พิมพ์รพี หารือพลังงานทางเลือก ห่วงน้ำมันปาล์มตก-กทป.เร่งวางแผน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล หารือปัญหานโยบายพลังงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่สอดคล้อง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันปาล์มตกต่ำและกระทบเกษตรกร พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเร่งปรับปรุงการวางแผนพลังงานทางเลือกอย่างต่อเนื่อง กำหนดทิศทางชัดเจนสำหรับกองทุนพลังงานทดแทนที่จะหมดอายุในอีก 12 ปี เพื่อรับมือกับความต้องการพลังงานชีวภาพ โดยเฉพาะไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มที่ใช้ในสัดส่วนสูง และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามสัญญา จัดสรรรายได้อย่างเป็นธรรมแก่เกษตรกรตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 73

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตใช้เวทีนี้อภิปราย ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานในเรื่องของพลังงานทางเลือกค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันเป็นคนที่มีทัศนคติเรื่องไฟฟ้าที่ดีมากค่ะมาจากจังหวัดกระบี่ จังหวัด กระบี่เป็นจังหวัดที่มีลิกไนต์ ความเจริญเติบโตของเราเป็นจังหวัดที่เกิดจากการทำไฟฟ้า เหมืองลิกไนต์นะคะ แล้วก็เติบโตเพราะว่าไฟฟ้าค่ะ นี่คือ ๑ ประการ เป็นครอบครัวที่ชุมชน ปกาสัย แล้วก็เติบโตเพราะลิกไนต์ คนกระบี่รักไฟฟ้าแล้วก็เป็นมนุษย์ที่เติบโตในสังคมของ กฟผ. ค่ะ

ข้อ ๒ จังหวัดกระบี่มีความเกี่ยวพันกับน้ำมันปาล์ม ซึ่งเราเชื่อว่าจะเป็นฐาน แหล่งน้ำมัน แหล่งพลังงานในอนาคตของประเทศ ตามพระราชบัญญัติ ตามนโยบายกิจการ พลังงานที่ผ่านมาเมื่อ ๑๐ ปีที่ผ่านมา เราหวังว่าปาล์มทุกต้นที่เราปลูกจะกลายเป็นน้ำมัน บนดิน สามารถสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ให้กับประเทศชาติได้ตามแผนพลังงานที่ทำเมื่อ ๒๐ ปีที่ผ่านมา แต่ท่านประธานคะ แผนพลังงานที่ทำมานี้เปลี่ยนไปมายอกย้อน ย้อนแย้ง และไม่เก็บพันธะสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน เมื่อ ๑๐ ปี ๒๐ ปีบอกว่าจะให้พลังงานปาล์ม เป็นพลังงานทางเลือก ทำไบโอแมส (Biomass) เป็นพลังงานทางเลือกเสริมเติมจากดีเซล จากฟอสซิล (Fossil) แต่นโยบายพลังงานก็เปลี่ยนแปลงไปอีก ทำให้ประชาชนมีความสับสน และยอกย้อน ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำวันนี้เลี่ยงไม่ได้ที่จะตอบว่าเป็นปัญหาที่เกิดจาก นโยบายของกิจการพลังงาน นโยบายพลังงานที่กำหนดไว้ผิดทิศผิดทางให้กับประชาชน ซึ่งดิฉันคิดว่าเรื่องนี้รัฐบาลหรือคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานต้องเร่งแก้ไขค่ะ ดิฉัน ดูเอกสารที่ท่านให้มาตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ รายงานถึงสภาปี ๒๕๖๓ ในวันที่มีดิสรัปชัน (Disruption) แบบนี้ ในวันที่มันมีความเปลี่ยนแปลงแบบนี้ การรายงานสภาห่างกันเกือบ ๑,๐๐๐ วัน อาจจะสร้างปัญหาให้กับนโยบายของประเทศชาติได้ ดิฉันอยากจะให้ ท่านเลขาธิการตอบว่าความล่าช้านี้มันจะเกี่ยวข้องกับปัญหาอย่างไร และมันสามารถพัฒนา ให้ดีขึ้นหรือเปล่า

ท่านประธานคะ ปัญหาของปาล์มนี่คือปัญหาพลังงานทางเลือกค่ะ โรงงาน ไฟฟ้าจังหวัดกระบี่ ในนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ต้องถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานที่ใช้น้ำมันปาล์ม ใช้เพื่อลดอุปสงค์ในระบบถ้ามันโอเวอร์ซัปพลาย (Over Supply) วันนี้โรงงานปาล์ม ที่จังหวัดกระบี่พร้อมแล้วของ กฟผ. แต่นโยบายของพลังงานทางเลือกนี้ยังไม่ใส่ในนโยบาย เลยค่ะ เพราะสุดท้ายรัฐบาลยินดีที่จะจ่ายเงินซับซิไดซ์ (Subsidize) ทดแทน ๖๐๐ กว่าล้านบาท มากกว่าเพื่อการส่งออก มากกว่าการใช้พลังงานในประเทศ ท่านเลขาธิการอาจจะพูด ได้ว่าราคานี้ราคาถูก ราคาก๊าซนี้ราคาถูก แต่ราคานี้เป็นราคาอิมพอร์ต (Import) ค่ะ ราคา นำเข้า เงินที่ได้มาประชาชนไม่ได้ ในฐานะที่เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต ในฐานะที่เป็น เจ้าของประเทศ เรื่องของไบโอก๊าซ (Biogas) ไบโอแมส (Biomass) ปาล์มเราผลิตได้ ซังปาล์ม ซังอ้อย ต้องถูกคำนวณลงไปในต้นทุนให้เกษตรกรได้เป็นรายได้ด้วย ไม่ใช่เป็น รายได้ของโรงงาน โครงสร้างราคาอย่างนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้นในระบบ โรงอ้อยที่คิดว่ามีในระบบ นี้แล้ว ที่ท่าน ส.ส. พรรคพลังประชารัฐพูดก็ถูกต้องค่ะ แต่มันไกล มันมีค่าขนส่ง เพราะฉะนั้น เทคโนโลยีสำคัญมาก ต้องหาเทคโนโลยีที่สามารถทำสกัดน้ำมันจากใบอ้อย ซึ่งตอนนี้ มีอยู่แล้วนะคะ ถ้าสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานมาจัดการเรื่องนี้ให้รายได้ ทุกอย่างตกถึงมือประชาชนให้ได้มากที่สุดก็จะได้ประโยชน์อย่างมหาศาล ซังปาล์มมหาศาล ประชาชนไม่เคยได้รายได้นี้ค่ะ ไบโอแมส (Biomass) ทำไป ผลิตไฟฟ้าไปเท่าไร ประชาชน ไม่เคยได้รายได้นี้เลย เกษตรกรไม่เคยได้แบ่งปันรายได้นี้เลย ทำไมกิจการพลังงานไม่จัดการ เรื่องนี้คะ ทำไมละเลย ทำไมเมินเฉยต่อความทุกข์ของประชาชน ทำเหมือนว่าสิ่งนี้ไม่เกิดขึ้น ไม่มีสิ่งนี้เกิดขึ้นในระบบ ไม่บูรณาการระบบ นโยบายวันนี้บอกอย่างนี้ นโยบายวันโน้นบอก อย่างโน้น ปาล์ม ยางพารา ไม่ใช่หญ้าเนเปียร์ (Napier) ที่มีระยะในการปลูกแค่ ๓ เดือน ๖ เดือน ประชาชนดิฉันอยู่ ๓๐ ปีบนสิ่งนี้ ดิฉันไม่สามารถรอเลขาธิการคนใหม่ ๆ แล้วบอกว่า ปัญหาแก้ไขไม่ได้เพราะอย่างไร ดิฉันขอให้แก้ไขวันนี้ และหวังว่าสิ่งที่จะเห็นในแผนพลังงาน ครั้งหน้ากับกิจการพลังงานมันจะดีอีกอย่างหนึ่งนะคะ ท่านประธานคะ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๓ ดิฉันขออ่านให้ชัด ๆ ในสภาแห่งนี้ว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๓ กำหนดว่า รัฐพึงจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่ช่วยให้เกษตรกร ประกอบเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขีดเส้นใต้ประสิทธิภาพ ได้ผลผลิตที่มีปริมาณ และคุณภาพสูง มีความปลอดภัย ใช้ต้นทุนต่ำและสามารถแข่งขันในตลาดได้ และพึง ช่วยเหลือให้เกษตรกรผู้ยากไร้มีที่ดินทำกินโดยการปฏิรูปที่ดินหรือวิธีอื่นใด ไม่ใช่หน้าที่ของ รัฐหรือคะ ของพลังงาน ปาล์มทุกวันนี้เลยมี ๓ ล้านตัน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ร้อยละ ๖๐ เกือบจะ เป็นร้อยละ ๗๐ แล้ว ใช้เพื่อการพลังงาน พลังงานยังเพิกเฉยต่อความรู้แบบนี้บี ๑๐ (B10) บี ๒๐ (B20) ที่สัญญาว่าจะใช้ก็ใช้แบบเสียมิได้ จากบี ๑๐ (B10) ที่สัญญาว่าจะใช้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ใช้ ๘ เปอร์เซ็นต์ ใช้ ๙ เปอร์เซ็นต์ จากบี ๒๐ (B20) ที่ควรจะต้องมี ที่สัญญาว่าจะใช้ ก็ทำเหมือนว่าจะเลือนรางหายไป ดิฉันขอทวงคืนสัญญาตรงนี้ของรัฐบาลนี้ ต่อประชาชนนะคะ

อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันกังวลมาก ๆ คือเรื่องของพระราชบัญญัติกองทุนทดแทน พลังงานและกองทุนพลังงานทดแทนค่ะ ที่มีสัญญาว่าภายใน ๖ ปี ต่อได้อีก ๖ ปี คือ ๑๒ ปีนี้ เงินกองทุนนี้จะไม่สามารถใช้เพื่อทำแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) ซับซิไดซ์ (Subsidized) แก๊สโซฮอล์ (Gasohol) และไบโอดีเซล (Biodiesel) ได้อีกต่อไปแล้ว มันแปลว่าสิ่งที่ท่านพูด เรื่องของอ้อย ที่เป็นพลังงานแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) หรือปาล์มที่เป็นพลังงานไบโอดีเซล (Biodiesel) รัฐจะไม่สนใจเรื่องนี้ต่อไปแล้ว ดิฉันอยากจะให้ท่านเลขาธิการได้นำสิ่งนี้ ไปประชุมกำหนดนโยบายที่ชัดเจนให้ประชาชนได้ไปพึ่งพามาก ๆ เลยนะคะ ดิฉันหวังว่า ท่านเลขาธิการจะได้คำนึงว่าปาล์มวันนี้ใช้เพื่อพลังงาน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ ๗๐ แล้ว หวังว่าคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานนี้จะเป็นที่พึ่งพาของประชาชนมาก ขอบคุณมากค่ะ