนี่นะครับ เพราะว่าการค้าการขายที่เชื่อมโยงกับตลาด ที่เป็นเรื่องของอาหารต่าง ๆ ก็จําเป็นจะต้องทําการให้ชุมชนซึ่งอาจจะมีทั้ง อสม. มีทั้งท้องถิ่น มีทั้งผู้นํา ลองร่วมกันดูในการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นให้เกิดขึ้น โดยอาจจะต้องทําความสะอาดตลาด หรือต้องให้ความรู้ เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกพูดถึงการให้ ความรู้กับประชาชนในการเข้าตลาดก็ดี ในการอยู่ในชุมชนของตัวเอง ตั้งแต่ใส่แมสก์ (Mask) หรือว่าการล้างมือด้วยสบู่ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทําให้การแพร่ของเชื้อมันจะลดลง อันนี้ผมยกมา ในระดับที่ต่ําลงมาจากจังหวัด และมาสู่ชุมชน

ประการต่อมา เมื่อวานผมคุยกับเพื่อน เขามองว่าการปิดโรงงานเป็นส่วนหนึ่ง ของการผลักให้แรงงานผิดกฎหมายออกจากโรงงาน แล้วถามว่าไปไหนล่ะครับ ก็ต้องหนี หรือว่าเขาไม่บอก บางทีคนที่เป็นโควิด (COVID) ในแรงงานต่างด้าวเขาก็กลัว พอเมื่อกลัว ก็ไปกระจายเชื้อโรค สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าอาจจะผิดพลาดตรงนี้ ถ้าอย่างไรก็ตามผมเสนอให้ อาจจะต้องตรวจโรงาน แล้วอาจจะเข้าไปตรวจโควิด (COVID) ในโรงงานก็ได้ อันนี้อาจจะ สายเกินไปหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าควรจะทํานะครับ อันนี้ก็พูดไว้ในประเด็น ที่จะเกิดขึ้นในคราวต่อไป นั่นคือประเด็นที่ผมอยากจะเสนอไว้

อีกประเด็นหนึ่งก็คือเกี่ยวกับการตั้งด่าน พอดีเมื่อสักครู่ท่านนิกรได้พูดถึง การตั้งด่านในช่วงปีใหม่ ซึ่งผมคิดว่าการแพร่เชื้อที่บอกว่าจาก ๒๖ จังหวัด มาสู่ ๓๒ จังหวัด แล้วต่อไปจะเกิดขึ้นอีกเป็น ๔๐ จังหวัด ๕๐ จังหวัดหรือไม่ เพราะฉะนั้นในช่วงปีใหม่ก็ดี การสกัดกั้นเรื่องของการเชื่อมโยงกับด่านต่าง ๆ ที่คุณนิกรได้เสนอเรื่องให้มีเจล (Gel) ให้มี แอลกอฮอล์ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี แทนที่จะตรวจคนเข้าคนออก แต่ว่าให้ความรู้ด้วย ให้มีเจล (Gel) ล้างมือ หรือว่าให้มีแอลกอฮอล์ เป็นต้น เพราะฉะนั้นเรารู้แล้วการฝ่าด่าน จะทําให้คนที่เข้าโดยผิดกฎหมายมันก็จะต้องกลัว เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะ ฝากไว้เป็นส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งที่หลายคนได้พูดกับผมก็คือว่าความไม่ทั่วถึง ในการตรวจสอบหรือสกัดกั้นต่าง ๆ ผมคิดว่าฝากรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่า ช่วยดําเนินการให้ทั่วถึงด้วย นั่นคืออีกประเด็นหนึ่ง

สุดท้าย ผมก็เห็นใจนะครับ เมื่อวานก็ไปรับประทานอาหาร ผมถาม ร้านอาหารแห่งหนึ่งบอกว่าทําไมคนน้อย ปกติเศรษฐกิจมันจะกําลังจะฟื้นตัว พวกเศรษฐกิจ ขนาดย่อม หรือพวกเอสเอ็มอี (SMEs) ผมคิดว่าไปได้ดี แต่วันนั้นของเมื่อวานที่ผมไป เขาบอกว่าตอนนี้คนเริ่มกลัว เพราะฉะนั้นการที่จะต้องทําให้ร้านอาหารที่ผมไปรับประทาน เริ่มไม่มีคน มันจะมีปัญหากระทบ เพราะฉะนั้นก็ฝากว่าในจังหวัดที่มีการระบาดแล้วต้องตรวจสอบสัก ๓-๔ เรื่อง ๑. ก็คือเรื่อง ของการเยียวยาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ท่านสมาชิกหลายคนพูดถึงเอสเอ็มอี (SMEs) ก็ลองดู ทั้งผู้ประกอบการและประชาชนที่ถูกกระทบ รวมทั้งแรงงานด้วยนะครับ ก็ขอฝากรัฐบาลใน ๓-๔ ประเด็นที่ผมได้นําเสนอด้วย ขอบคุณครับท่านประธานครับ