ชัยชาญ ช้างมงคล ชี้แจงนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับการชุมนุมสาธารณะ โดยย้ำความสำคัญของการรักษาความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพภายใต้กรอบกฎหมาย พร้อมยืนยันความเหมาะสมในการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ในการขอคืนพื้นที่ชุมนุม โดยคำนึงถึงเส้นทางเสด็จ การเจรจาล่วงหน้า และการปฏิบัติตามกฎหมายและขั้นตอนสากลในสถานการณ์ฉุกเฉิน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในวันนี้ครับ ก่อนอื่น ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกว่าในเรื่องของการชุมนุมสาธารณะนั้น ทางรัฐบาลและท่านนายกรัฐมนตรีนั้นท่านได้มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การชุมนุม ที่เกิดขึ้นในห้วงที่ผ่านมา การมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการตามขั้นตอนการปฏิบัติ ในเรื่องของการดูแลความปลอดภัย เรื่องของการป้องกันเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น แล้วก็เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนนั้นได้ใช้ความอดทนอดกลั้นในการที่จะชี้แจงทำความเข้าใจ ต่อผู้จัดการชุมนุมและผู้ชุมนุมให้ได้ทราบถึงขอบเขตและสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญรวมทั้ง ข้อกฎหมายต่าง ๆ ต้องเรียนว่ากรณีที่หากมีการกระทำที่เข้าข่ายมีความผิด เจ้าหน้าที่ ก็จะต้องบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่ มิฉะนั้นแล้วเจ้าหน้าที่เองก็อาจจะถูกดำเนินการ ในเรื่องของการร้องเรียนการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ อย่างไรก็ตามเน้นย้ำว่า ในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่นั้นจะต้องดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย รัฐบาล ตระหนักดีว่าเสรีภาพในการชุมนุมและสิทธิในการแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิเสรีภาพ ขั้นพื้นฐานของประชาชน การจัดกิจกรรมที่จะเรียกร้อง ที่จะสนับสนุนหรือคัดค้าน หรือแสดงความเห็นต่าง ๆ นั้นเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ตามวิถีทางประชาธิปไตยภายใต้ กรอบของกฎหมายแล้วก็ต้องไม่กระทบสิทธิผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของพฤติกรรมที่ มีลักษณะยั่วยุ ก้าวร้าว หรือสร้างความเกลียดชัง หรือก้าวล่วง ในเรื่องที่ละเอียดอ่อนที่จะ เป็นการสร้างเงื่อนไข และเป็นชนวนความขัดแย้งความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคม ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนว่าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๔ วรรคหนึ่งนั้น ได้กำหนดไว้ว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ แต่ใน วรรคสองนั้นได้กำหนดไว้ในมาตราเดียวกันว่า การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้น เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น ซึ่งตามปกติในการดำเนินการนั้นก็จะใช้การดำเนินการ ตาม พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ๒๕๕๘ สำหรับในกรณีที่มีการประกาศ พระราชกำหนดการบริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีการประกาศเมื่อวันที่ ๑๕ จากเหตุการณ์วันที่ ๑๔ ที่มีเหตุการณ์ที่ท่านสมาชิกคงได้ทราบนะครับ มีเหตุการณ์เกิดขึ้น จากนั้นก็ได้มีการประกาศยกเลิกวันที่ ๒๒ รวมทั้งกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ต้องเรียน อีกครั้งหนึ่งครับว่าในการดูแลผู้ชุมนุมนั้น ทางรัฐบาล เจ้าหน้าที่ทุกคนได้ทราบดีว่าผู้ร่วม การชุมนุมนั้นมาแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ในการดำเนินการนั้น การที่จะดำเนินการต่อผู้ชุมนุมนั้น ก็ได้ดำเนินการในขอบเขตของกฎหมาย ใช้การเจรจา ใช้ความละมุนละม่อมในการสร้าง ความเข้าใจกับผู้ชุมนุมในทุกขั้นตอน
สำหรับคำถามของท่านถามว่า การตัดสินใจในการดำเนินการนั้น ในเรื่องของ การที่จะเข้าขอคืนพื้นที่ต่าง ๆ นั้นใช้หลักเกณฑ์อะไรในการตัดสินใจ ผมขออนุญาตเรียนว่า ในเหตุการณ์วันที่ ๑๓ นั้นเนื่องจากว่ามีการชุมนุมตรงอนุสาวรีย์ และในช่วงเช้านั้นก็มี การตรวจพื้นที่ เพราะว่าในช่วงเย็นนั้นก็จะมีหมายกำหนดการขบวนเสด็จ ในช่วงประมาณ ๑๕.๐๐ นาฬิกา เจ้าหน้าที่ก็ไปตรวจพื้นที่เช่นเดียวกัน ก็ได้มีการเจรจาตรงนั้นว่าขอให้ขึ้นไป บนฟุตพาท (Footpath) เพื่อที่จะให้ขบวนเสด็จนั้นได้มีความปลอดภัยสมพระเกียรติ มากที่สุด จนถึงเรื่องของการที่จะมีการจับกุม ต้องมีการเจรจาทุกขั้นตอน เจ้าหน้าที่ก็ใช้ ความอดทน อดกลั้น มีการสาดสีตรงนั้น เจ้าหน้าที่เองก็ไม่ได้ดำเนินการอะไรตอบโต้ เพียงแต่ว่าเข้าจับกุมตามวิธีการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในส่วนของ วันที่ ๑๔ เหตุการณ์ที่ท่านสมาชิกได้กล่าวนั้น ก็เรียนว่าคงทราบดีนะครับ มีคำถามว่าทำไมถึงมีเส้นทางหลัก เส้นทางรองหรือไม่ ขอเรียนว่า วันนั้นก็มีทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางรอง ในเส้นทางรองนั้นในเส้นทางก็จะไปผ่านกลุ่ม ผู้ชุมนุมจำนวนมากเช่นเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ก็พิจารณาแล้วเห็นว่า ตัดสินใจแล้วว่า ในเส้นทางที่ใช้นั้นเป็นเส้นทางที่มีความเหมาะสมมากที่สุด จะไปปรับในเส้นทางอื่นนั้นก็จะมี การวางกำลังใหม่ ก็จะทำให้มีความไม่เรียบร้อยมากขึ้นนะครับ ก็เรียนว่าในการดำเนินการ ที่จะกำหนดเส้นทางใดเป็นเส้นทางเสด็จนั้นก็ได้มีการวางแผนทุกหน่วยงานต้องร่วมกัน วางแผนอย่างละเอียดรอบคอบนะครับ ในส่วนของวันที่ ๑๕ ที่พูดถึงว่ามีการดำเนินการ ประกาศในช่วงเช้านะครับ แล้วก็มีการดำเนินการขอคืนพื้นที่ในวันที่ ๑๖ ก็เรียนว่า ในการดำเนินการในวันที่ ๑๖ นั้น ก็เนื่องจากว่าเป็นการประกาศในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีการดำเนินการมาชุมนุม เจ้าหน้าที่เองก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย ขอเรียนว่าการดำเนินการ ตามขั้นตอนการปฏิบัตินั้นก็อยู่ในขั้นตอนของหลักสากลทั้งสิ้น มีการเจรจา มีการชี้แจงก่อน ล่วงหน้า มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของเจ้าหน้าที่ หมอ พยาบาลไว้ทุกขั้นตอน ในการดำเนินการ เครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้ในการดำเนินการต่อการดำเนินการในการดูแล ผู้ชุมนุมนั้นก็เป็นการดำเนินการตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งออกประกาศตาม พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะทุกประการนะครับ ท่านถามว่ามาตรการกำหนดในการ ตัดสินใจนั้นก็อยู่ที่ผู้รับผิดชอบเหตุการณ์ในขณะนั้นเป็นผู้ตัดสินใจสถานการณ์ว่าในการ บังคับใช้กฎหมายการควบคุมสถานการณ์จะทำอย่างไรให้สถานการณ์สงบเรียบร้อยที่สุดก็มี อำนาจในการตัดสินใจในขอบเขตของกฎหมายที่กำหนดครับ ขออนุญาตเรียนตอบข้อที่ ๑ ครับ