เรวัต วิจารณ์การจัดการโควิดล่าช้า ห่วงแรงงานต่างด้าว-เรียกร้องคุมชายแดนเข้ม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๓

เรวัต วิศรุตเวช วิพากษ์การจัดการโควิด-19 ที่ล่าช้า โดยเฉพาะกรณีการระบาดจากตลาดกุ้งสมุทรสาครที่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจคัดกรองและควบคุมการลักลอบเข้าประเทศอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดระลอกใหม่ รวมถึงเสนอให้ล็อกดาวน์เฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแทนการล็อกดาวน์ทั้งประเทศ พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและการดูแลแรงงานต่างด้าวอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยร่วมกัน

นายเรวัต วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ประชาชนทั้งประเทศเฝ้ารอฟังแถลงการณ์จากท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยความหวังว่าจะได้ยินได้ฟังมาตรการเด็ด ๆ ที่ชาญฉลาดเพื่อจะทําให้ ประชาชนนั้นได้อุ่นใจ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ ครับว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นไร้น้ํายาและความรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้นเลยครับ ท่านประธานครับ การระบาดของโควิด (COVID) ในรอบแรกนั้นมีนักท่องเที่ยวชาวจีน และชาวต่างชาติอื่น ๆ ได้นําเชื้อเข้ามาสู่คนไทยในประเทศ แต่ด้วยระบบสาธารณสุข ที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง ประกอบกับความร่วมมือของคนไทยทําให้ การควบคุมการระบาดของโรคเอาไว้ได้จนกระทั่งมีผู้ติดเชื้อเป็นจํานวนไม่มาก แล้วก็ปลอดจากการติดเชื้อในประเทศเป็นเวลามาหลายร้อยวันแล้ว แล้วเกิดอะไรขึ้นครับ เกิดอะไรขึ้น ทันทีทันใดโดยฉับพลันทันทีที่ตลาดกลางกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร ก็เกิดผู้ติดเชื้อ เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ทั้ง ๆ ที่จังหวัดสมุทรสาครนั้นปลอดจากการติดเชื้อมามากกว่า ๒๕๐ วันครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วนี่รัฐบาลควรจะมีวิสัยทัศน์ วิสัยทัศน์อย่างไรครับ ก็คือ ควรจะต้องมีการตรวจคัดกรองในแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาเพื่อกักกันโรค เพราะอะไรครับ เพราะว่ามันมีรายงานอยู่แล้วว่ามีการระบาดอย่างรุนแรงเป็นแสนรายในเมียนมา วันนี้มีแรงงาน เมียนมาติดเชื้อทะลุ๑,๐๐๐ ราย ภายใน ๔ วันครับ นับตั้งแต่วันที่ ๑๙ ถึงวันที่ ๒๒ ธันวาคม และในวันนี้ ศบค. ได้รายงานว่ามีการติดเชื้อเพิ่มอีก ๔๖ ราย และติดเชื้อในประเทศ ๓๙ ราย และหลายรายยังมีประวัติเชื่อมโยงกับตลาดกุ้งจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งประเด็นนี้มีนัยสําคัญนะครับ เพราะมันมีความหมายว่าอาจจะกระจายไปในวงกว้างทั้งประเทศ เชื้อที่ตรวจพบเป็นอะไรครับ เชื้อที่ตรวจพบเป็นสายพันธุ์เดียวกันกับที่ระบาดอยู่ในเมียนมา คือสายพันธุ์จี (G) ซึ่งไม่ใช่ สายพันธุ์อู่ฮั่นเหมือนในรอบแรก โดยก่อนหน้านี้ วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน มีผู้ติดเชื้อรายแรก จากไหนครับ จากท่าขี้เหล็ก เมียนมาครับ หลุดลอดเข้ามาในประเทศไทยทางด่านแม่สาย นอกจากนั้นยังมีข่าวว่ามีการลักลอบเข้ามาเอง หรือมีผู้นําเข้าแรงงานชาวเมียนมาด้วยการ ติดสินบนเจ้าหน้าที่เข้ามาทํางานในไทยครับ

ท่านประธานครับ ผมเข้าใจดีครับว่าเรามีความจําเป็นที่จะต้องใช้แรงงาน ต่างด้าวในโรงงานอุตสาหกรรมและการทําประมง แต่เราก็ควรจะมีนโยบายและมาตรการ บริหารจัดการเพื่อให้ได้แรงงงานสะอาดใช่ไหมครับ แรงงานที่ปลอดจากเชื้อ ซึ่งทําได้ครับ ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยครับ ก็คือเราสามารถจะตรวจคัดกรองตามมาตรการของสาธารณสุข ของไทย เมื่อพบเชื้อเราก็กักกันตัว เมื่อป่วยเราก็รักษาให้หาย เพราะฉะนั้นเราก็จะได้แรงงานมา เป็นแรงงานที่สะอาดที่จะมาช่วยงาน ทั้งในอุตสาหกรรมแล้วก็การประมง มันเป็นความปลอดภัย ของคนไทยครับ ที่ควรจะต้องทําแบบนี้ครับ

เราลองมาดูฝ่ายความมั่นคงครับ ทั้งทหาร ทั้งตรวจคนเข้าเมือง มหาดไทย กระทรวงแรงงาน ของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จริง ๆ แล้วต้องคุมเข้มทุกด่าน และเส้นทาง ธรรมชาติตามตะเข็บชายแดน ซึ่งผมได้อภิปรายเรื่องนี้ไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม ตั้งแต่มีการระบาดในรอบแรก ไม่สามารถจะอ้างครับว่าชายแดนนั้นมีระยะทาง หลายพันกิโลเมตร เพราะว่าท่านต้องเอาใจใส่และรับผิดชอบจริง ๆ ก็จะย่อมปฏิบัติได้ แล้วก็ไม่ปล่อยให้เชื้อหลุดเข้ามาติดคนไทย นอกจากนั้นท่านจะต้องรับผิดชอบไม่ให้คนไทย ต้องพบกับภาวะของการติดเชื้อในครั้งนี้อีก การที่อ้างว่าต้อง พ.ร.ก. ฉุกเฉินเท่านั้นถึงจะเอาอยู่ วันนี้จะตอบประชาชนว่าอย่างไรครับ เมื่อการป้องกันเฝ้าระวังนั้นพังพินาศเสียขนาดนี้ครับ

ท่านประธานครับ วันนี้ ๒๓ ธันวาคม มีผู้สัมผัสเกี่ยวโยงกับจังหวัดสมุทรสาคร กระจายอยู่ใน ๒๒ จังหวัดครับ และมีผู้ติดเชื้อแล้วใน ๑๗ จังหวัด รวมทั้งสิ้น ๓๙ ราย ยังไม่รู้เลยครับว่าพรุ่งนี้และอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ผมยังเชื่อมั่นในระบบ สาธารณสุขของไทย และคนไทยที่เคยประสบความสําเร็จมาแล้วในการควบคุม ป้องกัน เฝ้าระวัง รักษา ค้นหาและติดตามแม้รอบนี้อาจจะยากกว่ามากครับ

ข้อเสนอของผมก็คือต้องการให้ล็อกดาวน์ (Lockdown) ชุมชนครับ ไม่อยากให้ล็อกดาวน์ (Lockdown) ประเทศอีกต่อไป เพราะเราพังพินาศทางเศรษฐกิจ มาแล้ว จากการตัดสินใจผิด ๆ เพราะฉะนั้นอยากให้มีการล็อกดาวน์ (Lockdown) ชุมชนที่ติดเชื้อให้ได้แบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ พร้อมกับการให้ความช่วยเหลือ อย่างครบถ้วนและโดยทันที มิเช่นนั้นจะมีคิวยาวเพื่อจะมารอขออาหารจากผู้บริจาคหรือ ผู้ใจบุญอีกครับ

สําหรับคนไทยครับ ขอเสนอก็คือช่วยตัวเอง ไม่มีทางเลือกอื่นเลยครับ ช่วยตัวเองครับ หน้ากากอนามัย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ล้างมือ และแอลกอฮอล์ ต้องอดทนกัน อีกครั้งครับ

สุดท้ายครับท่านประธาน มีข้อห่วงใย คืออย่างนี้ครับ ผมขอหารือครับ คือผม สังเกตว่าพนักงานที่ให้บริการกับเราทั้งในห้องอาหารและห้องน้ํานั้นนี่ เขาให้บริการ ให้ความสะดวกสบายกับเราดีมากนะครับ แต่ว่าผมสังเกตว่าหลายคนนั้นน่าจะเป็นแรงงาน ต่างด้าว เราควรจะให้ความเมตตาเขาครับ ก็คือควรจะได้มีการตรวจคัดกรอง ถ้าหากว่า มีการติดเชื้อเราจะได้แยกกักกันโรค ถ้าป่วยก็จะได้รักษา เราควรจะดูแล และการดูแลนี่ ควรจะดูแลเป็นระยะ ๆ เพราะอะไรครับ เหตุผลเพราะเราไม่รู้ว่าเมื่อเขากลับบ้านนี่ เขาไปอยู่ ในชุมชนที่มีการติดเชื้อหรือไม่ อย่างไร เพราะอย่างไรก็ตามพวกเขาเป็นแรงงานต่างด้าว ซึ่งอาจจะเป็นแรงงานจากเมียนมาก็ได้ เพราะฉะนั้นก็ขอความกรุณาว่าได้กรุณาได้บริหาร จัดการในเรื่องนี้ด้วยครับ เพื่อความปลอดภัยของแรงงานและของพวกเราทุกคนในสภาแห่งนี้ ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน