ประภัตร โพธสุธน หารือปัญหาข้าวไทยที่ขาดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกจากพันธุ์ข้าวที่ไม่หลากหลาย ต้นทุนสูง และการวิจัยที่ล่าช้า พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขโดยส่งเสริมความร่วมมือกับสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดและลดต้นทุน รวมถึงเน้นการปรับปรุงพื้นที่นาที่ไม่ราบเรียบ โดยใช้งบประมาณสนับสนุนศูนย์ข้าวชุมชนในการจัดซื้อเครื่องมือเกษตรและนำเทคโนโลยีอย่างเซนเซอร์ ดาวเทียม และโดรนมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้น้ำ และยกระดับผลผลิตทางการเกษตร โดยมีแปลงสาธิตที่สุพรรณบุรีเป็นต้นแบบเพื่อขยายผลทั่วประเทศ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นอย่างยิ่งที่นำคำถามวันนี้มา ถูกประเด็นทันเวลาของพี่น้องเกษตรกรคือชาวไร่ชาวนาจริง ๆ ที่ท่านอภิปรายมานี้ ผมยอมรับถูกต้องทุกอย่าง สิ่งแรกผมต้องทำความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน แล้วก็พี่น้อง ชาวนาที่อยู่ทางบ้านด้วย เราพูดกันมาโดยตลอดว่าประเทศไทยเรานั้นอยู่ด้วยชาวนา ชาวนา เป็นสันหลังของชาติ วันนี้เราไม่มีแล้วเพราะสันหลังมันหักไปหมดแล้ว ท่านพูดบอกว่าปีหนึ่ง เกษตรกรคือชาวนาทำนานี่ประมาณ ๖๐ ล้านไร่ เอาตัวเลขกลม ๆ จริง ๆ มันอาจจะ ๖๖ อย่างที่ท่านพูด แต่ขึ้นทะเบียนไว้ประมาณ ๖๐ ล้านไร่ แบ่งออกเป็นนาข้าวต่าง ๆ ชนิดต่าง ๆ ที่ชาวนาทำอยู่ในขณะนี้ ๑. คือข้าวหอมมะลิปลูกมากที่สุดในประเทศไทย จาก ๖๐ ล้านไร่ ประมาณ ๒๙ ล้านไร่ ในภาคอีสาน ๒๕ ล้านไร่ และในภาคต่าง ๆ ภาคเหนือ ๓ ล้านไร่ ข้าวรองลงมา วันนี้ผมในฐานะกำกับดูแล ผมแบ่งข้าวออกเป็น ๕ ประเภท ข้าวหอมไทยคือไม่ใช่ข้าวหอมมะลิ ปลูกทั่วไปประมาณ ๓ ล้านไร่ เช่น ข้าวหอมปทุม อย่างนี้เป็นต้น ต่อจากนั้นก็มาเป็นข้าวพื้นแข็ง ข้าวพื้นแข็งนี่ชาวนาทั่วไป จะปลูกโดยเฉพาะภาคกลางเหมือนกับข้าวนาปรัง ข้าวพื้นแข็งนั้นเราจะเห็นได้เลยว่ามันมี หลายพันธุ์ ข้าวพื้นแข็งนั้นประกอบด้วย ข้าว กข๒๙ กข๔๑ กข๓๑ กข๘๕ แล้วก็ชัยนาท ๑ ที่ชาวไร่ชาวนานิยมปลูก ข้าวพื้นแข็งนี่ก็ประมาณ ๑๑ ล้านไร่ แต่ที่ท่านพูดอยู่ในขณะนี้คือ ตลาดต่างประเทศสู้เขาไม่ได้ และไม่มีพันธุ์ข้าวสู้กับเขา ผมยอมรับครับ นั่นเขาเรียกว่า ข้าวพื้นนุ่ม ข้าวพื้นนุ่มเราก็วิจัยคิดค้นกันมานะครับ มันมีทั้งตลาดภายในประเทศ และนอกประเทศที่เอาข้าวแข็งไปรวมกัน เช่นข้าวถุงอย่างนี้ใช้ข้าวพื้นนุ่มส่วนหนึ่ง ส่วนใหญ่ จะใช้ข้าวพื้นแข็ง ข้าวพื้นนุ่มจริง ๆ ขณะนี้เราปลูกกันเพียง ๓๐๐,๐๐๐ ไร่เอง ที่จะไปแข่งกับ ต่างประเทศนี่ไม่มี มีพันธุ์อะไรบ้างที่เป็นข้าวพื้นนุ่ม เช่น กข๗๗ กข๗๙ และ กข๘๗ นี่เรียกว่าข้าวพื้นนุ่ม ดังนั้นในการจะไปสู้ในตลาดนี่แพ้เลย แพ้ตั้งแต่ต้นเลย ผมเห็นด้วย ผมกำกับดูแลมา ปีที่แล้วเราเปลี่ยนกลยุทธ์เรียกผู้ส่งออก เรียกโรงสี เชิญท่านมา ประชุมร่วมกับผู้ปลูกข้าวคือชาวไร่ชาวนา ทุกฝ่ายเลยนะครับประชุมกัน ๕ ครั้ง จนได้ข้าว ออกมาด้วยกัน ๗ ประเภทนะครับ ส่วนใหญ่ ๑. ข้าวหอมมะลิ ๒. ข้าวหอมไทย ๓. ข้าวพื้นแข็ง ๔. ข้าวพื้นนุ่ม ๕ ข้าวเหนียว พื้นนุ่ม พื้นแข็งเรารู้แล้ว ๑๑ ล้านไร่ กับ ๒ ล้านไร่ ข้าวที่มากที่สุดอีกอันหนึ่งก็คือข้าวเหนียว ข้าวเหนียววันนี้ปลูกกันถึง ๑๖ ล้านไร่ มากที่สุด ภาคอีสาน ๑๓ ล้านไร่ ราคากำลังตก กำลังตกมาก ๆ ทั้งข้าวหอมมะลิแล้วก็ข้าวเหนียว อีก ๓ ล้านไร่ คือภาคเหนือ ในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ผมชี้แจงมานี้ยังมีข้าวหลากสีอีกนะครับ นั่นประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ เรายังไม่ต้องพูดถึง เอาข้าวหลัก ๆ เช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมไทย ข้าวพื้นนุ่ม ข้าวพื้นแข็ง ทำอย่างไร ต้องเห็นใจ เห็นใจคือกรมการข้าวมี ๒ แผนก แผนกหนึ่งเรียกว่าศูนย์วิจัย ซึ่งมีทั้งหมด ๒๘ ศูนย์ทั่วประเทศ อีกศูนย์หนึ่งเรียกว่าศูนย์ผลิต เมล็ดพันธุ์ที่จะเอาไปให้ชาวนาทำนา ๒๘ ศูนย์ที่วิจัยข้าวผมต้องทำความเข้าใจก่อน ขั้นตอน มันมาก กว่าจะได้ข้าวหนึ่งพันธุ์ใช้เวลา ๗-๘ ปี ๗-๘ ปีกว่าจะประกาศรับรองให้ชาวนาทำได้ ข้าวพันธุ์นี้สามารถให้ผลผลิตดีต้านทานโรคอะไรต่าง ๆ ใช้เวลา ๗ ปี ประการสำคัญ อีกอันหนึ่งก็คืองบประมาณไม่พอ ฉะนั้นความหลากหลายอย่างที่ท่านพูดว่าจะไปสู้กับเขานั้น สู้ไม่ได้ ปีนี้เราเปลี่ยนใหม่ ผมมาพูดถึงด้านวิจัย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านเชิญผมไป และพูดในที่ประชุมขอให้เชิญกระทรวง อว. มหาวิทยาลัย ทั้งประเทศ วันนี้เราดำเนินการแล้วครับว่าจะทำอย่างไรให้เกิดพันธุ์ข้าวใหม่ ๆ ให้สู้กับ ต่างประเทศได้ นำไปขายได้ในต้นทุนถูก อันนี้เรื่องจริงครับ ประเทศที่ท่านไม่เอ่ยถึงนั่น ดีแล้วครับ ประเทศเพื่อนบ้านเรานั่น เขาทุ่มเทในด้านวิจัยมาก ปีหนึ่งหลายร้อยล้านแล้วเขา ก็สู้จริง ๆ คนของเขาก็ขยันจริง ๆ ต้นทุนจึงถูก การวิจัยคนไทยไม่แพ้ใครครับ เก่ง วันนี้เขาก็วิจัยสำเร็จแล้ว สำเร็จเป็นบางพันธุ์นะครับ วันนี้เรามีข้าวอยู่ทั้งหมด ๑๕๔ พันธุ์ ที่รับรองไว้แล้ว แต่เรานำมาใช้ไม่ได้ ต้องให้เป็นไปตามกลไกของตลาด วันนี้ตลาดเขาต้องการ ข้าวนุ่ม เขาเพิ่งพูดปีที่แล้วนะครับ เราก็จึงเริ่มผลิต ทีนี้ข้าวนุ่มกับข้าวแข็งมันต่างกันอย่างไร ข้าวแข็งก็หมายถึงว่าข้าวที่มีอมีโลส (Amylose) สูง แข็ง ถ้านุ่มก็ต่ำ ทีนี้ข้าวนุ่มกับข้าวแข็ง ข้าวพื้นแข็งเขานำไปทำข้าวนึ่งด้วย มันจึงเกิดการสับสนเล็กน้อย ผมขอเรียนว่าเราจึงลดพื้นที่ ข้าวแข็งลง มาเพิ่มข้าวนุ่ม ตามที่ผู้ส่งออกต้องการ และวันนี้เราก็ทดสอบแล้ว พันธุ์นี้ใช้ได้ ข้าวพื้นนุ่มเราทดสอบแล้วให้ผลผลิตถึง ๑,๒๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ ต้านทานแมลง ข้าวพื้นนุ่มที่ผมพูดถึงนี้ก็คือข้าว กข๘๗ พันธุ์ใหม่ เริ่มทดลองแล้ว และจะรับรองพันธุ์ โดยถูกต้องตามกฎหมายภายในปีนี้ บางส่วนก็นำไปปลูกกันทดลองแล้ว ดังนั้นผมเห็นด้วย อย่างยิ่งที่เราจะต้องแข่งขันและวิจัย วันนี้เราวิจัยได้ข้าวพันธุ์ใหม่มาอีก ๑ ตัว อันนี้ เป็นเรื่องสำคัญและเป็นที่น่ายินดีขอชมเชย ขอชมเชยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นั่นเขาได้สามารถนำข้าว กข ข้าวหอมไปผ่านรังสี เขาเรียกว่ารังสีไนตรอน (Nitron) ระดับต่ำ สามารถแตกเมล็ดพันธุ์ ออกมาใหม่เป็นพันธุ์ใหม่ ซึ่งให้ผลผลิตถึง ๑,๕๐๐ กิโลกรัมขั้นต่ำต่อไร่ และให้ความหอม มากกว่าเดิม วันนี้ผมก็ให้กองเมล็ดพันธุ์ไปประสานงานและนำความรู้มาทดลอง ตอนนี้เขา กำลังจดทะเบียนลิขสิทธิ์เรียบร้อย แล้วก็จะให้พันธุ์เรามาทดลอง ๒๐ กิโลกรัม มันดีตรงไหน รู้ไหมครับ คือปลูกได้ทั้งปีและได้ผลผลิตมาก เขาเอาข้าวหอมมะลิมาผ่านแสง แล้วก็ได้ เกิดข้าวพันธุ์ใหม่ขึ้นมา อันนี้เป็นไปตามความต้องการของประเทศด้วย แล้วก็ของชาวนาด้วย แล้วก็การตลาดด้วย ยุทธศาสตร์ตรงนี้ในขณะนี้ รัฐบาลให้ประสานกับทุกมหาวิทยาลัย พ่อค้า เอกชน วันนี้เราประกาศไปแล้ว เราประกวดแข่งขันไป ๑ รอบแล้ว เราได้ข้าวพันธุ์ดี ๆ มาไม่น้อยกว่า ๑๐ ชนิด ที่หลายคนเก็บเอาไว้ที่บ้าน เก็บไว้อยู่ในคลังข้าว ตอนนี้เราทำเกือบ ทุกเดือนในการเชิญเขามาร่วมวิจัยเพื่อให้ได้ข้าวพันธุ์ใหม่ เราจะไม่ให้แพ้ประเทศเพื่อนบ้าน เราประกาศไปแล้วว่าถ้ามีการประกวดข้าวครั้งใหม่เราต้องเอาให้ชนะให้ได้ อันนี้เป็นความหวัง ส่วนที่ท่านพูดถึงยุทธศาสตร์ จะทำอย่างไรให้ชาวนาลืมตาอ้าปากได้ ทำนาวันนี้ขาดทุนตั้งแต่ เริ่มแล้ว เพราะต้นทุนการผลิตของเรามันสูง สูงมาก โดยเฉลี่ยไร่หนึ่งตก ๕,๕๐๐ บาท เริ่มต้น ก็แพ้แล้ว เราจึงนำการทำนาแบบอัจฉริยะ เวลานี้เราคิดทุกหน่วยงานมาช่วยกัน การทำนาข้าว อัจฉริยะทำอย่างไร สิ่งแรกเราได้คิดค้นพบปัญหาการทำนา คือ
๑. พื้นที่ทำนาไม่ราบ ไม่เรียบ สิ่งนี้สำคัญที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอีสาน ที่ราบสูง ที่ราบ ฉะนั้นต้นทุนและการใช้น้ำจึงมาก วันนี้รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ ให้คันนาแปลงใหญ่ศูนย์ข้าวชุมชนกลุ่มละ ๓ ล้านบาท แล้วก็ ๒ ล้านบาท เพื่อให้นำไปซื้อ เครื่องไม้เครื่องมือในการที่จะปรับปรุงพื้นที่ แล้วก็ใช้การปลูกให้ได้ผลประโยชน์สูงสุด
๒. เมื่อปรับพื้นที่ได้ระดับแล้ว การใช้น้ำก็จะน้อยลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง ปกติ เราใช้น้ำอยู่ ๑,๒๐๐ คิวต่อไร่ต่อปี เมื่อปรับพื้นที่แล้วมีเซนเซอร์ (Sensor) วันนี้เราใช้ เซนเซอร์ (Sensor) เราทำนาทดลองกันอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี จะใช้น้ำประมาณ ๔๐๐ คิว ต่อไร่ ต่อปี หายไปกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ และยิ่งไปกว่านั้นเราสอนให้ชาวนาต้องกลับมา หวงแหนน้ำ เราใช้ทำนาโดยระบบท่อวางสาย ใช้น้ำหยด ท่านเชื่อไหมครับว่าได้ผลผลิต มากและดี ใช้น้ำไม่เกิน ๓๐๐ คิวต่อฤดู อันนี้ละครับเป็นยุทธศาสตร์ที่ตั้งใจจะทำให้กับพี่น้อง ชาวนาต้องไปดูวิธีการ วันนี้เครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยทั้งสิ้น ประการสำคัญวันนี้มีนวัตกรรม ซึ่งทางรัฐบาลให้โอกาสผู้คิดค้นนวัตกรรม จดทะเบียนแล้วให้ชาวนาซื้อ เช่น ปุ๋ย ปุ๋ยเวลานี้ปุ๋ยนวัตกรรมเขาประกันเลย ถ้าใส่ปุ๋ยชนิดนี้ประหยัด แล้วต้องได้ผลผลิต มากกว่าเดิม ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่ต่ำกว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ นี่คือยุทธศาสตร์ที่กรมการข้าว ดำเนินการอยู่ รัฐทำแปลงสาธิตให้ดู กำลังทำให้ทั่วประเทศครับท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้สั่งว่า อย่าทำที่เดียว ให้ทำทุกจังหวัดที่ทำนา ให้พี่น้องมีทางเลือกให้พี่น้องชาวนาได้เห็น แล้วได้ นำไปปฏิบัติ ต้นทุนก็จะลดไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง อย่างที่เราทำอยู่ ๕,๕๐๐ บาท ตอนนี้เหลือ ประมาณ ๓,๐๐๐ บาท ตามขั้นตอนลดไปหมด เราใช้เทคโนโลยีมีเซนเซอร์ (Sensor) ครับ มีระบบดาวเทียมเข้ามานะครับ แม้แต่โดรน (Drone) เราก็ใช้ เพราะวันนี้ชาวไร่ชาวนา แรงงานไม่มี ผมก็คิดว่าในเดือนหน้าเราจะเก็บเกี่ยวประมาณวันที่ ๑๕ ธันวาคม แปลงสาธิตนี้ เราจะเห็นหมดเลยว่าดีอย่างไร ไม่ดีอย่างไร จะปรับปรุงอย่างไร ขอกราบเรียนท่านสมาชิก ทางท่านณัฐวุฒิที่ได้สอบถามมาว่ามีกลยุทธ์อะไร พัฒนาอย่างไร วันนี้เราดำเนินการไปแล้ว ครับ ขอขอบพระคุณครับ