ปดิพัทธ์ สันติภาดา หารือเรื่องการยกระดับศาลแขวงนครไทยให้เป็นศาลจังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาการเดินทางและค่าใช้จ่ายของประชาชนในการใช้บริการกระบวนการยุติธรรม โดยเน้นย้ำว่าควรประหยัดงบประมาณและลงทุนในด้านประสิทธิภาพ ระบบสารสนเทศ ไอที และการให้บริการที่รวดเร็ว มากกว่าลงทุนในอาคารสถานที่ และขอให้หน่วยงานชี้แจงและให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับกระบวนการเปลี่ยนผ่านของศาลยุติธรรม
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกลนะครับ ก็ต้องขอแสดงความขอบคุณนะครับ ที่ทางหน่วยงาน แล้วก็ทางท่านรัฐมนตรีได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัตินี้มา เพราะว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในจังหวัดพิษณุโลก เพราะฉะนั้นผมขอสนับสนุนหลักการของร่างพระราชบัญญัตินี้ เพราะว่าประชากร ในศาลแขวงนครไทยจะต้องรับผิดชอบ มีทั้งหมด ๑๐๔,๐๙๒ คน คิดเป็น ๑ ใน ๘ ของประชากรในจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมี ๘๖๕,๓๖๘ คน แล้วก็เศรษฐกิจที่กําลังเติบโตขึ้น ถึงแม้จะไม่ได้เร็วนักนะครับ แต่มีแนวโน้มที่อําเภอนครไทยแล้วก็อําเภอชาติตระการ จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสําคัญของจังหวัดพิษณุโลก เพราะฉะนั้นมีผู้ประกอบการรายใหม่ มีอาชีพใหม่ ๆ เกิดขึ้น แต่ขณะเดียวกันการพัฒนาในเชิงของถนนหนทาง แล้วก็เศรษฐกิจ ของพี่น้องประชาชนที่อาจจะต้องมีการขึ้นโรงขึ้นศาลก็ยังไม่ได้สอดรับกัน เพราะฉะนั้น ผมเห็นด้วยว่าคดีจะมีความซับซ้อนขึ้น แล้วก็มีการที่กระบวนการยุติธรรมจะล่าช้านะครับ ถ้าไม่ได้ยกระดับศาลแขวงให้กลายเป็นศาลจังหวัด สภาพปัญหาการเดินทางของพี่น้อง ที่อําเภอนครไทยกับอําเภอชาติตระการ ถ้าจะต้องมาใช้บริการที่ศาลจังหวัดพิษณุโลก จะต้องเดินทางมากกว่า ๑๐๐ กิโลเมตรต่อเที่ยว เพราะฉะนั้นไปกลับ ๒๐๐ กิโลเมตร คิดเป็นเงินเกือบ ๑,๐๐๐ บาทต่อ ๑ ครั้ง แล้วก็ไม่รู้ว่าต้องมากี่ครั้งนะครับ เพราะฉะนั้น พี่น้องประชาชนที่เป็นคนหาเช้ากินค่ํา เป็นเกษตรกรนะครับ หรืออาจจะเป็นพี่น้องชาติพันธุ์ ที่จะต้องใช้บริการของกระบวนการยุติธรรมจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก แล้วก็เสียเวลามาก ในการเดินทางเข้ามาในจังหวัด เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นหลักการที่เราเห็นตรงกัน ทีนี้ถ้าเราลอง ดูจํานวนคดีที่มีมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๙-๒๕๖๒ ที่อยู่ในรายงานนี้ปี ๒๕๕๙ มีอยู่ ๑,๘๕๔ คดี ปี ๒๕๖๐ มี ๑,๕๖๖ คดี ปี ๒๕๖๑ ๑,๘๔๐ คดี แล้วก็ปี ๒๕๖๒ ๑,๗๑๙ คดี เฉลี่ยแล้ว จะต้องพิจารณาต่อปีอยู่ที่ ๑,๗๔๔ คดีต่อปีนะครับ ซึ่งก็เป็นปริมาณที่มาก แล้วถ้าเรา สามารถยกระดับให้กลายเป็นศาลจังหวัดได้ ผมก็คิดว่าสถานการณ์นี้ก็จะดีขึ้น
ทีนี้ข้อสังเกตที่เราได้อาจจะกังวลแต่มีคําชี้แจงอยู่ในเอกสารเรียบร้อยแล้ว ก็คือเรื่องของงบประมาณนะครับ ทางหน่วยงานบอกว่างบประมาณใน ๓ ปีแรกจะใช้อยู่ที่ ประมาณ ๙๙ ล้านบาท เกือบ ๆ ๑๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ ซึ่งเป็นงบบุคลากร งบลงทุน และจะมีการเพิ่มเติมบุคลากรใช่ไหมครับ ข้าราชการตุลาการจาก ๕ คนเป็น ๖ คน แล้วก็ ข้าราชการศาลยุติธรรม ๑๔ คนเป็น ๑๕ คน เพราะฉะนั้นในเรื่องของงบประมาณผมก็คิดว่า เห็นด้วยกับท่านคารมนะครับว่าถ้าเราสามารถประหยัดได้นะครับ ให้ศาลมีประสิทธิภาพ แต่ว่าไม่ได้ลงทุนมากกับเรื่องของอาคารสถานที่ แต่ลงทุนในเรื่องของประสิทธิภาพ ระบบสารสนเทศ ไอที (IT) นะครับ แล้วก็การให้บริการที่รวดเร็ว ผมคิดว่าน่าจะช่วยให้ศาลนี่ สามารถบริการประชาชนได้ดีขึ้น มากกว่าการลงทุนในด้านของสถานที่แต่เพียงอย่างเดียวนะครับ ส่วนมาตราที่ ๕ ได้เขียนไว้นะครับว่าบรรดาคดีของท้องที่ อําเภอชาติตระการ และอําเภอนครไทย ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ให้คงพิจารณาต่อไปในศาลจังหวัดพิษณุโลกใช่ไหม ครับ ส่วนคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดพิษณุโลก สาขานครไทย ในวันเปิดทําการศาล จังหวัดนครไทยอีก ๒ ปีข้างหน้าก็ให้โอนพิจารณาต่อไปในศาลจังหวัดนครไทย เพราะฉะนั้น กระบวนการในการโอนถ่ายคดีที่ค้างอยู่นี่นะครับ ผมก็เป็นกังวลแทนพี่น้องประชาชน ที่อาจจะไม่มีความรู้แล้วก็ไม่มีความชัดเจนเรื่องของกรอบเวลาว่าทุกอย่างมันจะเสร็จเมื่อไร อย่างไร เพราะฉะนั้นผมก็อยากให้ทางหน่วยงานได้มีโอกาสชี้แจงนะครับ ให้ความรู้ ให้ความชัดเจนกับพี่น้องประชาชนที่ติดตามคดีความต่าง ๆ อยู่ เพื่อพวกเขาจะต้องไม่กังวล ว่าคดีที่พวกเขาติดตามนั้นจะหายไปหรือไม่ จะล่าช้าไปกว่าเดิมหรือไม่ แล้วถ้ามันล่าช้าแล้ว เกิดความเสียหายขึ้น ทางหน่วยงานจะมีวิธีการอย่างไรที่จะสนับสนุนแล้วก็รับผิดชอบเรื่องนี้ นะครับ ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนทุกคนจะมีความยินดีนะครับ ในเรื่องของการยกฐานะ แต่เรื่องของกระบวนการที่มันจะเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่าน ๒-๓ ปีนี่นะครับ ถ้ามีความชัดเจน เกิดขึ้น แล้วพี่น้องประชาชนเข้าใจมีความร่วมมือกันนะครับ หน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ตํารวจ อัยการ หรือว่าราชทัณฑ์ให้ความเข้าใจที่กระจ่างกับพี่น้องประชาชนที่ติดตามคดีอยู่ ผมคิดว่าจะเป็นกระบวนการเปลี่ยนผ่านที่ดีมาก แล้วก็นําพาไปสู่การลดความเหลื่อมล้ํา ในกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้นให้กับชาวจังหวัดพิษณุโลกนะครับ เพราะฉะนั้นผมแล้วก็ พรรคก้าวไกลขอสนับสนุนในหลักการในวาระที่ ๑ นี้นะครับ ขอบคุณครับ