เทพไท เสนพงศ์ ชื่นชมบทบาทของคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ที่ผลักดันการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยเฉพาะการจับกุมและบันทึกภาพเสียง พร้อมสนับสนุนข้อเสนอที่ห้ามเผยแพร่ภาพผู้ต้องสงสัยเพื่อป้องกันความเสียหายก่อนการพิสูจน์ความผิด
ท่านประธานที่เคารพ ผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความ เกรงใจท่านประธานนะครับ เพราะว่าวันนี้ได้อภิปราย ๒ ฉบับแล้ว ฉบับนี้ตั้งใจว่าจะให้เพื่อน สมาชิกท่านอื่นได้อภิปรายแสดงความเห็นบ้าง แต่ว่าที่ดูรายชื่อทั้งหมดยังไม่มีฝ่ายรัฐบาล อภิปรายเรื่องนี้เลยแม้แต่คนเดียว เดี๋ยวเขาจะหาว่าสภานี้มีแต่ฝ่ายค้านไม่มีสมาชิก ฝ่ายรัฐบาลออกมาแสดงความคิดเห็น ผมเลยขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิในฐานะตัวแทน ฝ่ายรัฐบาลเพียงคนเดียวแล้วก็เป็นคนสุดท้าย ต้องเรียกกับท่านประธานว่าผมได้อ่านรายงาน การพิจารณาการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในชั้นสอบสวนของคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ของสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการชุดนี้ ผมเคยเป็นกรรมาธิการอยู่ในสมัยที่ผ่านมา แล้วเราก็ต้องยอมรับว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ ทำงานที่เป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ทางด้านกฎหมายแล้วก็เรื่องสิทธิมนุษยชน ตอนแรกก็ตั้งใจจะอยู่คณะกรรมาธิการชุดนี้ แต่ว่าผมก็มีภารกิจอื่นที่จะต้องทำคือคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ก็เลยไปอยู่ ในคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าพอดูรายชื่อแล้วตอนแรกก็ไม่คาดคิดว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้จะทำงานได้มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งผมก็ขอชื่นชมเพราะว่ารายงาน ที่เสนอต่อสภาแห่งนี้อันนี้ไม่ใช่รายงานฉบับแรก เท่าที่ผมจำได้ในตอนประชุมที่ห้องจันทรา เราก็มีการเสนอ ตอนนั้นประธานคณะกรรมาธิการ ท่านอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล อันนี้ก็ต้องยอมรับต้องชื่นชมท่านไม่อยู่ในสภาแห่งนี้แล้ว แต่ว่าชื่นชมว่าท่านเป็นคนขยัน เป็นประธานคณะกรรมาธิการที่เอาการเอางาน และผมขอชื่นชมว่าเขาทำงานได้ มีประสิทธิภาพจริง ๆ ก็น่าเสียดาย แต่ว่าเมื่ออาจารย์ปิยบุตรไม่อยู่ ก็มีท่านสุทัศน์ เงินหมื่น มาเป็นรองประธาน ก็ต้องถือว่าท่านเก๋าทางกฎหมายอยู่แล้ว แล้วก็ไว้วางใจได้ว่าท่าน ก็สามารถที่จะขับเคลื่อนต่อได้ แต่ว่าท่านเป็นรักษาการ ซึ่งไม่แน่ใจว่าคนต่อไปจะเป็นใคร อันนี้ผมยังไม่ทราบ ก็คาดหวังว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็คงจะขับเคลื่อนไปได้เพราะดูจาก รายชื่อมีท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ท่านชวลิต วิชยสุทธิ ท่านคมเดช มีคนรุ่นใหม่คือคุณรังสิมันต์ โรม คุณสิระ เจนจาคะ ก็ถือว่าเป็นคนมีคุณภาพ แต่ว่าถ้าดูจากรายงานทั้งหมดนี้เป็นผลงาน ของคณะอนุกรรมาธิการ ผมเองก็ชื่นชมที่คณะกรรมาธิการได้ทำเรื่องการปฏิรูปกระบวนการ ยุติธรรมทางอาญาในชั้นสอบสวนซึ่งค่อนข้างที่จะแก้ไขยากสำหรับกฎหมายอาญาในบ้านเรา แต่ว่าคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ซึ่งมีคุณสิระเป็นประธาน แล้วก็เห็นรายชื่อ คุณวรเทพ สกุลพิชัยรัตน์ คุณสุทัศน์ เงินหมื่น เป็นที่ปรึกษา แล้วก็ พันตำรวจเอก วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อันนี้ก็ถือว่าเป็นคนที่คร่ำหวอดในเรื่องตำรวจมานาน แล้วก็ คุณน้ำแท้ มีบุญสล้าง ก็ถือว่าเป็นนักกฎหมายทั้งสิ้น ต้องเรียนกับท่านประธานว่าถ้าดูรายงานแล้วผมแอบชื่นชม แทบจะทุกมาตราในร่างที่จะแก้ไข แต่ว่าขออภิปรายแสดงความเห็นที่ถูกใจสัก ๒-๓ ประเด็น แค่นั้นครับท่านประธาน ในกรณีที่กรรมาธิการชุดนี้ได้ไปศึกษาเรื่องการจับกุมแล้วก็ การบันทึกภาพ แล้วก็นำออกมาถ่ายทอดต่อสาธารณชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา ๑๓/๑ ในการจับกุมหรือค้นให้เจ้าพนักงานผู้จับหรือผู้ค้นได้จัดให้มีการบันทึกภาพแล้วก็เสียง สามารถถ่ายทอดได้อย่างต่อเนื่องไว้ เว้นแต่กรณีเร่งด่วนมีเหตุจำเป็นอย่างอื่นซึ่งไม่อาจจะ ดำเนินการได้ก็ขอให้เจ้าพนักงานนั้นบันทึกเหตุดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน ในบันทึกการจับกุม หรือบันทึกการค้นแล้วแต่กรณี ภาพและเสียงอันได้จากการจับกุมหรือค้น ห้ามมิให้เผยแพร่ ต่อสาธารณชน อันที่ผมชอบก็คือว่าที่ผมเห็นด้วยตรงนี้ คือในยุคนี้ถ้าท่านประธานดูข่าว จากทีวี (TV) แล้วก็ทีวี (TV) มีช่องฟรีทีวี (Free TV) ค่อนข้างจะเยอะ แล้วแต่ละช่องที่เสนอข่าว ท่านประธานก็เห็นได้ชัดนะครับ ก็จะเน้นข่าวอาชญากรรมเป็นหลัก พอเน้นข่าวอาชญากรรม เป็นหลักแล้วก็ง่ายสำหรับที่จะเอาการจับกุมมาบันทึก มาเผยแพร่โดยไม่มีการเซ็นเซอร์ (Censor) ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ถูกจับกุมได้รับความเสียหาย ซึ่งผู้ที่ถูกจับกุมก็แน่นอนว่าอาจจะ มีโจรผู้ร้ายจริงหรืออาจจะจับผิดตัวหรืออาจจะเป็นผู้บริสุทธิ์ อันนี้เราไม่สามารถที่จะ แยกแยะได้เพราะว่ามันยังไม่ถึงกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาล แต่ว่าเมื่อภาพออกไปแล้ว ถ้าเราไม่ป้องกันแบบนี้เขาจะเกิดความเสียหายได้ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าตัดตรงนี้ไปก็เป็น เรื่องที่ดีผมคิดว่าเป็นการคุ้มครองเขา เพราะว่าถ้าหากว่ายังปล่อยให้มีการเผยแพร่แบบนี้ได้ ผมก็คิดว่าก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ซึ่งในขณะนี้ถ้าท่านประธานติดตามข่าวจาก หน้าหนังสือพิมพ์หรือว่าจากทีวี (TV) ท่านประธานก็จะเห็นนะครับ ทีวี (TV) ช่องข่าวสมัยนี้ ทำง่ายมาก ไม่เหมือนยุคท่านประธานเป็นนักการเมืองใหม่ ๆ หรือพวกผมเป็นนักการเมือง ใหม่ ๆ เมื่อก่อนเวลาจะทำข่าวสักครั้งข่าวอาชญากรรม ก็ต้องไปมีช่างภาพ ต้องไปตาม ต้องไปถ่าย หรือว่ามีเหตุการณ์อะไรก็แล้วแต่ต้องไปถ่าย แต่ว่าทีวีสมัยนี้ ข่าวสมัยนี้ มันง่ายครับ ดูจากคลิป (Clip) โซเชียล (Social) ครับ เอาคลิป (Clip) โซเชียล (Social) มา เปิดปั๊บแล้วเอานักข่าว ๑ คน ก็ไปตามสัมภาษณ์คนที่อยู่ในคลิป (Clip) แล้วมาถึงก็รายงานข่าว แค่นี้ครับทำไม่ยากเลย แล้วคนก็ตาม คนก็ชอบ และเรตติง (Rating) ก็สูงด้วยช่องที่ออกข่าว ในลักษณะเช่นนี้ คนก็ติดตาม ชาวบ้านก็ติดกันงอมแงมครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ถ้าหากว่า เราไม่แก้ไขตรงนี้ก็จะเป็นการส่งเสริมให้มีการเสนอข่าวในลักษณะแบบนี้ ซึ่งก็ดูแล้วบางที ก็ไม่ได้ประเทืองปัญญาอะไรกับสังคมมาก แต่ว่าสังคมก็อาจจะชอบ แต่ว่าถ้าเราในฐานะ ที่เป็นผู้แทนราษฎรเป็นตัวแทนของประชาชนได้ป้องกันเรื่องแบบนี้ไว้ เพื่อไม่ให้เกิดการ อย่าพูดว่าเป็นการมอมเมาเลย อย่าให้ประชาชนได้สับสนในข้อมูลก็จะเป็นเรื่องที่ดี เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะเรียนกับท่านประธานว่าในร่างที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้เสนอมา ในหลายมาตรา ทั้งหมดนี้ก็ ๑๗ มาตรา ซึ่งมาตรา ๑๓/๑ซึ่งผมได้อ่านไปแล้ว แล้วก็มาตรา ๑๓/๒ ในชั้นจับกุมหรือระหว่างสอบสวน ห้ามมิให้เจ้าพนักงานนำผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาออกแถลง ข่าวหรือจัดให้บุคคลดังกล่าวให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ห้ามมิให้เจ้าพนักงานตามวรรคหนึ่ง เผยแพร่ภาพหรือเสียงของผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาต่อสาธารณชนหรือยินยอมให้บุคคล ซึ่งมิใช่เจ้าหน้าที่บันทึกภาพหรือเสียงของผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาหรือการกระทำอื่นใด อันมีลักษณะเป็นการประจานผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาคือผมได้ติดตามข่าวในฐานะที่เป็น ผู้แทนราษฎรก็ไม่ได้ว่าเสพแต่ข่าวการเมืองอย่างเดียว ข่าวชาวบ้านก็สนใจก็ติดตาม จะเห็นหลายครั้งว่าพิธีกรผู้อ่านข่าวเขาจะแสดงความเห็นในลักษณะเหมือนกับดูถูกดูแคลน คนที่ถูกจับกุม บางช่องก็เบลอภาพ เบลอหน้า บางช่องก็เบลอกุญแจมือ แต่ว่าพิธีกร หลายคนพยายามเรียกร้องว่าทำไมไม่เปิดหน้ามันเป็นขี้ขโมย มันเป็นจอมโจร อะไรอย่างนี้ ในลักษณะเช่นนี้จะมีคนแบบนี้อยู่ ซึ่งเขาเรียกว่าเป็นคนซาดิสม์ (Sadism) อยากจะประจาน คนอื่นทั้ง ๆ ที่เขาก็ไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นมีความผิดหรือบริสุทธิ์หรือไม่ เพราะฉะนั้น เมื่อมีคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้เสนอเรื่องนี้ขึ้นมาต่อสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เห็นว่า เป็นความเห็นและเป็นข้อเสนอที่ดีเป็นอย่างยิ่งที่ควรจะสนับสนุน ผมขอหยิบยกมาแค่ ๒ มาตรา เพื่อมาอภิปรายแล้วก็เป็นกำลังใจให้กับคณะกรรมาธิการชุดนี้ แล้วหวังว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้ก็คงจะเป็นที่หวังที่พึ่งของพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และหวังว่าคงจะได้รับรายงานผลงานในฉบับต่อ ๆ ไปอีกนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ